ครูดนตรีไทยชาวอังกฤษผู้สอนซอให้คนไทยในสหราชอาณาจักร

คำบรรยายวิดีโอ, ครูดนตรีไทยชาวอังกฤษผู้สอนซอให้คนไทยในสหราชอาณาจักร
    • Author, เรื่อง-ภาพ โดย ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
    • Role, ผู้สื่อข่าววิดีโอ บีบีซีไทย

"คนไทยในร่างฝรั่ง" คือ ฉายาที่คนไทยในอังกฤษตั้งให้ ชาร์ลอต ฮาวเวิร์ด สตรีอังกฤษวัย 55 ปี

ชาร์ลอต คือ ครูสอนซอ ประจำชมรมดนตรีไทยในสหราชอาณาจักร (Thai Music Circle in the UK) ให้แก่คนไทยในลอนดอน ด้วยภาษาไทยที่ชัดเจน คล่องแคล่ว ฝีมือการเล่นดนตรีไทยที่ลื่นไหล และความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง

"เพลงต่อไป เราจะเล่นโหมโรงรัตนสังคีตค่ะ" ครูชาร์ลอต กล่าวกับนักเรียนชายและหญิงวัยเกษียณ ที่พร้อมใจพลิกกระดาษโน๊ตเพลง จับซอด้วงและซออู้ในท่าเตรียมพร้อม ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงซอเสนาะหูดังจึงขึ้นภายในห้องเรียนภาษาไทยของเด็กเล็ก ที่วัดพุทธปทีป ย่านวิมเบิลดัน ของกรุงลอนดอน

ชมรมดนตรีไทย

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ชมรมดนตรีไทย เปิดสอนทุกวันเสาร์ ที่วัดพุทธปทีป

ชาร์ลอต เข้าเป็นสมาชิกชมรมดนตรีไทยแห่งสหราชอาณาจักร มากว่า 26 ปีแล้ว รับหน้าที่สอนซอมานานถึง 24 ปี เรียกว่าการสอนดนตรีไทย เป็นกิจวัตรที่เธอแทบไม่เคยขาดในทุกวันเสาร์ จากเดิมที่สถานทูตไทย กลางกรุงลอนดอน มาเป็นที่วัดพุทธปทีป ที่ต้องใช้เวลาเดินทางไป-กลับรวม 6 ชั่วโมง จากบ้านของเธอในเมืองแบนเบอลี มณฑลออกซ์ฟอร์ดเชียร์ ทางฝั่งตะวันตกของมหานครลอนดอน

"ดิฉันภูมิใจที่ได้ช่วยฟูมฟักวัฒนธรรมไทยให้เด็กไทยที่เติบโตในอังกฤษ แม้ตัวเองจะเป็นคนต่างชาติก็ตาม"

การเรียนการสอน ใช้ภาษาไทยทั้งหมด

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, การเรียนการสอน ใช้ภาษาไทยทั้งหมด

ชาร์ลอต มีความสนใจในดนตรีและนาฏศิลป์ที่หลากหลาย เคยเรียนบัลเลต์ โมเดิร์นแดนซ์ แท็ปแดนซ์ เป่าฟลูต บรรเลงเปียโน และยังเป็นนักร้องประสานเสียงในโบสถ์ด้วย แต่ที่เธอชอบมากที่สุด คือ ดนตรีและวัฒนธรรมไทย จนเพื่อน ๆ คนไทยต่างบอกว่า "ชาติก่อนเธอต้องเคยเป็นคนไทยแน่นอน"

"คนไทยในร่างฝรั่ง"

ถัดไปห้องข้าง ๆ ที่คั่นด้วยฉากกั้นไม่หนานัก เสียงเครื่องดนตรีไทยดีด สี ตี เป่า ผสานกันเป็นเสียงเพลงไพเราะไม่แพ้กัน นี่เป็นชั้นเรียนภายใต้การดูแลของนางสาวสุชาดา โสวัตร หรือ ครูบุ๋ม นักเรียนทุนพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงมีดำริให้ครูดนตรีไทยมาศึกษาต่อในอังกฤษ คู่ขนานกับเผยแพร่วัฒนธรรมดนตรีไทยในต่างแดน

สุชาดา โสวัตร นักเรียนทุนพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, สุชาดา โสวัตร นักเรียนทุนพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

"สำหรับบุ๋ม ครูชาร์ลอต เขาเป็นคนไทย แค่มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นฝรั่ง เขาเข้าใจความรู้สึก วัฒนธรรม แม้แต่ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนไทย" และในฐานะครูด้วยกันแล้ว "ครูชาร์ลอตปูพื้นฐานทักษะดนตรีดีมาก เขาจะมีคู่มือเทียบจังหวะฉิ่งอยู่ตลอด เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนมาก เป็นวิธีการสอนที่มีคุณภาพ"

ลูกศิษย์เยาวชนของชาร์ลอต ส่วนใหญ่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ปัจจุบันจึงเหลือแต่นักเรียนวัยเกษียณ ที่เกือบทั้งหมดแทบไม่เคยสัมผัสเครื่องดนตรีไทยก่อนมาเข้าชมรม

วาภาพรรณ รพิพันธุ์ หญิงไทยวัย 67 ปี เล่าว่า เพิ่งมาเล่นดนตรีไทยได้ไม่นาน หลังเกษียณอายุแล้ว

"อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่มีอะไรทำ เลือกมาเรียนกับครูชาร์ลอต เพราะพูดภาษาไทยได้สมบูรณ์แบบ แถมสอนดีกว่าครูดนตรีไทยบางคนด้วยซ้ำ"

ลูกศิษย์อายุต่ำสุด 67 ปี สูงสุดกว่า 70 ปี แต่ร่างกายยังแข็งแรง ฝากเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ในวัยชรา คือ การได้เล่นดนตรีไทยนี่เอง

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, วาภาพรรณ รพิพันธุ์ (คนที่ 2 จากซ้ายมือ) ลูกศิษย์อายุต่ำสุด 67 ปี ถึงกว่า 70 ปี แต่ร่างกายยังแข็งแรง เคล็ดลับความอ่อนเยาว์ในวัยชรา คือ การได้เล่นดนตรีไทย

หลงหลในดนตรีไทยตั้งแต่ 3 ขวบ

ชาร์ลอต เกิดในมาเลเซียจากบิดาชาวอังกฤษ และมารดาชาวเยอรมนี บิดาเป็นอาจารย์สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในรัฐกลันตันของมาเลเซีย เมื่อเธออายุได้ 3 ขวบ ครอบครัวย้ายกลับอังกฤษ แต่ระหว่างนั้นได้แวะประเทศไทย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่พาเธอไปดูโขน ที่โรงละครแห่งชาติ

"พ่อแม่กลัวว่าฉันจะเบื่อ เพราะการแสดงยาวมาก แต่กลายเป็นว่า ลูกสาวนั่งฟังดนตรีไทยอย่างเพลิดเพลิน" ชาร์ลอต หัวเราะก่อนเล่าต่อว่า "พวกท่านจึงเห็นว่านี่เป็นสัญญาณ ถ้าอนาคต มีทาง ก็อยากให้ลูกสาวได้เรียนดนตรีไทย"

โอกาสนั้นมาถึงในอีก 10 ปีให้หลัง บิดาของชาร์ลอตพักการสอนที่มหาวิทยาลัยแห่งเคนต์ มาสอนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเวลา 1 ปี พาครอบครัวมาที่กรุงเทพฯด้วย ให้ลูกสาวเข้าเรียนที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย พร้อมจัดหาครูดนตรีไทยจากวิทยาลัยนาฏศิลป์มาสอนที่บ้านช่วงสุดสัปดาห์

ชาร์ลอต (ขวามือ) อายุ 14 ปี เรียนดนตรีไทยที่บ้านพักในกรุงเทพฯ

ที่มาของภาพ, Charlotte Howard

คำบรรยายภาพ, ชาร์ลอต (ขวามือ) อายุ 14 ปี เรียนดนตรีไทยที่บ้านพักในกรุงเทพฯ

ชาร์ลอต บอกว่าสนุกกับการฝึกดนตรีไทยมาก อดใจรอถึงสุดสัปดาห์แทบไม่ไหว ไม่นานจึงตัดสินใจรับข้อเสนอของครู เข้าเป็นนักเรียนประจำที่วิทยาลัยนาฏศิลป์

"บอกได้เลยว่า ดิฉันเป็นนักเรียนต่างชาติคนแรก ที่เข้าเป็นนักเรียนประจำ"

เธอเล่าว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนต้องลงมาดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเห็นเป็นชาวต่างชาติ กลัวจะมีปัญหาเรื่องอาหารการกิน แต่พ่อแม่บอกว่า ไม่ต้องห่วงเลย ลูกสาวทานอาหารไทยได้ ไม่หวั่นอาหารเผ็ด

"ภาษาไม่คล่องก็เรียนได้ ถ้าตั้งใจจริง"

การเรียนการสอนดนตรีไทย แตกต่างจากดนตรีสากลมาก ครูใช้วิธีต่อเพลงสอน เรียนแบบจดจำเป็นหลัก เป็นอุปสรรคใหญ่ของเด็กสาวจากเมืองผู้ดี ที่อาศัยอยู่ไทยเพียงครึ่งปี และอีก 6 เดือน เธอต้องกลับประเทศแล้ว

เธอเลือกเครื่องสายอย่างซอ ด้วยเหตุผลว่า เป็นเครื่องดนตรีที่น้ำหนักเบา ถือง่าย ฝึกเล่นคนเดียวได้ อีกทั้ง ยังได้แรงบันดาลใจจากการทรงซอของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ช่วงนั้น พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีข่าวในหนังสือพิมพ์ และนิตยสารหลายฉบับ ที่แสดงพระบรมฉายาลักษณ์ตอนที่ทรงซอ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นแรงบรรดาลใจให้ชาร์ลอตเลือกเล่นซอ

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ชาร์ลอตเลือกเล่นซอ

ชาร์ลอตจึงทุ่มเทกับนาฏศิลป์และดนตรีไทยอย่างเต็มที่ ตื่นเช้าเรียนรำไทย เริ่มจากเพลงช้าไปเพลงเร็ว ตกบ่ายเรียนซอ โดยฝึกเล่นผ่านตัวโน๊ต เพราะครูกลัวว่า ถ้าใช้วิธีต่อเพลงจำแบบนักเรียนคนอื่น ๆ เมื่อกลับอังกฤษ ไม่นานเธอก็คงลืม

"ตอนเรียนแรก ๆ ไม่เข้าใจภาษาไทย แต่ไม่เป็นไร เพราะใช้ตาดู หูฟัง แล้วพยายามฝึกตาม ภาษาไม่คล่องก็เรียนได้ ถ้าตั้งใจจริง"

เมื่อถามว่า ดนตรีแบบตะวันตกและดนตรีไทยต่างกันตรงไหน ครูดนตรีไทยชาวอังกฤษและสมาชิกวงประสานเสียงในโบสถ์ตอบว่า แตกต่างที่สุดตรงบันไดเสียง ชาวยุโรปถ้าไม่คุ้นเคย เมื่อฟังแล้วอาจรู้สึกว่าดนตรีไทยเสียงเพี้ยน แต่เธอปรับหูได้จึงไม่มีปัญหา

หรือโชคชะตาพาสู่เส้นทางครู?

แม้กายกลับมาอยู่อังกฤษ แต่ใจยังรักดนตรีไทยไม่เสื่อมคลาย ชาร์ลอตหมั่นฝึกซ้อม สีซอคนเดียว พอถึงช่วงปิดเทอมใหญ่ในอังกฤษ ก็กลับมาต่อวิชาที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ จนเมื่อศึกษาจบด้านกฎหมายและทำงาน โอกาสกลับมาไทยน้อยลง แต่เหมือนโชคชะตา ทำให้เธอได้มาพบกับชมรมดนตรีไทยในลอนดอน

แม้จะย้ายกลับอังกฤษ แต่ชาร์ลอตยังกลับมาไทยในช่วงซัมเมอร์

ที่มาของภาพ, Charlotte Howard

คำบรรยายภาพ, แม้จะย้ายกลับอังกฤษ แต่ชาร์ลอตยังกลับมาไทยในช่วงซัมเมอร์

"อาจารย์ด้านดนตรีของฉันที่โซแอส (หรือเป็นที่รู้จักอีกชื่อว่า วิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา มหาวิทยาลัยลอนดอน) ไปประชุมที่ขอนแก่น แล้วเจอกับครูมณฑา กิมทอง ครูดนตรีไทยของฉันสมัยวิทยาลัยนาฏศิลป์ ซึ่งบอกว่ามีลูกศิษย์เป็นนักเรียนทุนพระเทพฯ (รุ่นที่ 1) ศึกษาอยู่ในอังกฤษ จึงอยากให้รู้จักกัน"

ครูพบครู ลูกศิษย์พบลูกศิษย์ ทำให้ชาร์ลอตทราบข่าวการจัดตั้งชมรมดนตรีไทยในอังกฤษ และเข้าร่วมเป็นสมาชิกในปี พ.ศ. 2534 หลังจากนั้นไม่ถึง 2 ปี เธอรับหน้าที่สอนชั้นเรียนซอด้วงและซออู้ มาถึงปัจจุบัน

ชาร์ลอต นิยามการสอนของเธอว่านักเรียน "ต้องมีความสุข ต้องสนุก" เธอไม่เคยจัดสอบ เพราะชมรมดนตรีไทย ไม่ได้เป็นแค่ชั้นเรียน แต่เป็นโอกาสให้คนไทยในอังกฤษได้มาพบปะพูดคุย ดังนั้น การเรียนการสอนต้องสนุกสนาน ไม่เครียด

หลากความบังเอิญ

กรณีอย่างชาร์ลอต ถือว่าเกิดขึ้นได้ยาก หากสภาพแวดล้อมไม่เป็นใจ ไม่มีบิดาเป็นอาจารย์ด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คุ้นเคยกับวัฒนธรรมเอเชีย มีความสนใจ และมีโอกาสมาอยู่ในไทย คงไม่เกิดครูซอชาวอังกฤษแบบนี้

ครูสุชาดา ยอมรับว่า ชาวต่างชาติเข้าถึงและเรียนดนตรีไทยได้ลำบาก เพราะขาดสื่อกลางที่มีคุณภาพ อาทิ ครูที่อธิบายได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

นักเรียนที่เป็นเด็ก ส่วนใหญ่เกิดและเติบโตในอังกฤษ

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นักเรียนที่เป็นเด็ก ส่วนใหญ่เกิดและเติบโตในอังกฤษ

"การเรียนดนตรีไทย ไม่ใช่แค่เรียนดนตรี แต่เรียนวัฒนธรรมที่อยู่ในดนตรีด้วย" และ "คนนอก ต้องสนใจเข้าหา คนที่มีทรัพยากรอยู่ต้องเดินออกไปเผยแพร่ด้วย เรียกว่าเจอกันตรงกลาง"

สำหรับชาร์ลอตนั้น ชมรมดนตรีไทยในสหราชอาณาจักร กับสมาชิก 50 ชีวิตนี้ เป็นครอบครัวที่สำคัญ เทียบเท่าครอบครัวในสายเลือด และมุ่งมั่นจะเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ เพื่อสืบสานดนตรีไทยต่อไป แม้จะเป็นคนอังกฤษ

"ถึงแม้ว่าไม่ได้เป็นคนไทย แต่เล่นดนตรีไทยมานานแล้ว สู้นักดนตรีไทยไม่ได้ แต่ก็ยังรักดนตรีไทย ไม่แพ้คนไทยเลยค่ะ"