LGBTQ : วิปรัฐบาล มีมติให้ ส.ส. คว่ำ ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ของฝ่ายค้าน ในสภาฯ 15 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล มีมติไม่รับหลักการร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่เสนอโดยพรรคก้าวไกล ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันที่ 15 มิ.ย. นี้
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงมติของวิปรัฐบาล ต่อการลงมติในร่างกฎหมายที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันที่ 15 มิ.ย. ในประเด็นการให้สิทธิบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศดำรงสถานะคู่สมรส หรือ การสมรสเท่าเทียม ว่า จะมี 4 ร่างพ.ร.บ.ที่จะเข้าสู่การพิจารณาคือ
- ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิมเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่....) พ.ศ.... หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม เสนอโดยนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กับคณะ โดยเป็นฉบับที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ
- ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต พ.ศ... ที่ ครม. เสนอ
- ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ครม. เป็นผู้เสนอ
- ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต พ.ศ... ที่เสนอโดยนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์และคณะ
มติวิปรัฐบาลคือจะให้สภาฯพิจารณา ทั้ง 4 ฉบับไปในคราวเดียวกัน เพราะมีหลักการและรายละเอียดทำนองเดียวกัน และเมื่อพิจารณาเสร็จจะลงมติโดยแยกลงมติ เบื้องต้นคือ จะไม่รับหลักการ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ส่วนอีก 3 ฉบับจะให้รับหลักการ
นายชินวรณ์ กล่าวว่า แม้วิปรัฐบาลจะมีมติไม่ให้รับหลักการร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. อีก 3 ฉบับนั้นจะรับความคิดเห็นไปปรับปรุงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยหลังจากรับหลักการแล้ววจะตั้งกมธ. จำนวน 25 คนพิจารณา
นายชินวรณ์ กล่าวถึงเหตุผลของการไม่รับร่างกฎหมายพรรคก้าวไกลว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น ส่วน พ.ร.บ.คู่ชีวิตเป็นร่างกฎหมายเฉพาะเห็นว่าควรดำเนินการไปก่อน ขณะที่ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งที่รัฐบาลเสนอ ถือเป็นกฎหมายพ่วงกับร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตของรัฐบาล ที่ปรับให้สอดรับกัน เช่น การรับรองสิทธิคู่สมรส การบุตรบุญธรรม ทั้งนี้ยอมรับว่าร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งของครม. มีหลายประเด็นที่ไม่ตรงกันกับฉบับของพรรคก้าวไกล.
ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมถูกบรรจุวาระเป็นเรื่องด่วนที่เคยเข้าสู่สภาแล้วแต่ยังไม่ได้ลงมติรับหลักการ เนื่องจาก ครม. ขอนำร่างกฎหมายไปศึกษาก่อน 60 วัน จึงต้องต่อแถวรอพิจารณาลงมติรับหลักการในวันที่ 8 มิ.ย. แล้วเลื่อนเป็น 15 มิ.ย.
บีบีซีไทยรวบรวมความเป็นมาและเส้นทางของร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ตลอดระยะเวลากว่า 720 วัน
18 มิ.ย. 2563
นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อสัดส่วนผู้มีความหลากหลายทางเพศ พรรคก้าวไกล ได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม โดยมีหลักการสำคัญ คือ การแก้ไขเพิ่มเติมการสมรสในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จากเดิมที่ระบุเฉพาะชาย-หญิง เปลี่ยนเป็น ให้ชาย-หญิงหรือบุคคลสองคนซึ่งเป็นเพศเดียวกันสามารถหมั้นและสมรสกันได้ตามกฎหมาย โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว มีเนื้อความแก้ไขอีกหลายมาตราที่เกี่ยวพันกับการสมรสและสิทธิการตั้งครอบครัวของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
รัฐสภาได้เผยแพร่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้บนเว็บไซต์รัฐสภาเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญเมื่อ 4 ก.ค. โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากกว่า 45,000 คน ภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน ซึ่งนับเป็นจำนวนความเห็นที่สูงที่สุดในบรรดาร่าง พ.ร.บ. ที่สภาเปิดรับฟังความคิดเห็นทางเว็บไซต์ทั้งหมด 49 ฉบับในขณะนั้น
สำหรับคำถามที่ใช้ในการรับฟังความเห็นของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีทั้งหมด 4 ข้อ โดยให้ตอบว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะอะไร และมีช่องให้เขียนข้อเสนอแนะ
- ควรแก้ไขให้บุคคลไม่ว่าจะเป็น "เพศเดียวกัน" และ "ต่างเพศ" สามารถทำการหมั้นกันได้หรือไม่
- ควรแก้ไขให้บุคคลไม่ว่าจะเป็น "เพศเดียวกัน" หรือ "ต่างเพศ" สามารถสมรสกันได้ ตามกฎหมายหรือไม่
- ควรแก้ไขอายุบุคคลที่จะทำการสมรสกันได้ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป หรือไม่
- ควรแก้ไขให้คู่สมรสทั้งที่เป็นเพศเดียวกันและต่างเพศมีสิทธิ หน้าที่ ความสัมพันธ์ระหว่างกันเหมือนสิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยาหรือไม่
ธัญวัจน์เคยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่า การนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสู่สภาเป็นหนึ่งในภารกิจที่เขาตั้งใจทำเพื่อปกป้องสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพราะตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน การระบุว่าการสมรสและครอบครัวเป็นเรื่องของชาย-หญิงถือเป็นการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ และการที่ประชาชนให้ความสนใจเข้าไปแสดงความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวอย่างล้นหลาม แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยตระหนักถึงเรื่องความหลากหลายทางเพศมากขึ้น "เพราะเรื่องเพศเป็นเรื่องของทุกคน"
17 พ.ย. 2564
ในประเด็นกฎหมายสมรสเท่าเทียมโดยช่องทางการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ที่ให้สมรสแค่ชาย-หญิง ว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่ให้ตรากฎหมายเพื่อรองรับสิทธิ-หน้าที่ ของผู้มีความหลากหลายทางเพศต่อไป โดยคำวินิจฉัยตอนหนึ่งระบุว่า
"ในสังคมไทย มีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า การสมรสสามารถกระทำได้เฉพาะชาย-หญิง เท่านั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 จึงเป็นบทบัญญัติที่สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติและจารีตประเพณีที่มีมาช้านาน วัตถุประสงค์ของการสมรส คือ การที่ชาย-หญิง อยู่กินฉันสามีภริยาเพื่อสร้างสถาบันครอบครัว มีบุตร ดำรงเผ่าพันธุ์ตามธรรมชาติ" และการสมรสระหว่างชายหญิงที่มีบุตร มีการส่งต่อความผูกพันระหว่างพ่อแม่ "ซึ่งการสมรสในระหว่างบุคคลผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศอาจไม่สามารถสร้างความผูกพันอันละเอียดอ่อนดังกล่าวได้"
9 ก.พ. 2565
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติอนุมัติให้ ครม. รับร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ก่อนนำกลับมาสภาเพื่อพิจารณาและลงมติรับหลักการวาระหนึ่งด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 219 เสียง ไม่เห็นด้วย 118 เสียง และงดออกเสียง 12 เสียง

หลังจากนำเสนอหลักการของกฎหมาย ธัญวัจน์ได้กล่าวกับเพื่อนสมาชิก ส.ส. ในสภาว่า สิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องเรียบง่ายของมนุษย์ทุกคนที่สังคมเข้าใจกันดี คือ การที่ชายหญิงตัดสินใจสร้างครอบครัว อันเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนเข้าใจเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่เรียบง่ายนี้ ธัญวัจน์บอกว่า "พวกเราไม่มีสิทธิ ไม่มีศักดิ์ศรี และไม่มีสวัสดิการ"
"มันไม่ได้เป็นการเรียกร้องในสิ่งที่มากกว่าผู้อื่น แต่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือกลุ่ม LGBT เรากำลังบอกกับท่านผู้มีอำนาจว่าสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวนี้ พวกท่านพราก (จาก) พวกเราไป และสิทธิในการตั้งครอบครัวนี้เป็นสิทธิที่เราทุกคนต้องมีอยู่แล้ว" ธัญวัจน์กล่าวในสภาด้วยเสียงสะอื้นไห้และหยุดเป็นระยะ ๆ

นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ อภิปรายว่าเขาและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชาติไม่สามารถจะรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ เนื่องจากในหลักการของกฎหมายที่เขียนไว้ในข้อที่ 1 ให้ชายและหญิงหรือบุคคลสองคนซึ่งเป็นเพศเดียวกันสามารถหมั้นและสมรมรสกันได้ ซึ่งขัดกับหลักการของหลักศรัทธาและหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม จึงได้มาสะท้อนให้ตัวแทนรัฐบาลที่จะนำร่างกฎหมายไปพิจารณาให้มีข้อมูลอย่างรอบด้าน
"อะไรก็ตาม กฎหมายใดก็ตามที่ตราขึ้นมาแล้วขัดหรือแย้งกับ พระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งได้มีการถือปฏิบัติมา 1,400 กว่าปี และไม่ได้มีการแก้ไขนั้น เราไม่สามารถที่จะรับได้ในหลักการ..."
อย่างไรก็ตาม จากการพิจารณาร่างกฎหมายในวันดังกล่าว ครม. ได้ขอร่างกฎหมายหลายฉบับไปพิจารณา 60 วัน ทำให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวิฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายแสดงความเห็นว่า พรรคเพื่อไทยไม่เห็นชอบให้ส่งไปยัง ครม. เพราะไม่มีเหตุผลใด ๆ เนื่องจากกฎหมายบรรจุในญัตติมาแล้ว 2 ปีครึ่ง แต่รัฐบาลกลับอ้างกลไก ครม. มาขอเรื่องไปเก็บไว้ สุดท้าย 60 วัน ก็จะเป็นช่วงสมัยปิดประชุม กว่าร่างกฎหมายจะกลับมาต่อคิวได้จริง ๆ คือ 4 เดือน ดังนั้น จึงอยากให้มีการลงมติในวันนั้น

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
7 มิ.ย. 2565
เพียงหนึ่งวันก่อนสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม อีกครั้ง ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต และ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอมา และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว โดยมีสาระสำคัญเบื้องต้น ได้แก่
- คู่ชีวิต หมายถึง บุคคลสองคนซึ่งเป็นเพศเดียวกันโดยกำเนิด และได้จดทะเบียนคู่ชีวิตตาม พ.ร.บ. นี้
- การจดทะเบียนคู่ชีวิตจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายยินยอม มีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ และทั้งสองมีสัญชาติไทย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย
- บุตรบุญธรรม เมื่อคู่ชีวิตได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขใน พ.ร.บ. นี้ และ ป.พ.พ. แล้ว สามารถรับบุตรบุญธรรมได้ รวมทั้งคู่ชีวิตฝ่ายหนึ่งจะจดทะเบียนรับผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งมาเป็นบุตรบุญธรรมของตนด้วยก็ได้
- เมื่อคู่ชีวิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย ให้คู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคู่สมรสตามบทบัญญัติใน ป.พ.พ. ว่าด้วยมรดก
- กำหนดให้นำบทบัญญัติใน ป.พ.พ.ว่าด้วยคู่สมรสครอบครัวและบุตรบุญธรรมมาใช้บังคับแก่คู่ชีวิตด้วยโดยอนุโลมในบางกรณี
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อผ่าน ครม. แล้วก็จะส่งร่างให้สภาพิจารณาโดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นของขวัญให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ จึงขอส่งสัญญาณให้กับกลุ่ม LGBTQ ที่รอกฎหมายดังกล่าวอยู่
ยังไม่มีความชัดเจนว่า ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตฉบับรัฐบาลจะได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของสภาเมื่อใด
เนื้อหา ร่าง กม. ที่รัฐบาลเสนอ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อเป็นกฎหมายที่รองรับความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวระหว่างบุคคลเพศเดียวกัน โดยมีการอุปการะเลี้ยงดูและมีความสัมพันธ์ในด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างไปจากคู่สมรส ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นครอบคลุมทุกกลุ่มในทุกมิติเรียบร้อยแล้ว โดยกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศต้องการกฎหมายที่รับรองสิทธิในการก่อตั้งครอบครัว และผู้แทนกลุ่มศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม ไม่ขัดข้องต่อกฎหมายดังกล่าว เพราะเข้าใจว่าประเทศไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ มีรายละเอียดดังนี้
ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... ฉบับนี้ ให้สิทธิและหน้าที่คู่ชีวิต เช่น
- หน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน
- อำนาจจัดการแทนผู้เสียหายในคดีอาญาเช่นเดียวกับสามีหรือภริยา
- สิทธิรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน
- สิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม
- สิทธิและหน้าที่ในการเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ หากอีกฝ่ายเป็นคนไร้ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
- สิทธิเซ็นยินยอมให้รักษาพยาบาลอีกฝ่าย
- สิทธิจัดการศพ
สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ได้แก่
- คู่ชีวิต หมายถึง บุคคลสองคนซึ่งเป็นเพศเดียวกันโดยกำเนิด และได้จดทะเบียนคู่ชีวิตตาม พ.ร.บ. นี้
- กำหนดให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตาม พ.ร.บ. นี้
- การจดทะเบียนคู่ชีวิตจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายยินยอม มีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ และทั้งสองมีสัญชาติไทย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสัญชาติไทย รวมทั้งกำหนดบุคคลต้องห้ามไม่ให้จดทะเบียนคู่ชีวิต เช่น ทั้งสองคนเป็นญาติสืบสายโลหิตกัน เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา เป็นต้น
- กรณีที่ผู้เยาว์จะจดทะเบียนคู่ชีวิต ต้องได้รับความยินยอมของบิดา มารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้ปกครอง หรือศาล และเมื่อจดทะเบียนคู่ชีวิตแล้วผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะ
- กำหนดบทบัญญัติเพื่อรองรับลักษณะความสัมพันธ์ของคู่ชีวิต เช่น ต้องอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวและช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน
- คู่ชีวิตมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายเช่นเดียวกับสามีหรือภริยา และมีอำนาจดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปเช่นเดียวกับสามีหรือภริยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป. วิ อาญา)
- ทรัพย์สินระหว่างคู่ชีวิต แบ่งเป็นสินส่วนตัวและทรัพย์สินร่วมกัน
- การสิ้นสุดการเป็นคู่ชีวิต คู่ชีวิตย่อมสิ้นสุดลงด้วยความตาย ศาลพิพากษาให้เพิกถอน หรือการเลิกการเป็นคู่ชีวิต รวมทั้งกำหนดเหตุฟ้องเลิกการเป็นคู่ชีวิต เช่น คู่ชีวิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่ชีวิต ประพฤติชั่ว ทำร้าย ทรมานร่างกายหรือจิตใจ จงใจละทิ้งอีกฝ่ายหนึ่งไปเกิน 1 ปี
- บุตรบุญธรรม เมื่อคู่ชีวิตได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขใน พ.ร.บ. นี้ และ ป.พ.พ. แล้ว สามารถรับบุตรบุญธรรมได้ รวมทั้งคู่ชีวิตฝ่ายหนึ่งจะจดทะเบียนรับผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งมาเป็นบุตรบุญธรรมของตนด้วยก็ได้
- เมื่อคู่ชีวิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย ให้คู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคู่สมรสตามบทบัญญัติใน ป.พ.พ. ว่าด้วยมรดก
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ ดังนี้
- ชายหรือหญิงจะทำการสมรสในขณะที่ตนมี "คู่สมรส" หรือ "คู่ชีวิต" อยู่ไม่ได้
- กาหนดให้เหตุฟ้องหย่ารวมถึง กรณีสามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉัน "คู่ชีวิต"
- ให้สิทธิรับค่าเลี้ยงชีพในกรณีหย่าหมดไป ถ้าฝ่ายที่รับค่าเลี้ยงชีพสมรสใหม่หรือจดทะเบียนคู่ชีวิต ทั้งนี้ สิทธิที่เกี่ยวข้องกับการเป็นคู่ชีวิตในกฎหมายฉบับอื่นๆ จะมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงแก้ไขต่อไป ภายหลังจากร่าง พ.ร.บ.นี้ มีผลบังคับใช้
14 มิ.ย. 2565 วิป รัฐบาลมีมติคว่ำ
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า วิปรัฐบาล มีมติไม่รับหลักการร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่เสนอโดยพรรคก้าวไกล ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวันที่ 15 มิ.ย. นี้
นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รัฐบาลมีมติไม่รับร่างของฝ่ายค้าน ดังนั้นฝ่ายค้านจึงจำเป็นต้องระดมสมาชิกอภิปรายแสดงเหตุผลอย่างเต็มที่โดยใช้โมเดล ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า รวมกับกระแสสังคมที่ต้องการบ้างเพราะระบอสมรสเท่าเทียมจึงมีความหวังว่า ที่ประชุมจะผ่านความเห็นชอบจากสภา พร้อมเชื่อว่าแนวต้านสูงพอสมควร โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาล









