You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
นายกฯ อังกฤษ ถูกพรรคกดดันให้ออก หลังปลด รมว. คลัง เซ่นแผนลดภาษีทำตลาดเงินป่วน
นางลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรเผชิญเสียงเรียกร้องจากลูกพรรคให้ลาออก แม้เธอยอมถอยในเรื่งการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และปลดรัฐมนตรีคลังที่เป็นเพื่อนคู่คิดทางการเมืองมากว่าสิบปี ออกจากตำแหน่ง เพื่อลดกระแสความไม่พอใจต่อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดภาษีมูลค่า 4.5 หมื่นล้านปอนด์ของรัฐบาลใหม่
นายกวาซี กวาร์เทง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร ถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อ 14 ต.ค. หลังบินด่วนกลับจากการประชุมไอเอ็มเอฟในสหรัฐฯ อย่างกะทันหัน เพื่อพบกับนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบหมายเลข 10 ในกรุงลอนดอน
หลังการลาออกของนายกวาร์เทง นางทรัสส์ประกาศตั้ง นายเจเรมี ฮันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้ารับตำแหน่ง รมว. คลัง แทนในทันที
นายกวาร์เทง อยู่ในตำแหน่งเพียง 1 เดือนเศษ และเพิ่งแถลงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดภาษีมูลค่า 4.5 หมื่นล้านปอนด์ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 23 ก.ย. แต่แผนดังกล่าวไม่มีรายละเอียดว่า จะนำเงินจากไหนมาใช้สำหรับแผนนี้ ทำให้ค่าเงินปอนด์ผันผวน ร่วงต่ำเป็นประวัติการณ์ก่อนดีดตัวขึ้น อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านพุ่งพรวด ราคาพันธบัตรรัฐบาลทรุดหนัก จนธนาคารกลางต้องเข้ามาแทรกแซง
แม้แผนลดภาษีสร้างความปั่นป่วนในตลาดการเงิน แต่นายกวาเทงก็ยืนยันว่าจะไม่ปรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ ที่มีอีกชื่อว่า "งบประมาณแผ่นดินฉบับย่อ" (mini-budget) และ 1 วันก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวในทำเนียบนายกฯ ก็บอกกับบีบีซีว่า นางทรัสส์เห็นว่า รมว. คลัง "ทำหน้าที่ได้เยี่ยมยอดมาก"
หลังข่าวเรื่องการปลดเขาเผยแพร่ทางสื่ออังกฤษ นายกวาร์เทงทวีตจดหมายลาออก
อนาคตลิซ ทรัสส์
นับแต่ที่พรรคคอนเซอร์เวทีฟชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายเมื่อ ธ.ค. 2019 นางทรัสส์เป็นนายกฯ คนที่ 2 ต่อจาก นายบอริส จอห์นสัน และสมาชิกชั้นนำของพรรคคอนเซอร์เวทีฟหลายคนมองว่า ถึงเวลาแล้วที่นางทรัสส์ต้องลงจากตำแหน่ง เพราะเธอและนายกวาร์เทง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิททางการเมือง ร่วมงานกันมากว่า 10 ปี คือผู้ร่วมร่างแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลนี้ การปลดนายกวาร์เทงออกจากตำแหน่งคือการหักหลัง ขณะที่ พรรคฝ่ายค้านหลัก คือ เลเบอร์และลิเบอรัลเดโมแครตเรียกร้องให้ยุบสภาแล้วจัดการเลือกตั้งใหม่ ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคคอนเซอร์เวทีฟบางส่วนก็เกรงว่า พรรคจะพ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่
ในการแถลงข่าวเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 14 ต.ค. ซึ่งใช้เวลาสั้นมาก นางทรัสส์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องเสียงเรียกร้องให้ลาออกว่า เธอจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อสร้างประเทศที่มีระบบภาษีต่ำ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และมีเสถียรภาพ
ทว่า เธอกลับยอมถอยในเรื่องนโยบายที่เพิ่งแถลงไปเมื่อเดือน ก.ย. ว่าด้วยการลดภาษีเงินได้ของบริษัท จากเดิมที่รัฐบาลของเธอประกาศว่าจะไม่ขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 19% เป็น 25% ซึ่งรัฐบาลของนายบอริส จอห์นสันประกาศไว้ว่าจะบังคับใช้ตั้งแต่ เม.ย. 2023 กลับมาทำตามนโยบายของรัฐบาลก่อนหน้า ซึ่งจะทำรายได้ให้รัฐราว 1.8 หมื่นล้านปอนด์ ต่อปี
ส.ส. ของพรรคคอนเซอร์เวทีฟหลายคนบอกเล่าถึงความไม่พอใจต่อเนื้อหาของการแถลงข่าวของนางทรัสส์
"นี่เป็นการแถลงข่าวที่แย่ที่สุดที่เคยเห็นมาในรอบทศวรรษครึ่ง" ส.ส. พรรครัฐบาลคนหนึ่งกล่าว
บางคนคาดว่าเวลาของทรัสส์ใกล้หมดแล้ว และอาจจะได้เห็น เจเรมี ฮันต์ ที่เพิ่งรับตำแหน่ง รมว. คลัง มาเป็นนายกฯ แทน
ข่าวลือเรื่องความพยายามขับนางทรัสส์ออกจากตำแหน่งทำให้ คริสโตเฟอร์ ชอป ส.ส. คอนเซอร์เวทีฟ ที่ให้การสนับสนุนนางทรัสส์ กล่าวกับบีบีซีว่า ส.ส.ของพรรคจำนวนหนึ่งกำลังทำตัวเป็น "ฝูงไฮยีนา"
"เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะบังคับนายกฯ คนล่าสุดให้ออกจากตำแหน่ง เราต้องตั้งสติกัน และพยายามให้ความช่วยเหลือท่านนายกฯ... มันจะเป็นการฆ่าตัวตายของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ หากเราไปบังคับนายกฯ คนล่าสุด คนที่พยายามทำทุกสิ่งที่ดีที่สุดภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ "
รมว. คลัง อายุสั้น
นายกวาร์เทง อยู่ในตำแหน่งเพียง 38 วัน นับเป็น รมว. คลังที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก เอียน แม็กลอยด์ ที่หัวใจวาย เสียชีวิตหลังรับตำแหน่งเพียง 30 วัน เมื่อปี 1970
นับแต่ปี 2019 ที่พรรคคอนเซอร์เวทีฟขึ้นบริหารประเทศ สหราชอาณาจักรมี รมว. คลังมาแล้ว 4 คน ในจำนวนนี้ มีนายนาดีม ซาฮาวี ที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดเป็นอันดับ 3 ด้วยเวลาเพียง 63 วัน และ นายซาจิด จาวิด ที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดเป็นอันดับ 4 ด้วยเวลา 204 วัน
แผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกวิจารณ์
นายกวาร์เทงตั้งใจที่จะให้การลดภาษีมูลค่าหลายหมื่นล้านปอนด์นี้มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ที่เลข 2 หลัก ผู้คนชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่พรรคฝ่ายค้านบอกว่า แผนนี้มีมาช่วยคนรวยมากกว่าคนจน จะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ส่วนนักลงทุนในตลาดการเงินก็ไม่เชื่อมั่นในแผนนี้ ลดภาษีหลายชนิด แล้วจะเอาเงินจากไหนมาชดเชย กลัวว่ารัฐจะมีหนี้เพิ่มมากมายจากการกู้ในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ค่าเงินปอนด์ก็ตกไปกว่า 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์เมื่อ 23 ก.ย. วันที่เขาเผยแผนนี้ต่อสภาฯ ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 37 ปีทีเดียว
ในการแถลงคราวนั้น รมว. คลัง ที่อพยพมาจากกานาตั้งแต่เด็ก ผู้มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม และมีประวัติการศึกษาดีเยี่ยม ทั้ง มัธยมที่โรงเรียนอีตัน ปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ ปริญญาเอกเอก ด้านประวัติศาสตร์เศรษฐกิจที่เคมบริดจ์ ก็เชื่อมั่นว่า แผนลดภาษีครั้งนี้จะทำให้เศรษฐกิจของอังกฤษ แข่งขันกับชาติยุโรปอื่น ๆ ได้อย่างแน่นอน
ทว่า เสียงวิจารณ์ต่อแผนนี้จากทั้งฝ่ายค้าน สมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ตลาดการเงิน ดังขึ้นเรื่อย ๆ ต้องการให้ทบทวนแผนนี้ แต่นางทรัสส์ ก็แถลงปกป้องแผน และยืนข้างนายกวาเทงมาตลอด ส.ส. ของพรรคคอนเซอร์เวทีฟคนหนึ่งบอกกับบีบีซีว่า สถานการณ์ขณะนี้เหมือน "เข้าตาจน และพวกเราตกอยู่ในหายนะ"