You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ลิซ ทรัสส์ ลาออกนายกฯ อังกฤษ หลังอยู่ในตำแหน่งไม่ถึงสองเดือน
นางลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังอยู่ในตำแหน่ง เพียง 45 วัน กลายเป็นผู้นำสหราชอาณาจักรที่มีวาระดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
นางทรัสส์แถลงการลาออกที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ต่อหน้าผู้สื่อข่าวหลายสิบชีวิตว่า เธอมารับตำแหน่งในภาวะที่ประเทศ "เผชิญกับความไร้เสถียรภาพครั้งใหญ่ทางเศรษฐกิจและการต่างประเทศ" และ เธอได้รับเลือกจากพรรคให้เข้ามา "เปลี่ยนแปลงเรื่องนี้"
เธอบอกว่ารัฐบาลของเธอได้แก้ปัญหาราคาพลังงานและลดเงินนำส่งประกันสังคม และมีแผนการที่จะสร้าง "อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงด้วยการเก็บภาษีต่ำ" แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน "ดิฉันไม่สามารถทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้"
"ดังนั้น ดิฉันจึงได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อถวายรายงานว่าดิฉันขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ"
การแถลงข่าวใช้เวลาเพียง 90 วินาที โดยไม่มีการเปิดให้ซักถาม
ขั้นตอนต่อไป
การลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟที่ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ ธ.ค. 2019 แปลว่า นางทรัสส์ ต้องลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นพรรคจะจัดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่ในสัปดาห์หน้า ผู้ชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค จะได้เป็นนายกฯ ของประเทศ คนต่อไป
นางทรัสส์แถลงด้วยว่า เธอจะดำรงตำแหน่งนายกฯ คนต่อไป จนกว่าจะได้ผู้นำพรรคคนใหม่
ด้านพรรคเลเบอร์ พรรคฝ่ายค้าน เรียกร้องให้ยุบสภา เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งใหม่
"พรรคคอนเซอร์เวทีฟได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หมดอำนาจในการปกครองประเทศ" เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคเลเบอร์ แถลง
"หลังจากทนให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟบริหารประเทศมา 12 ปี ประชาชนคนอังกฤษสมควรได้รับสิ่งที่มากกว่าความวุ่นวายครั้งแล้วครั้งเล่า... ถึงเวลาเริ่มต้นใหม่"
แรงกดดันก่อนหน้า
ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว นางทรัสส์เผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่แล้วหลังจากนายเจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ประกาศต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าจะยกเลิกแผนการตัดลดภาษีแทบทั้งหมดของนางทรัสส์ ที่บรรจุอยู่ในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่เรียกว่า "งบประมาณแผ่นดินฉบับย่อ" (mini-budget) มูลค่า 4.5 หมื่นล้านปอนด์
การที่รัฐบาลประกาศงบประมาณแผ่นดินฉบับย่อเมื่อ 23 ก.ย. โดยที่ไม่มีรายละเอียดว่า จะนำเงินจากไหนมาใช้สำหรับแผนนี้ ส่งผลให้ค่าเงินปอนด์ผันผวนร่วงต่ำเป็นประวัติการณ์ก่อนดีดตัวขึ้น อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านพุ่งพรวด ราคาพันธบัตรรัฐบาลทรุดหนัก จนธนาคารกลางต้องเข้ามาแทรกแซง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นายกวาซี กวาร์เทง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น ซึ่งเป็นคนสนิทของนางทรัสส์ถูกปลดจากตำแหน่ง หลังอยู่ในตำแหน่งเพียง 38 วัน
การตัดสินใจของนายฮันต์สร้างความยินดีให้แก่บรรดานักลงทุน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการฉีกแผนดำเนินงานทางเศรษฐกิจของนางทรัสส์จนไม่เหลือชิ้นดี และมีกระแสเรียกร้องให้เธอลาออกจากตำแหน่งหลังจากเข้าบริหารประเทศเพียงไม่กี่สัปดาห์
ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเมื่อต้นสัปดาห์ นางทรัสส์ยอมรับผิดชอบที่ "ไปไกลและเร็วเกินไป" และต้องการ "กล่าวขออภัยต่อความผิดพลาดที่ได้กระทำลงไป"
ใครจะเป็นนายกฯ คนต่อไป
มีรายงานว่านายบอริส จอห์นสัน ถูกคาดหวังให้ร่วมสังเวียนชิงตำแหน่งผู้นำครั้งนี้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้ เนื่องจากเขากำลังอยู่ในช่วงพักผ่อนในแถบแคริบเบียน
แม้ ริชี สุนัค ที่เพิ่งแพ้ต่อทรัสส์ ยังไม่ประกาศตัวลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟครั้งล่าสุด แต่มีการรายงานชี้ว่าเขาพร้อมที่จะเข้าร่วมการชิงตำแหน่งนี้
ในขณะที่ รมว. คลัง เจเรมี ฮันต์ ก็รีบปฎิเสธ เอาตัวเองออกจากการชิงชัยนี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งบางคนชี้ว่าความเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นการสนับสนุน ริชี สุนัค ได้
หลังจากการประกาศลาออกของทรัสส์ เพนนี มอร์เดินท์ ผู้ได้อันดับสามในการชิงตำแหน่งผู้นำพรรคฯ เมื่อช่วงฤดูร้อน กล่าวว่าจะ "สงบใจและเดินหน้าต่อไป" (keep calm and carry on) เธอเป็นคู่แข่งที่มีแนวโน้มว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้นำ แม้ว่าตอนนี้เธอจะยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการก็ตาม
ชื่ออื่นๆ ที่ถูกพูดถึง ได้แก่ เบน วอลเลซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นาย เคมี บาเดนอค รัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศ เจมส์ เคลเวอร์ลี รัฐมนตรีต่างประเทศ และ ซูเอลลา เบรเวอร์แมน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยที่เพิ่งลาออกเมื่อ 19 ต.ค.
ในขณะที่ทั้งสี่คนไม่ได้ออกมาประกาศถึงแผนการเข้าร่วมสังเวียนชิงตำแหน่งผู้นำของพวกเขาในช่วงบ่ายวันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) แต่มีรายงานว่าพันธมิตรของทั้ง บาเดนอค และ เบรเวอร์แมน กล่าวว่าพวกเขามีความตั้งใจที่จะลงสมัครชิงชัย
ในขณะเดียวกัน มีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่าอดีตสมาชิกพรรค 2 คน ที่เลยลงชิงชัยครั้งก่อน คือ ไมเคิล โกฟ และ ทอม ทูเกนด์แฮต ปฏิเสธที่จะลงแข่ง
วิกฤตครั้งใหม่
นางทรัสส์เผชิญกับกระแสความไม่พอใจระลอกใหม่จนอำนาจของเธอกำลังสั่นคลอน เริ่มจากเมื่อ 19 ต.ค. ซูเอลลา เบรเวอร์แมน รัฐมนตรีว่าการวกระทรวงมหาดไทย ลาออกจากตำแหน่งกะทันหันโดยให้เหตุผลว่าตนละเมิดข้อห้ามของรัฐมนตรีที่ส่งเอกสารราชการให้คนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้สามารถดูเอกสารนั้นได้
อย่างไรก็ดี ในจดหมายลาออกของเธอ นางเบรเวอร์แมนก็วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลด้วยโดยกล่าวหาว่า รัฐบาลไม่ทำตาม "คำมั่นสัญญาหลัก ๆ" ที่ให้ไว้ และก็ไม่สามารถลดจำนวนผู้อพยพได้ นายแกรนต์ แชปป์ส ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ แม้เมื่อ 6 สัปดาห์ที่แล้วนายแชปป์สเพิ่งถูกนางทรัสส์ปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม
ส.ส. คอนเซอร์เวทีฟ 40 คน ไม่สนับสนุนพรรค
เมื่อ 19 ต.ค. มีการจัดการลงมติว่า ส.ส. จะมีสิทธิ์คัดค้านหรือสนับสนุนแผนของรัฐบาลที่จะกลับมาอนุญาตให้ขุดเจาะปิโตรเลียมด้วยเทคนิค "แฟรกกิ้ง" (Fracking) หรือไม่
"แฟรกกิ้ง" คือระบบการผลิตปิโตรเลียมด้วยการฉีดน้ำผสมสารเคมีและทรายจำนวนมหาศาลลงใต้ดินเพื่อทำให้เกิดรอยแตกในชั้นหิน เพื่อให้ก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันที่เกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ หลุดออกมา
ส.ส. พรรคคอนเซอร์เวทีฟ หลายคนไม่เห็นด้วยกับแผนของรัฐบาลที่จะให้ขุดเจาะปิโตรเลียมด้วยเทคนิคนี้อีกครั้ง แต่ได้รับแจ้งว่าการลงมตินี้จะถูกมองว่าเป็นการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล
สุดท้ายแล้ว รัฐบาลชนะมติด้วยคะแนน 326 เสียงต่อ 230 เสียง โดยมี ส.ส. พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ถึง 40 คน ที่ไม่ลงคะแนนเสียง
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษออกมาบอกว่า ส.ส. พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่ไม่ได้ลงมติสนับสนุนรัฐบาลจะโดน "มาตรการลงโทษอย่างสมควรแก่เหตุ"
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษบอกอีกว่า ส.ส. ต่าง "รู้ดี" ว่าการลงมตินี้ถูกมองว่าเป็นการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล
นอกจากนี้ ส.ส.พรรคเลเบอร์ คริส ไบรอัน ยังอ้างอีกว่ามี ส.ส. พรรคคอนเซอร์เวทีฟ บางคนถูกเพื่อน ส.ส. ใช้กำลังฉุดดึงเพื่อให้มั่นใจว่า ส.ส. เหล่านั้นจะลงมติสนับสนุนรัฐบาล อย่างไรก็ดี ส.ส. พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการข่มเหงกันเกิดขึ้น
เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า
นับแต่ที่พรรคคอนเซอร์เวทีฟชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายเมื่อ ธ.ค. 2019 นางทรัสส์เป็นนายกฯ คนที่ 2 ต่อจาก นายบอริส จอห์นสัน และสมาชิกชั้นนำของพรรคคอนเซอร์เวทีฟหลายคนมองว่า ถึงเวลาแล้วที่นางทรัสส์ต้องลงจากตำแหน่ง เพราะเธอและนายกวาร์เทง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิททางการเมือง ร่วมงานกันมากว่า 10 ปี คือผู้ร่วมร่างแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลนี้ การปลดนายกวาร์เทงออกจากตำแหน่งคือการหักหลัง ขณะที่ พรรคฝ่ายค้านหลัก คือ เลเบอร์และลิเบอรัลเดโมแครตเรียกร้องให้ยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคคอนเซอร์เวทีฟบางส่วนก็เกรงว่า พรรคจะพ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่
ในการแถลงข่าวเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 14 ต.ค. ซึ่งใช้เวลาสั้นมาก นางทรัสส์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องเสียงเรียกร้องให้ลาออกว่า เธอจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อสร้างประเทศที่มีระบบภาษีต่ำ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และมีเสถียรภาพ
ทว่า เธอกลับยอมถอยในเรื่องนโยบายที่เพิ่งแถลงไปเมื่อเดือน ก.ย. ว่าด้วยการลดภาษีเงินได้ของบริษัท จากเดิมที่รัฐบาลของเธอประกาศว่าจะไม่ขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 19% เป็น 25% ซึ่งรัฐบาลของนายบอริส จอห์นสันประกาศไว้ว่าจะบังคับใช้ตั้งแต่ เม.ย. 2023 กลับมาทำตามนโยบายของรัฐบาลก่อนหน้า ซึ่งจะทำรายได้ให้รัฐราว 1.8 หมื่นล้านปอนด์ ต่อปี
ส.ส. ของพรรคคอนเซอร์เวทีฟหลายคนบอกเล่าถึงความไม่พอใจต่อเนื้อหาของการแถลงข่าวของนางทรัสส์
"นี่เป็นการแถลงข่าวที่แย่ที่สุดที่เคยเห็นมาในรอบทศวรรษครึ่ง" ส.ส. พรรครัฐบาลคนหนึ่งกล่าว
บางคนคาดว่าเวลาของทรัสส์ใกล้หมดแล้ว และอาจจะได้เห็น เจเรมี ฮันต์ ที่เพิ่งรับตำแหน่ง รมว. คลัง มาเป็นนายกฯ แทน
ข่าวลือเรื่องความพยายามขับนางทรัสส์ออกจากตำแหน่งทำให้ คริสโตเฟอร์ ชอป ส.ส. คอนเซอร์เวทีฟ ที่ให้การสนับสนุนนางทรัสส์ กล่าวกับบีบีซีว่า ส.ส.ของพรรคจำนวนหนึ่งกำลังทำตัวเป็น "ฝูงไฮยีนา"
"เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะบังคับนายกฯ คนล่าสุดให้ออกจากตำแหน่ง เราต้องตั้งสติกัน และพยายามให้ความช่วยเหลือท่านนายกฯ... มันจะเป็นการฆ่าตัวตายของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ หากเราไปบังคับนายกฯ คนล่าสุด คนที่พยายามทำทุกสิ่งที่ดีที่สุดภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ "
รมว. คลัง อายุสั้น
นายกวาร์เทง อยู่ในตำแหน่งเพียง 38 วัน นับเป็น รมว. คลังที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก เอียน แม็กลอยด์ ที่หัวใจวาย เสียชีวิตหลังรับตำแหน่งเพียง 30 วัน เมื่อปี 1970
นับแต่ปี 2019 ที่พรรคคอนเซอร์เวทีฟขึ้นบริหารประเทศ สหราชอาณาจักรมี รมว. คลังมาแล้ว 4 คน ในจำนวนนี้ มีนายนาดีม ซาฮาวี ที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดเป็นอันดับ 3 ด้วยเวลาเพียง 63 วัน และ นายซาจิด จาวิด ที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดเป็นอันดับ 4 ด้วยเวลา 204 วัน
แผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกวิจารณ์
นายกวาร์เทงตั้งใจที่จะให้การลดภาษีมูลค่าหลายหมื่นล้านปอนด์นี้มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ที่เลข 2 หลัก ผู้คนชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่พรรคฝ่ายค้านบอกว่า แผนนี้มีมาช่วยคนรวยมากกว่าคนจน จะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ส่วนนักลงทุนในตลาดการเงินก็ไม่เชื่อมั่นในแผนนี้ ลดภาษีหลายชนิด แล้วจะเอาเงินจากไหนมาชดเชย กลัวว่ารัฐจะมีหนี้เพิ่มมากมายจากการกู้ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ค่าเงินปอนด์ก็ตกไปกว่า 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์เมื่อ 23 ก.ย. วันที่เขาเผยแผนนี้ต่อสภาฯ ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 37 ปีทีเดียว
ในการแถลงคราวนั้น รมว. คลัง ที่อพยพมาจากกานาตั้งแต่เด็ก ผู้มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม และมีประวัติการศึกษาดีเยี่ยม ทั้ง มัธยมที่โรงเรียนอีตัน ปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ ปริญญาเอกเอก ด้านประวัติศาสตร์เศรษฐกิจที่เคมบริดจ์ ก็เชื่อมั่นว่า แผนลดภาษีครั้งนี้จะทำให้เศรษฐกิจของอังกฤษ แข่งขันกับชาติยุโรปอื่น ๆ ได้อย่างแน่นอน
ทว่า เสียงวิจารณ์ต่อแผนนี้จากทั้งฝ่ายค้าน สมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ตลาดการเงิน ดังขึ้นเรื่อย ๆ ต้องการให้ทบทวนแผนนี้ แต่นางทรัสส์ ก็แถลงปกป้องแผน และยืนข้างนายกวาเทงมาตลอด ส.ส. ของพรรคคอนเซอร์เวทีฟคนหนึ่งบอกกับบีบีซีว่า สถานการณ์ขณะนี้เหมือน "เข้าตาจน และพวกเราตกอยู่ในหายนะ"
Liz Truss VS Lettuce
เมื่อ 14 ต.ค. เดลี่สตาร์ (Daily Star) หนังสือพิมพ์แนวสีสันโพสต์วิดีโอไลฟ์สตรีม ให้เห็นหัวผักกาดแก้ว (lettuce)ใส่วิกวางไว้คู่กับรูปของลิซ ทรัสส์ (Liz Truss) พร้อมถามผู้ชมว่าระหว่างผักสด กับนายกรัฐมนตรีนั้น ใครจะอยู่นานกว่านั้น
หลังทรัสส์ประกาศลาออก เดลี่สตาร์ไลฟ์สตรีมประกาศชัยชนะของผักกาดเหนืออดีตนายกฯ ท่ามกลางผู้ชมหลายหมื่นคน
ฉากในไลฟ์สตรีมนั้นมีผักกาดที่แวดล้อมไปด้วยผักผลไม้อื่น ๆ ที่ถูกติดตาเทียมแบบกูลี่อาย (googly eyes) รวมทั้งขวดเหล้าจินและขวดแชมเปญที่ถูกทิ้ง พร้อมเพลงยุคดิสโก้และแสงไฟช่วยเติมเต็ม และกรอบที่มีรูปถ่ายของอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษถูกคว่ำลงบนโต๊ะ