You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เงินเฟ้อ : มุ้ง ผ้าถุง กระดาษซับมัน สินค้าส่วนหนึ่ง "ใน ดัชนีราคาผู้บริโภค"
- Author, ปณิศา เอมโอชา
- Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษ
ทุกคนล้วนเผชิญปัญหาสินค้าราคาแพงขึ้นมากในขณะนี้ สินค้าหลายอย่างขึ้นกันไปหลายเท่าตัว แต่ทำไม อัตราเงินเฟ้อที่รัฐบาลประกาศทุกเดือนดูต่ำกว่าราคาของสินค้าที่ขึ้นพุ่งพรวดไปมากนัก แม้พาดหัวข่าวช่วงนี้ก็วนเวียนอยู่แถว ๆ เงินเฟ้อไทยสูงสุดในรอบหลายสิบปี
บางคนอาจได้ยินคำศัพท์ทางการขึ้นมาหน่อย เช่น "ดัชนีราคาผู้บริโภค" ที่ฟังแล้วต้องมาแปลซ้ำ ทั้งที่เป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนทุกคน
บีบีซีไทยคุยกับนางจรีพร รุ่งประเสริฐสุข นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กองดัชนีเศรษฐกิจการค้า สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ มาอธิบายเรื่่องยาก แต่ใกล้ตัว ให้เข้าใจง่าย ไปรู้จักโลกแห่งสินค้าที่เอาไว้ใช้วัดค่าครองชีพของคนไทย
ตะกร้าสินค้า 7 หมวด
ปัจจุบันไทยมีสินค้าทั้งหมด 430 ประเภท ที่เอาไว้ใช้วัดระดับราคาเพื่อสะท้อนค่าครองชีพของคนไทย
จากทั้งหมด 430 ประเภทสินค้านั้นแบ่งได้เป็น 7 หมวดย่อย
หมวดแรกที่มีความสำคัญที่สุดหรืออีกนัยคือหมวดที่ประชาชนใช้จ่ายมากที่สุดได้แก่ หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งคิดเป็น 40.35% ของรายจ่ายรวมของประชาชน
อีก 6 หมวดที่เหลือนั้นถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่อมดื่ม หมวดเคหสถาน กินสัดส่วนค่าใช้จ่ายประชาชนสูงที่สุดถึง 23.17% รองลงมาคือ หมวดพาหนะ การขนส่งและการสื่อสาร ที่ 22.67% ของค่าใช้จ่ายรวม
นอกจากนี้ยังมีหมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า หมวดการตรวจรักษาและบริารส่วนบุคคล, หมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษาและการศาสนา และหมวดยาสูบและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ตามปกตินั้น "ตะกร้าสินค้า" นี้จะมีการปรับปรุงทุก 4-5 ปี เพื่อให้สะท้อนความจริงกับรายจ่ายของผู้บริโภค โดยนางจรีพรชี้ว่า "ความทันสมัย" เป็นสิ่งที่กองของเธอให้ความสำคัญ
เธอเสริมว่าล่าสุดทางหน่วยงานกำลังจัดทำรายชื่อสินค้าที่จะใส่เข้าไปในแบบสำรวจสำหรับปีฐาน 2566 ซึ่งจะเอามาแทนข้อมูลล่าสุดซึ่งเป็นการอ้างอิงสินค้าจากปีฐาน 2562
"หม้อทอดไฟฟ้ายังไม่เข้า…ส่วนเน็ตฟลิกซ์กับจู๊กซ์ [JOOX] เข้ามาแล้ว" เธอมายถึงแพลตฟอร์มสตริมมิงภาพและเสียงยอดนิยม
สินค้าใหม่ ๆ มี "ชานมไข่มุกกำลังเสนออยู่" ทั้งยังมีสินค้าอย่างหม้อทอดไฟฟ้า ซึ่งมีการซื้อค่อนข้างมากในเมืองหลวง แต่เมื่อเทียบกับระดับประเทศโดยรวม ยังมีสัดส่วนที่น้อยอยู่มาก
นอกจากนี้ยังมีการเตรียมเสนอชุดตรวจโควิดแบบเอทีเคและยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร
อีกหนึ่งรายจ่ายประจำที่เตรียมเข้ารายชื่อสินค้าสำหรับปี 2566 ได้แก่ ค่าใช้จ่ายสำหรับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ทั้งอาหารและสิ่งของ ซึ่งในฐานสินค้าของปี 2562 ยังไม่มี
นางจรีพรอธิบายว่าเวลาจะสำหรับว่าจะใช้สินค้าใดเป็นฐานเพื่อวัดค่าครองชีพของประชาชน จะมีการเสนอเข้ามาจากหลายฝ่าย จากนั้นทางหน่วยงานจะส่งรายชื่อสินค้าเหล่านี้ฝากไปกับสำนักงานสถิติแห่งชาติเผื่อเก็บข้อมูลกลับมา
"ผักกระเฉดไม่เคยเข้า บางทีช้อน ชาม หม้อก็ไม่มี"
เธออธิบายว่าสุดท้ายแล้วสินค้าเหล่านี้ก็อยู่ที่การตอบแบบสอบถามของกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งบางทีก็มีสินค้าบางอย่างที่หลุดออกไปได้ แต่โดยมากแล้วสินค้าหลัก ๆ มักอยู่เสมอ และ "ค่าเช่าบ้าน" คิดเป็นส่วนมากเสมอ
สินค้าที่คุณอาจไม่รู้ว่าใช้วัดเงินเฟ้อ
บีบีซีไทยยกตัวอย่างสินค้า 10 ชนิด ที่คุณอาจแปลกใจเมื่อรู้ว่าอยู่ใน "ตะกร้าสินค้า" ที่ใช้วัดอัตราเงินเฟ้อรายเดือน
ดัชนีราคาผู้บริโภค
ถึงแม้พาดหัวข่าวเงินเฟ้อไทยสูงสุดในรอบหลายสิบปี แต่ที่คุณยังรู้สึกว่าตัวเลขที่รัฐบาลประกาศมันน้อยกว่าค่าใช้จ่ายจริง ๆ นั่นเป็นเพราะ "ค่าเฉลี่ย"
ตัวเลข 7.66% สำหรับเดือน มิ.ย.2565 ที่ถูกพูดถึงเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของสินค้าทั้งหมด 430 ชนิด
โดยตัวเลขที่คำนวณออกมานั้นเรียกว่า "ดัชนีราคาผู้บริโภค" หรือ CPI ที่เป็นตัวย่อของ Consumer Price Index หากได้ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เราจะเรียกภาวะดังกล่าวว่า "อัตราเงินเฟ้อ"
โดยทั่วไปค่า CPI จะแบ่งเป็นสองประเภทคือ 1.ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือที่ใช้คำว่า Headline CPI กับ 2.ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน หรือที่ใช้คำว่า Core CPI
แต่ละเดือนที่กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขนั้น จะแถลงร่วมกันทั้งสองค่า โดยความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานจะตัดสินค้าในหมวดอาหารสดและพลังงานออก เนื่องจากสินค้าสองประเภทนี้มีความผันผวนสูง
ตัวอย่าง เช่น ราคาอาหารสดบางชนิดอาจได้เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะอุทกภัยในพื้นที่ทำให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อย ขณะที่ราคาพลังงานอาจเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย จะเห็นได้ว่าทั้งสองสถานการณ์ผู้กำหนดนโยบายฝั่งการเงินของประเทศไม่สามารถเข้าไปทำอะไรได้
นอกจากนี้ เมื่อลงไปดูที่สินค้าในแต่ละหมวดก็จะพบว่าระดับการเปลี่ยนแปลงของราคามีความแตกต่างกัน เช่นในเดือน มิ.ย.ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดนั้น ราคาเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นถึง 23.88% เมื่อเทียบกับราคาในเดือน มิ.ย. 2564 ขณะที่ราคาไฟฟ้า เชื้อเพลิง น้ำประปาและแสงสว่าง เพิ่มขึ้นถึง 31.25% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ค่าใช้จ่ายรายเดือน
จากการสำรวจของ สนค.พบว่า ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนไทยประจำเดือน มิ.ย.2565 อยู่ที่ 18,088 บาท ในจำนวนนี้เกือบ 60% เป็นค่าใช้จ่ายที่เสียไปกับสินค้าที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ส่วนที่เหลือเป็นอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์
จากรายจ่ายรายเดือนนี้ ครัวเรือนไทยเสียค่าโดยสาร-ค่าพาหนะ รวมถึงค่าเชื้อเพลิงและค่าบริการโทรศัพท์มือถือรวมประมาณ 4,400 บาท ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุด รองลงมา คือค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการซ่อมแซ่มและดูแลบ้านเรือน รวมค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม รวมเครื่องใช้ภายในบ้านประมาณ 4,000 บาท
สิ่งที่น่าสนใจจากตัวเลขรายจ่ายรวมเฉลี่ยนี้คือ เมื่อย้อนกลับไปดูวิธีการคำนวณ CPI ของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีการปรับปรุงปีฐานในการคำนวณอัตราเงินเฟ้อทุก ๆ 4-5 ปี พบว่าปีฐานล่าสุดที่กระทรวง ใช้อ้างอิงคือปี 2562
ในปีดังกล่าว ฐานรายได้ที่กระทรวงใช้เพื่อสำรวจข้อมูลและหาค่าเฉลี่ยคือครัวเรือน (นับตั้งแต่ที่มีสมาชิก 1 คนขึ้นไป) ที่มีรายได้ตั้งแต่ 6,987 - 50,586 บาท/เดือน
เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลทั้งสองค่าจะพบว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประจำเดือน มิ.ย.2565 คิดเป็นเกือบ 160% ของผู้ที่มีรายได้ต่ำสุดที่เข้าเกณฑ์การจัดเก็บสถิติ CPI
ความแตกต่างในแต่ละประเทศ
เวลาที่เราได้ยินว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาหรือสหราชอาณาจักรปรับตัวสูงขึ้น แม้วิธีการคำนวณเบื้องต้นจะไม่ได้แตกต่างจากอัตราเงินเฟ้อของไทย ทว่าสินค้าที่ใช้ในการคำนวณไม่ได้เหมือนกัน
ต้องไม่ลืมว่า การคำนวณเงินเฟ้ออ้างอิงจากดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งคำนวณจากสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้เป็นประจำ ดังนั้นในแต่ละประเทศจึงมีสินค้าจำเป็นแตกต่างกันออกไป และขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศว่าจะเลือกสินค้าไหนเข้ามาในตะกร้าสินค้าและบริการ รวมถึงจะจัดหมวดหมู่อย่างไร
ยกตัวอย่างในกรณีของสหราชอาณาจักร สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษแบ่งหมวดหมู่สินค้าออกเป็น 12 ประเภท
- อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยาสูบ
- เสื้อผ้าและรองเท้า
- ที่อยู่อาศัยและบริการที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
- เฟอร์นิเจอร์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย
- สุขภาพ
- การเดินทาง
- การสื่อสาร
- สันทนาการและวัฒนธรรม
- การศึกษา
- ร้านอาหารและโรงแรม
- สินค้าและบริการเบ็ดเตล็ด
เมื่อลงไปดูสินค้ารายชนิดของอังกฤษก็จะพบว่าสินค้าบางส่วนมีอัตราราคาที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าระดับค่าเฉลี่ยรวม
ตัวเลขเงินเฟ้อของอังกฤษ ณ เดือน มิ.ย.2565 อยู่ที่ 9.4% ขณะที่ราคาไข่ไก่เพิ่มขึ้นถึง 11.5% ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมมีราคาเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกันที่ 11.3%
ยิ่งจ่ายค่าอาหารเยอะ ยิ่งลำบาก
ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งบีบีซีไทยเคยหยิบมาพูดแล้วในบทความชิ้นก่อน ๆ คือ แท้จริงแล้วสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านอาหารเป็นหนึ่งในเครื่องบ่งชี้ว่าประชาชนในประเทศนั้น ๆ มีความเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อมากน้อยแค่ไหน
บทวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยบรู้คกิ้งส์ (Brookings) ของสหรัฐฯ ชี้ว่า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วพบว่าครัวเรือนที่จนกว่าจะได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นมาการครัวเรือนที่มั่งคั่งกว่า
เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ ครั้วเรือนรายได้น้อยในประเทศที่กำลังพัฒนามักมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายมากกว่าครึ่งหนึ่งไปกับค่าอาหาร และระดับเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกตอนนี้ก็มีปัจจัยสำคัญมาจากราคาพลังงานและราคาอาหาร ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงได้รับผลกระทบมากกว่าครัวเรือนที่มั่งคั่ง
อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าอาจส่งผลดีกับเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาบางส่วนได้ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าด้านอาหารเป็นผลดีกับเกษตรกรผู้ขายสินค้าเหล่านี้ ทำให้พวกเขามีรายได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ท้ายที่สุดแล้วกลุ่มคนจนในประเทศกำลังพัฒนาโดยมากยังคงเป็นผู้ซื้อมากกว่าผู้ขายอาหารอยู่ดี การเพิ่มขึ้นของราคาอาหารจึงเป็นความเสี่ยงต่อการเพิ่มความยากจนในประเทศที่มีรายได้ต่ำ