You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ประชุมสภา : เจาะนโยบายเร่งด่วน 12 ข้อ ครม.ประยุทธ์ 2 กับเรื่องร้อนที่รอการแก้ไข
นโยบายเร่งด่วน 12 ข้อ ที่ได้รับการบรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 25 ก.ค. 2562 ยังมีช่องโหว่และไม่ครอบคลุมในบางเรื่องตามความเห็นของนักวิชาการและภาคประชาสังคมที่ติดตามประเด็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง
ขณะที่วันนี้ (24 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาปกป้องนโยบายรัฐบาล ที่ ถูกฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าเป็นการเขียนแบบกว้าง ๆ และไม่ลงรายละเอียด และแสดงความพร้อมในการชี้แจงต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 25-26 ก.ค.
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "นโยบายรัฐบาลไม่เคยลงรายละเอียดแบบนั้น" เพราะรายละเอียดจะอยู่ในแผนบริหารราชการ ส่วนโครงการและงบประมาณก็จะทำให้สอดคล้องกันตามที่ได้มีการหาเสียงไว้
"ลองไปเปิดดูคำว่านโยบายคืออะไร ถ้าเข้าใจคำว่านโยบายมันก็จบ" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ค.) จะเป็นครั้งแรกที่ พล.อ. ประยุทธ์ นายกฯ คนที่ 29 สมัย 2 เผชิญหน้ากับฝ่ายค้านในสภา โดย พล.อ. ประยุทธ์จะใช้เวลานำเสนอราว 2 ชม. ขณะที่ฝ่ายค้านได้เวลาอภิปราย 13 ชม. 30 นาที
เอกสารคำแถลงนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ มีความยาว 66 หน้า แบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ นโยบายหลัก 12 ด้าน ซึ่งจะเป็นทิศทางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในช่วง 4 ปีข้างหน้า และนโยบายเร่งด่วน 12 เรื่องที่ต้องดำเนินการเพื่อบรรเทาปัญหาและลดผลกระทบกับประชาชนและระบบเศรษฐกิจ
บีบีซีไทยสอบถามความเห็นของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญและภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนในประเด็นต่าง ๆ ที่ได้รับการบรรจุไว้นโยบายเร่งด่วน 12 ข้อ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ายังมีช่องโหว่และไม่ครอบคลุมในหลายประเด็น ดังนี้
นโยบาย 1 : การแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชน
ลดข้อจำกัดในการประกอบอาชีพ แก้ปัญหาหนี้สิน ทบทวนรูปแบบและมาตรฐานหาบเร่แผงลอย แก้ปัญหากองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนหมู่บ้านและหนี้นอกระบบ ปรับปรุงระบบภาษีและสินเชื่อ ปรับปรุงระบบที่ดินทำกิน ดูแลประมงพื้นบ้าน
กิตติพัฒน์ สำแดงเดช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยแห่งประเทศไทย
กิตติพัฒน์มองว่า การไล่หาบเร่แผงลอยออกจากพื้นที่เดิมไม่ใช่มาตรการจัดการที่ดีที่สุด เพราะคนจำนวนมากยังบริโภคอาหารริมทาง หากย้ายออกไปจะกระทบทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้นรัฐบาลควรจัดพื้นที่ให้ค้าขายได้โดยกำหนดขนาด รูปแบบของร้านค้า รวมทั้งช่วงเวลาการขายให้เป็นระเบียบและยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยเพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้ร้านค้าริมทางของไทย
นโยบาย 2 : การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
ปรับปรุงระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเบี้ยยังชีพ พัฒนาและลดความเหลื่อมล้ำในระบบบริการสุขภาพ
น.ส. แสงศิริ ตรีมรรคา กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพและเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ
ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพเห็นว่านโยบายนี้เขียนขึ้นโดย "ใช้คำใหญ่ ๆ" โดยไม่ได้บอกวิธีการที่จะแก้ปัญหา นอกจากนี้ หากรัฐบาลยังยึดโยงวิธีคิดที่เป็นเกณฑ์คนจนรายได้ปีละไม่เกิน 1.5 แสนบาทเหมือนเดิม ก็อาจมีกลุ่มคนที่ตกหล่นและเข้าไม่ถึงระบบบริการสุขภาพ
ส่วนปัญหาเรื่องความแออัดหรือการบริการที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น น.ส.แสงศิริเห็นว่า แก้ไขได้ด้วยการจัดระบบมาตรฐานโรงพยาบาลใหม่ มีการกระจายงบประมาณและเพิ่มบุคลากร
"ลดความแออัดทำแบบไหน กล้าจะบอกหรือไม่ว่าจะกระจายหมอไปสู่โรงพยาบาลชนบท" เธอตั้งคำถาม
สำหรับเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำสิทธิรักษาพยาบาล 3 ประเภท ได้แก่ สิทธิข้าราชการ บัตรทอง และประกันสังคม ที่ไม่ได้บอกวิธีการไว้นั้น น.ส. แสงศิริชี้ว่า หากจะทำให้โรงพยาบาลไม่รับภาระทางการเงินที่หนักมาก รัฐต้องเพิ่มงบประมาณรายหัวให้มากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ ก็มีความเหลื่อมล้ำของสิทธิบัตรทองที่ได้ปีละ 3,400 บาท แต่สิทธิข้าราชการ 12,000 บาท ต่อปี การเติมเงินเข้าไปในระบบเพื่อให้โรงพยาบาลอยู่ได้ก็ต้องมองเรื่องความเท่าเทียม เช่น การเพิ่มส่วนของบัตรทอง และลดส่วนของข้าราชการที่ไม่จำเป็นลง
นโยบาย 3 : มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
ประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ มาตรการรองรับการกีดกันทางการค้า เพิ่มช่องทางการส่งออก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองหลัก-เมืองรอง ส่งเสริม SMEs
ดร. สมยศ โอ่งเคลือบ หัวหน้าภาควิชาการท่องเที่ยว คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ดร.สมยศให้ความเห็นว่า นอกเหนือจากการสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยตรง รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวควบคู่กันไปด้วย
"ปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเที่ยวเองกันเยอะขึ้น จากที่เคยใช้บริการบริษัททัวร์ ภาครัฐต้องหันมาสนับสนุนเรื่องการให้ข้อมูล และระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะต้องรองรับให้นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวได้ด้วยตนเองอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การหาข้อมูล การจอง การเดินทาง ตลอดไปจนถึงการพัฒนาระบบชำระเงิน ทั้งรัฐและผู้ประกอบการต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเอง"
โดยปัจจัยที่จะทำให้การท่องเที่ยวสำเร็จได้นั้น ดร.สมยศ มองว่าสิ่งสำคัญคือ การทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน
นโยบาย 4 : การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม
กำหนดเป้าหมายรายได้เกษตรกร ส่งเสริมระบบประกันภัยสินค้าเกษตร ประกันรายได้ ส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา ลด-ละ-เลิก การใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี ศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา-กัญชง
วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย)
ผอ.ไบโอไทยเห็นว่า นโยบายเรื่องสารเคมีเกษตรมีความเกี่ยวเนื่องกับ "นโยบายอาหารที่ปลอดภัย" และ "สิ่งแวดล้อม" แต่กลับไม่ถูกพูดถึงเลยในนโยบายเร่งด่วน ทั้งที่เป็นเรื่องที่สำคัญ และควรระบุให้ชัดเจนว่ายกเลิกการใช้สารเคมีที่มีความเป็นพิษสูงทันที
ส่วนในเรื่องการส่งเสริมพันธะสัญญานั้น นายวิฑูรย์เห็นว่ายังไม่ชัดเจนว่าทำอย่างไรเกษตรกรถึงจะได้รับความเป็นธรรม แม้ในนโยบายมีการเขียนเพิ่มเติมว่าจะศึกษารูปแบบแบ่งปันผลกำไร แต่ก็เป็นเพียงการศึกษาที่ไม่มีใครรับรองว่าจะถูกนำมาใช้จริง
สำหรับนโยบายการเร่งศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชา กัญชง และสมุนไพรในทางการแพทย์นั้น นายวิฑูรย์เห็นว่าน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด "เมื่อหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่สนับสนุนเรื่องนี้ได้เป็นรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงสาธารณสุข การขับเคลื่อนจึงน่าจะเห็นผลชัดเจน แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด"
นโยบาย 5 : การยกระดับศักยภาพของแรงงาน
ยกระดับรายได้ค่าแรงแรกเข้า ปรับปรุงกลไกการปรับอัตราค่าจ้างให้สอดคล้องกับสมรรถนะแรงงาน พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน กำกับดูแลราคาสินค้าไม่ให้กระทบค่าครองชีพ
ธนพร วิจันทร์ รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย
ธนพรวิจารณ์นโยบายเร่งด่วนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแรงงานว่า ไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจนดังที่พรรคการเมืองเคยหาเสียงไว้ และการตัดสินใจเกี่ยวกับค่าแรงก็ขึ้นอยู่กับบุคคลในระดับบริหารมากกว่าลูกจ้าง
พื้นที่ไหนที่มีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็ง การต่อรองก็จะเข้มข้น แต่สุดท้ายการตัดสินใจก็อยู่ที่คณะกรรมการค่าจ้างที่ต้องผ่านกลไกไตรภาคีอยู่ดี
นอกจากนี้ การปรับอัตราค่าจ้างตามฝีมือแรงงานก็ไม่เคยใช้ได้จริงในไทย เนื่องจากนายจ้างไม่ให้ความร่วมมือและยังคงจ่ายค่าจ้างตามค่าแรงขั้นต่ำ แม้ว่าแรงงานคนนั้นจะเป็นแรงงานมีฝีมือและได้รับการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็ตาม
"ทำไมแรงงานถึงเรียกร้องให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เพราะมันไม่มีการปรับค่าจ้างประจำปี จะมีก็ต่อเมื่อบริษัทมีอำนาจในการจ่าย เช่น ธุรกิจยานยนต์ ปูนซีเมนต์ แต่ต้องมองด้วยว่าการจ้างงานตอนนี้มันเปลี่ยนไปเยอะ เป็นการจ้างงานแบบไม่ประจำ แบบรับเหมาหรือสัญญาปีต่อปี อีกทั้งค่าจ้างที่ได้รับไม่สอดคล้องสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน"
นโยบาย 6: การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต
ดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว พัฒนาระบบสื่อสาร 5G ส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์
หนึ่งวันก่อนการแถลงนโยบาย เครือภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ที่ติดตามโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี ชุมนุมที่หน้ารัฐสภาชั่วคราว ข้อเรียกร้องของพวกเขาคือ คัดค้านการจัดทำผังเมืองของอีอีซี
เครือข่ายประชาชนจากภาคตะวันออก ระบุว่า การจัดทำผังเมืองของสำนักงานอีอีซี เป็นการจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นรายโครงการที่กำหนดมาแล้ว แต่ไม่ได้ศึกษาศักยภาพของพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนสีผังเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบางคนบางกลุ่ม กระทบกับพื้นที่เกษตรกรรม แหล่งความมั่นคงทางอาหารของลุ่มน้ำบางปะกง
ดร. สมนึก จงมีวศิน ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการกลุ่ม EEC Watch กล่าวว่า การจัดทำร่างผังเมืองล่าสุด ได้รับแจ้งข้อมูลจากสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ว่า พื้นที่สีเขียวเพื่อการเกษตรถูกลดจำนวนไปกว่า 4 แสนไร่ โดยทางอีอีซีบอกว่าไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ
นักวิชาการจาก EEC Watch เสนอว่ารัฐบาลต้องกลับไปทบทวนเรื่องผังเมืองและโครงการต่าง ๆ ในเขตในอีอีซีใหม่ เนื่องจากเกิดจากการเร่งรัดจัดทำผังเมืองที่ไม่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และยังตั้งข้อสังเกตถึงการกำหนดพื้นที่สีม่วงหรือพื้นที่ก่อสร้างอุตสาหกรรมจากร่างผังเมืองที่ได้เห็นล่าสุดว่า ส่อมีการเอื้อประโยชน์จากกลุ่มที่เข้ามากว้านซื้อที่ดินก่อนหน้านี้
"อีอีซีไม่มีลิมิตของเรื่องผังเมืองสาเหตุคือ ไม่ได้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ ถ้าจะทำ พ.ร.บ. อีอีซี เพื่อความยั่งยืน มันต้องมีการประเมินแบบนี้มาก่อน"
นโยบาย 7: การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21
สร้างความรู้ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อออนไลน์เพื่อป้องกันและลดผลกระทบในเชิงสังคม ป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้มุ่งสู่ระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์-ภาษาคอมพิวเตอร์
อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต
อาทิตย์เห็นว่า นโยบายนี้อาจจะไม่เป็นจริงเนื่องจากมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นอุปสรรค
"สื่อมีส่วนสำคัญให้สังคมรับรู้เรื่องจริง อยากให้คนมีส่วนร่วมทางการเมือง และพูดถึงประเด็นสาธารณะอย่างเต็มที่ ด้วยข้อมูลที่ไม่บิดเบือน แต่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กลับลดเพดานการวิจารณ์สังคมลง อะไรที่ไม่แน่ใจคนก็ไม่พูด ซึ่งไม่ควรเป็นอย่างนั้น"
อีกความกังวลหนึ่ง คือ การออกนโยบายที่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากเพียงพอ ส่งผลให้หน่วยงานรัฐที่ต้องนำนโยบายดังกล่าวไปปรับใช้ อาจตีความไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ที่อาจไม่ส่งผลดีต่อประชาชน โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้มีมาตรฐานในการตีความเนื้อหา ว่าเช่นใดจะเข้าข่ายส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือเป็นภัยทางสังคม
นโยบาย 8: การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำใช้มาตรการทางการเมืองควบคู่กับมาตรการทางกฎหมายเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด เพื่อให้ภาครัฐปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ และนโยบาย 10 การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและลดภาระค่าใช้จ่าย
มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
"อ่านข้อ 8 ข้อเดียวไม่เห็นอะไร แต่ถ้าดูดี ๆ จะเห็นว่าเป็นความพยายามที่จะลดกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นภาระของประชาชน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ถ้าเราสามารถใช้แบบมีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงข้อมูลจะทำให้สื่อมวลชน และคนที่ติดตามว่าการใช้อำนาจ การใช้งบประมาณในเรื่องต่าง ๆ กำลังเกิดอะไรขึ้น"
ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีรัฐบาลไหนแถลงนโยบายเรื่องคอร์รัปชันต่อรัฐสภาเลย โดยนโยบายข้อนี้น่าจะเกี่ยวเนื่องกับนโยบายข้อ 10
ด้วยนโยบายหรือกฎหมายดั้งเดิมของไทย ทำให้ยังคงมีเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคอยู่ คือ หนึ่ง-สิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล และสอง- วิธีปฏิบัติของรัฐบาลและข้าราชการยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเปิดเผยมากน้อยแค่ไหนที่จะเป็นประโยชน์
"ที่ผ่านมามีการลงทุนไปเยอะมาก แต่ผลของมันยังมีข้อจำกัด ด้วยหน่วยงานราชการที่ยังต้องปฏิบัติตามยังขาดความเข้าใจ ไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร และยังมีเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น เอกสารที่อ้างว่าเป็นความลับของราชการ สิ่งนี้ทำให้ที่คุณบอกว่าจะเอาเทคโนโลยีมาทะลุทะลวงก็มีอุปสรรคของมันเอง"
"ปัญหาต่อไปคือในทางปฏิบัติรัฐบาลจะลงมือทำได้จริงไหม บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเสมอภาคหรือเปล่า คือว่า บังคับใช้กับคนทั่วไปและใกล้ชิดกับวงรัฐบาล ถ้าทำได้ก็จะเป็นการพิสูจน์เรียกศรัทธาของประชาชนต่อรัฐบาลได้ดี"
นโยบาย 9 : การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
แก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ จัดสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ โดยให้เป็นการแก้ไขปัญหาภายในของประเทศด้วยกฎหมายไทยและหลักการสากล
รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช นักวิชาการอิสระด้านความมั่นคง
รุ่งรวีวิเคราะห์ว่านโยบายเร่งด่วนที่เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นไปตามกรอบคิดเดิมของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะรัฐบาลทหาร คือใช้การปราบปรามและการพัฒนาในการแก้ปัญหาซึ่งได้พิสูจน์มาแล้วตลอด 15 ปีว่าไม่สามารถจะแก้ปัญหาภาคใต้ที่ต้นเหตุได้ การย้ำเรื่อง "เป็นปัญหาภายใน" ก็เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การพูดคุยเดินต่อไปไม่ได้
"ในขั้นแรก รัฐบาลต้องยอมรับว่ากลุ่มที่ปฏิบัติทางการทหารที่สู้กับรัฐไทยอยู่นั้นไม่ใช่กลุ่มเดียวกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ฉะนั้นวิธีการแก้ไขปัญหาจึงต้องใช้แนวทางทางการเมืองคือการพูดคุยเจรจา แม้ว่าความรุนแรงจะลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็มีโอกาสที่จะปะทุขึ้นมาได้อีก เพราะว่ากองกำลังของพวกเขาก็ยังคงอยู่" รุ่งรวีกล่าว
นโยบาย 11 : การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย
จัดระบบติดตามสถานการณ์ การให้ความช่วยเหลือระหว่างเกิดภัย พัฒนาปฏิบัติการฝนหลวง
ดร. รอยล จิตรดอน เลขานุการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ดร.รอยลให้ความเห็นกับกับบีบีซีไทยว่า การเขียนนโยบายด้านนี้เป็นการเขียนแบบทั่วไป "ขาดหายสาระที่สำคัญและจำเป็นที่จะต้องมี" ของการบริหารจัดการน้ำของประเทศ
ดร. รอยล อธิบายว่า การจัดการน้ำที่รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาภัยแล้ง ยังมองการจัดการน้ำในแง่ของการบริหารน้ำต้นทุนส่วนเกินมากกว่ามองในแง่ประสิทธิภาพการใช้น้ำ เช่น การนำน้ำกลับมาใช้ และมีลักษณะสั่งการจากด้านบน
การสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำ ขณะนี้ยังเป็นลักษณะการบริหารทรัพยากรธรรมดา ไม่ได้มองน้ำเป็นเรื่องความมั่นคงทางทรัพยากร ขณะเดียวกัน คำถามที่ต้องตอบให้ได้คือ หน่วยงานตามกฎหมายใหม่ที่ร่วมกันบริหารจัดการน้ำ 3-4 กระทรวง หน่วยงานเหล่านี้เมื่อได้อำนาจในการจัดการแล้วจะใช้งานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
การแก้ภัยแล้งในปีนี้ ดร. รอยล ชี้ว่า ยังไม่เห็นการนำประสบการณ์การแก้ภัยแล้งที่ประสบความสำเร็จเมื่อปี 2558 มาใช้ ซึ่งเมื่อปี 2558 แหล่งน้ำขนาดใหญ่ไม่มีน้ำเหลืออยู่ จึงเปลี่ยนมาเป็นการบริหารแหล่งน้ำขนาดเล็กซึ่งพบว่ายังมีน้ำ แต่ครั้งนี้เมื่อเกิดภัยแล้ง น้ำยังไม่เข้าแหล่งน้ำระบบใหญ่ แต่ฝนที่ตกในภาคกลางยังมี ซึ่งมองว่ามีศักยภาพในการนำมาบรรเทาผลกระทบได้
นโยบาย 12 : การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความเห็นของประชาชน และการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
เกี่ยวกับประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญที่ พรรคฝ่ายค้านอย่าง พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้ชูเรื่องนี้มาโดยตลอด เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงคำแถลงของคณะรัฐมนตรีซึ่งมีประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า แม้จะระบุว่าเป็นนโยบายเร่งด่วน แต่ก็พบว่าเรื่องนี้เขียนไว้เพียง 2 บรรทัดกว่า และไม่ผูกมัดตัวรัฐบาล เป็นเพียงการระบุกว้าง ๆ ว่าสนับสนุนให้มีการศึกษา ไม่ได้ระบุชัดว่าการว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้นมีความจำเป็นอย่างไร
เลขาธิการพรรค อนค. กล่าวว่า สิ่งที่ อนค. เตรียมผลักดันคือการ แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในช่วงเร่งด่วนที่ทำได้เลย คือ การแก้ในเรื่องวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล 5 ปีแรก ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และยกเลิกมาตราสุดท้าย เรื่องการรับรองให้บรรดาประกาศคำสั่ง คสช.และคำสั่งหัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย