พรรคอนาคตใหม่ กับ เฌอปราง และ “พรรคลุงกำนัน” กับ “คืนนกหวีด” เผชิญ หลุมพรางโลกโซเชียล

ที่มาของภาพ, กองโฆษกพรรครวมพลังประชาชาติไทย/พรรคอนาคตใหม่
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
สองพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ต่างขั้วกำลังเผชิญดรามาในโลกออนไลน์ โดยพรรคอนาคตใหม่อยู่ใน "ดรามาเฌอปราง" ขณะที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ แห่งรวมพลังประชาชาติไทย ถูก "คืนนกหวีด-ขับไล่" ระหว่างเดินหาสมาชิกเข้าพรรค
บีบีซีไทยถอดกลยุทธ์โซเชียลมีเดียของ 2 พรรค จาก 2 ขั้วการเมือง
"ศิลปินมีสิทธิ์สนับสนุนรัฐบาลทหาร" และ "การกดเหยียดทางเพศ" กลายเป็นประเด็นดรามาในหมู่ผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ภายใต้การนำของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค
ข้อถกเถียงนี้เกิดขึ้นหลัง ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการไทยที่หนีภัยการเมืองไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น โพสต์ข้อความวิจารณ์ "เฌอปราง BNK48" ก่อนมีผู้ไปเชื่อมโยงว่านักวิชาการรายนี้เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ จน "ผู้ก่อตั้งพรรค" ที่เป็น "โอตะ" (ผู้สนับสนุน) ได้ออกมาวิจารณ์ปวินกลับ
ร้อนถึง พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ต้องออกมาชี้แจงว่า "เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรค" ทว่าการณ์กลับแย่ลงเมื่อเธอเพิ่มความเห็นไปว่า "ศิลปินควรมีเสรีภาพในการแสดงจุดยืนทางการเมือง หากเชื่อมั่นในระบอบอำนาจนิยมจริง ๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะสนับสนุนรัฐบาลทหาร..."
นอกจากนี้เพจ "อนาคตใหม่ FC" ร่วมวิจารณ์ปวินด้วยข้อความกดเหยียดทางเพศ
พรรณิการ์กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ผู้ดูแลเพจหลัก (แอดมิน) ของพรรคอนาคตใหม่ได้ "แจ้งเตือน" แอดมินเพจดังกล่าวไปแล้วการกระทำเช่นนี้ขัดต่ออุดมการณ์พรรคที่ยอมรับความหลากหลายของบุคคล และขอให้นำโพสต์ลง แต่เมื่อไม่มีการดำเนินการใด ๆ พรรคจึงต้องเผยแพร่ในแอปพลิเคชันไลน์ของพรรคว่าเพจที่เกิดปัญหาไม่ใช่เพจของพรรค และขอความร่วมมือสมาชิกให้ช่วยรายงานไปยังเฟซบุ๊ก
อนาคตใหม่มีเครือข่ายถึง 100 เพจ
ปัจจุบันมีเพจในเครือข่ายพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นราว 100 เพจ ซึ่งพรรณิการ์ยืนยันว่า พรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะได้ "กระจายอำนาจ" และ "ให้อิสระ" แก่สมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนพรรคในการดำเนินการเอง เว้นแต่เห็นว่า หากเพจไหนเริ่มมีขนาดใหญ่ แอดมินเพจกลางของพรรคก็อาจมีคำแนะนำไป แต่ไม่ใช่การบังคับว่าต้องทำตามนั้น
"ก่อนเปิดเพจเขาก็ไม่ได้แจ้ง เรารู้พร้อมทุกคนเลย... เพจที่เราเคยติดต่อไปมี 20-30% ของเพจราว 100 เพจ แต่ที่เหลือเขาทำอิสระเลย"
ไม่มีเนื้อหานี้
ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.สิ้นสุด Facebook โพสต์
เธอยอมรับว่า หลายครั้งได้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า พรรคเป็นคนสื่อสาร แต่ทีมกฎหมายได้พลิกตำราศึกษาเป็นอย่างดีแล้วว่า หากเกิดปัญหาขึ้นกับเพจเครือข่าย จะไม่ส่งผลกระทบต่อพรรค
"มันเป็นปัญหาที่มาพร้อมกับการยึดมั่นในหลักการของเรา แต่จะห้ามใครไม่ใช้ชื่อพรรค หรือโลโก้พรรค เราก็ทำไม่ได้ เพราะพรรคการเมืองต้องโอบรัดคนจำนวนมากที่สุดที่เป็นไปได้" พรรณิการ์กล่าว
กลยุทธ์ 4 โพสต์/วัน
กลับมาที่เพจหลักของพรรค พบว่า เพจ "Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" มีผู้ติดตามกว่า 1.46 แสนคนในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา ส่วนเพจ "พรรคอนาคตใหม่" ซึ่งเปิดตัวช้ากว่า 1 เดือน มีผู้ติดตาม 9.8 หมื่นคน
พรรณิการ์เผยว่า ผู้ดูแลเพจหลักมีเพียงคนเดียว แต่มีลูกทีมย่อยคอยสนับสนุน พร้อมกำหนดกลยุทธ์ในการโพสต์ไม่เกิน 3-4 ข้อความต่อวันเพื่อไม่ให้แต่ละโพสต์ไปดันกันเอง และทำให้การสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพ
"แต่เราไม่สามารถเอาเรตติ้งอย่างเดียวได้ ถ้าเรื่องไหนจำเป็นต้องประกาศ ต้องชี้แจง เราก็ต้องทำ แม้รู้ว่าเมื่อโพสต์ไปแล้วอาจไม่มีคนกดไลก์หรือแชร์มากก็ตาม"

ที่มาของภาพ, พรรคอนาคตใหม่
สำหรับโพสต์ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างที่สุดตามการประเมินของพรรณิการ์คือ คลิปวิดีโอธนาธรให้สัมภาษณ์พิเศษรายการ "คมชัดลึก" เมื่อ ส.ค. เผยแพร่ทางเพจธนาธร ซึ่งมียอดผู้ชมทะลุ 1 ล้านครั้งไปแล้ว กดไลก์ไปกว่า 1.58 หมื่นครั้ง ในฐานะ "กระบอกเสียง-ผู้ส่งสารหลักของพรรค" ถอดรหัสความสำเร็จนี้ว่าเป็นเพราะประชาชนเกิดความรู้สึกจริง ๆ ต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับพรรค การเลือกปฏิบัติทางการเมือง และการพุ่งเป้าโจมตีแบบเก่า ๆ
ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูล ณ วันที่ 9 พ.ย. 2561
ถอดกลยุทธ์ "โอบามา-มาครง"
ธนาธรกับพวกได้ศึกษากลยุทธ์ในการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของผู้นำระดับโลกหลายคน เคยรับการอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้กับทีมเหล่านี้ก่อนนำมาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็น บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ, เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา

ที่มาของภาพ, Getty Images
โฆษกพรรคอนาคตใหม่บอกว่า การทำแคมเปญการเมืองที่แคนาดา พรรคของทรูโดกำหนดว่าสารที่จะสื่อ เด็กชั้นประถม 6 ต้องเข้าใจได้ ส่วนทีมรณรงค์ของโอบามาที่เคยพูดคุยและเผย "แทกติก"การสร้างแคมเปญ "Change" บอกว่าต้องทำให้เด็กประถม 4 เข้าใจได้
ใช้แฮชแท็กเรียก "ชุมนุมออนไลน์"
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการกระโจนเข้าสู่การเมืองของธนาธรเมื่อ 7 เดือนก่อน ก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวทางการเมืองในหมู่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ สะท้อนผ่านการขึ้นเป็นกระแสยอดนิยมสูงสุดของวัน (trending) อย่างน้อย 2 ครั้ง ด้วยแฮชแท็ก #ช่วยธนาธรตั้งชื่อพรรค และ #พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งพรรณิการ์อธิบายว่าแฮชแท็กเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างยิ่ง เพราะสามารถรวมคนนับล้านให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน แสดงความคิดเห็นในเรื่องเดียวกัน มีจุดใดจุดหนึ่งที่คิดตรงกัน หรือมีความคาดหวังตรงกัน

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai
"นี่คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวผ่านการติดแฮชแท็ก นี่คือการเมืองรูปแบบใหม่จริง ๆ ที่ไม่ต้องออกมาบนท้องถนน แต่คือการชุมนุมออนไลน์ เราอย่าคิดว่าคนพวกนี้เป็นแค่เกรียนคีย์บอร์ด ไม่ได้มาเลือกตั้ง อย่าประมาท"
เธอเชื่อว่า การปฏิวัติการเมืองไทยเกิดขึ้นได้ด้วยสื่อสังคมออนไลน์ เราไม่อาจแยกระหว่างโซเชียลมีเดียกับชีวิตจริง และออนไลน์กับออฟไลน์เป็นเรื่องเดียวกัน
ถึงวันนี้ภาพลักษณ์ธนาธรในโลกออนไลน์ที่กลายเป็นภาพจำของเขาไปแล้วในสายตาของโฆษกพรรคก็คือ "นักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นความหวัง"
รบออนไลน์ควบคู่ทำสงครามภาคพื้นดิน
โฆษกพรรคอนาคตใหม่ระบุว่า ลูกเพจของธนาธรและพรรคกว้างมากทั้งในแง่อายุและจังหวัด แต่ส่วนใหญ่เป็นประชากรในหัวเมืองใหญ่ อาทิ เชียงใหม่ นครราชสีมา อุบลราชธานี ชลบุรี สงขลา นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้ใช้งานกลุ่มใหญ่ที่สุดในเฟซบุ๊กนั่นเอง
แม้เชื่อว่า "ผู้ติดตาม" พรรคในโลกออนไลน์ มีโอกาสเป็น "ผู้ลงคะแนน" ให้พรรคในวันเลือกตั้ง แต่โฆษกพรรคอนาคตใหม่ก็ตระหนักดีกว่าสิ่งที่ปรากฏในเฟซบุ๊กมีความ "ก้ำกึ่ง" เป็นได้ทั้งเลือก-ไม่เลือก สิ่งที่ธนาธรกับพวกต้องทำนอกเหนือจาก การสู้รบในสมรภูมิออนไลน์และสื่อกระแสหลัก ซึ่งเธอเรียกว่า air war และการทำ สงครามภาคพื้นดิน หรือ ground war ด้วยการลงพื้นที่ ออกไปพบประชาชน
"ทั้งหมดนี้มันจะพิสูจน์ได้เมื่อการเลือกตั้งมาถึง แต่เป็นหน้าที่นักการเมืองต้องผลักดันให้คนเหล่านี้ (ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์) ไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้ได้แม้ไม่เลือกพรรคเรา เพื่อทำการเมืองให้เป็นของทุกคน"
"พรรคลุงกำนัน" รุกทั้งออฟไลน์และออนไลน์
ขณะที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) รุกเดินหาสมาชิกในโลกออฟไลน์ ด้วยการเปิดปฏิบัติการ "เดินคารวะแผ่นดิน" ทุกภาพ ทุกฉากของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรค-ผู้ถือธงนำเดินเท้า ถูกถ่ายทอดผ่านเพจ "Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)" ซึ่งมีผู้ติดตาม 2.67 ล้านคน และเพจ "พรรครวมพลังประชาชาติไทย - act party" ซึ่งมีผู้ติดตาม 1.44 หมื่นคน
ร.ต.อ. จอมเดช ตรีเมฆ นายทะเบียนพรรค และสมาชิกทีมโฆษกพรรค กล่าวกับบีบีซีไทยว่า คณะกรรมการกองงานโฆษกและกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมและกำหนดร่วมกันว่า จะโพสต์อะไร โดยพยายาม "ยิงข้อมูลให้ได้เยอะที่สุด"

ที่มาของภาพ, Thai news pix
อย่างไรก็ตามภาพที่ปรากฏกลับมายังสื่อกระแสหลัก อาจไม่ใช่ภาพที่ทีมงาน รปช. หวัง ด้วยเพราะคลิปวิดีโอสุเทพ "ถูกคืนนกหวีด-ถูกด่า-ถูกต่อต้าน" กลายเป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่ง ร.ต.อ. จอมเดชชี้ว่า "ในจุดอ่อนก็เป็นจุดแข็ง เพราะถ้าให้ผมไปเดินคารวะแผ่นดิน ก็ไม่มีใครเห็นผมหรอก แต่ถ้าลุงเดินก็มีคนเห็น และมาเป็นสมาชิกพรรค"
กระแสลบที่เกิดขึ้นในโลกออฟไลน์ แล้วถูกฉายซ้ำอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ จนเกิด "ลัทธิเอาอย่าง" ทำให้ทีมกระบอกเสียงของ รปช. ต้องตั้งวงประเมินสถานการณ์
ข้อสรุปคือ "ให้เดินต่อ" จนจบ พ.ย. ตามที่ประกาศไว้ต่อสาธารณะ เพราะนอกจากเสียงวิจารณ์ ก็มีคนเคยเชียร์สุเทพที่อยากให้เขาลงพื้นที่ อยากกอด-หอม-จับมือเขา จึงจำเป็นต้อง "โดยสารกระแสลบ" ไปพลาง ส่วนแนวทางแก้เกมกลับ พวกเขาเลือกใช้แนวละมุนละม่อม ชี้แจงทำความเข้าใจ
"จุดยืนหลักของเราคือไม่เล่นการเมืองปิงปอง ไม่สู้แบบนั้น เรายกการ์ดป้องกันตัวเรา พยายามอธิบายว่าอุดมการณ์เราเป็นอย่างไร แต่ไม่ไปต่อสู้ เปิดหน้า ไม่ไปแลกหมัดด้วย" และ "ถ้าพรรคไปชี้แจงแทนลุงมากก็ไม่ได้ ก็ให้ลุงชี้แจงในเพจของลุงเอง ส่วนพรรคก็จะพยายามส่งสารอื่น ๆ ไม่ใช่ไปจับจ้องไปที่ตัวลุงอย่างเดียว"
รับคลิป "ผีดิบการเมือง" ติดความคิดแบบ กปปส. แต่จุดไม่ติด
ก่อนหน้านี้ รปช. เคยจัดทำคลิปวิดีโอหลายชิ้นที่มีโปรดักชันชั้นเลิศแล้วเผยแพร่ทางเพจของพรรค โดยคลิปที่เรียกกระแสได้มากที่สุดหนีไม่พ้นคลิป "ปราบผีดิบการเมือง" ซึ่ง จอมเดชบอกว่าก่อนผลิตคลิปวิดีโอแต่ละชุดได้ผ่านการปรึกษาของระหว่างผู้อาวุโสกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งถ้าวัดเสียงตอบรับคือได้ยอดผู้ชม แต่ไม่เกิดกระแสต่อในสื่อกระแสหลัก
"ถามว่าจุดติดไหม ก็ไม่ ผมว่าโดนด่ามากกว่า คนยังมองว่าเป็นเรื่องของลุงกำนัน" และ "คนที่มาทำงานตรงนั้นก็ยังมีชุดความคิดแบบ 'สู้ไม่ถอย' อยู่ ส่วนตอนนี้ก็ยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ด้วยความที่พรรคเป็นโมเดลประชาชน ยิ่งสมาชิกเยอะ น้ำหนักก็เปลี่ยน"
สูงวัยใช้ไลน์ เปิดสัปดาห์เดียวสมาชิกทะลุล้าน
อย่างไรก็ตาม รปช. ถือเป็นพรรคการเมืองแรกที่มีแอปพลิเคชันไลน์อย่างเป็นทางการซึ่งเพิ่งเปิดตัวสัปดาห์นี้ ล่าสุด (9 พ.ย.) มีสมาชิกในกลุ่มทะลุ 1.17 ล้านรายไปแล้ว พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์รูปพระราม 16 รูป

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai
"ทางคณะกรรมการบริหารและร่วมจดตั้งพรรคคิดว่าน่ารักดี แฟนของเราค่อนข้างสูงอายุ ก็ต้องพยายามคิดโจทย์ที่ถูกใจผู้สูงอายุ ซึ่งพระรามเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับอธรรม เป็นวรรณคดีที่คนไทยรู้จัก" เขาเผยเหตุผลในการปล่อยสติ๊กเกอร์ชุดแรก
เป้าหมายหลักของไลน์พรรคคือการระดม-รับสมัครสมาชิก พวกเขามีสถิติยืนยันว่าผู้สูงอายุไทยเลือกใช้แอปฯ ไลน์มากกว่าสื่อสังคมออนไลน์ประเภทอื่น "เกมของเราอาจจะไม่เหมือนพรรคอื่น ๆ ที่เขาสู้ในกลุ่มวัยรุ่น แต่เราพยายามเอาโซเชียลมีเดียที่เอาใจคนสูงวัย"
ทว่า ผู้ใช้ไลน์ที่ไม่ได้ชื่นชอบแนวคิดทางการเมืองของ สุเทพ บอกว่า กดไลก์ เพราะไม่รู้ว่าเป็นของพรรค รปช. หรือต้องการสติกเกอร์มากกว่า
"ตอนแรกไม่ทันสังเกตครับ แต่พอกดโหลดก็เลยอ่านดูว่าเป็นของพรรค ตัวสติ๊กเกอร์ก็ใช้ได้ทั่วไปครับ แต่เราไม่ได้มีแนวคิดทางการเมืองแบบเขา" ช่างภาพอิสระรายหนึ่งกล่าวกับบีบีซีไทย
ที่มา: บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูล ณ วันที่ 9 พ.ย. 2561
จุดแข็ง-จุดอ่อนในสมรภูมิออนไลน์ของ 2 พรรค
ท้ายที่สุดเมื่อให้ประเมินจุดอ่อน-จุดแข็ง-โอกาส-อุปสรรคการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ของทั้ง 2 พรรค โฆษกพรรคอนาคตใหม่ยอมรับว่า สารที่พรรคสื่ออาจยากเกินไป และยังต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งการสร้างข่าวปลอม และปฏิบัติการจิตวิทยาทหาร ส่วนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่ธนาธรกับแกนนำอีก 2 คนของพรรคตกเป็นผู้ต้องหากรณีจัดเฟซบุ๊กไลฟ์วิจารณ์รัฐบาล คสช. รวมถึงประกาศและคำสั่งของ คสช. ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม พรรณิการ์ไม่ถือว่านี่เป็น "อุปสรรค" และขอเลือก "ทำให้การเมืองให้เป็นปกติ"
"เราเชื่อว่าตราบใดที่ประชาชนสนับสนุนเรา การยุบพรรคจะไม่เกิดขึ้น ถ้าจะบอกว่าเราท้าทาย คสช. เราไม่ได้ท้าทายแบบไร้สติ เรามีทีมกฎหมายดูแล และไม่ใช่การท้าตีท้าต่อย แต่ยันจะผลักดันการเมืองไปสู่ปกติ อะไรกำกวมหรือรู้ว่าจงใจให้เกิดหลายมาตรฐาน เราขอไม่เดินตามเกมนั้น" พรรณิการ์กล่าว
ขณะที่จอมเดชรู้สึกว่าการเมืองไทยยังไมได้เปลี่ยนไปสู่โลกออนไลน์ขนาดนั้น และไม่รู้ว่าคนรุ่นใหม่หลายล้านคนจะสนใจการเมืองขนาดนั้นหรือไม่
"ผมยังรู้สึกว่าการเมืองแต่โบราณยังใช้การได้อยู่ ที่ลงเดิน ไปเจอตัวเป็น ๆ จับได้ กอด หอม ยังมีความจำเป็น โซเชียลบางทีก็ลอยลม นักเลงคีย์บอร์ดเยอะ บางทีเชียร์ ๆ ถึงเวลาไปคูหากาอีกเบอร์ ส่วนตัวคิดว่าสนามเลือกตั้งอยู่ที่ออฟไลน์มากกว่าออนไลน์" เขากล่าวทิ้งท้าย
ที่มา: บีบีซีไทยให้โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และรองโฆษกพรรครวมพลังประชาชาติไทยวิเคราะห์ตัวเอง


คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562









