มาตรา 112 : ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ผู้ต้องหาหญิงวัย 20 หลังอดอาหารประท้วงในเรือนจำ 37 วัน

ที่มาของภาพ, Thai news pix
ทานตะวัน "ตะวัน" ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมการเมือง ได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานหญิงกลาง กรมราชทัณฑ์ เมื่อ 26 พ.ค. หลังศาลอาญารัชดา มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว มีกำหนดเวลา 1 เดือน
ศาลสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นผู้กำกับดูแล ภายใต้เงื่อนไข คือ ให้ทานตะวันติดกำไลติดตามตัว, ห้ามออกนอกเคหสถานยกเว้นเจ็บป่วย, ห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกันนี้ หรือกระทำการที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และห้ามออกนอกราชอาณาจักร
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุทางทวิตเตอร์ว่า ศาลให้ประกัน หลังถูกถอนประกันคดีไลฟ์สดก่อนมีขบวนเสด็จฯ และถูกขังพร้อมอดอาหารรวม 37 วัน จนซูบอ่อนเพลีย นน.ลดกว่า 4 กิโลกรัม ขณะที่ความพยายามขอประกันตัว 3 ครั้งแรกถูกปฏิเสธ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ก่อนหน้านี้เมื่อ 20 เม.ย. ที่ผ่านมาผู้พิพากษาในศาลอาญากล่าวแย้งทนายความของนักกิจกรรมอิสระหญิงวัย 20 ปี ในวันที่มีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวในคดีมาตรา 112 หมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์ ว่า "การร่วมรับเสด็จนั้นประชาชนทุกคนสามารถทำได้ แต่กรณีของทานตะวันถือว่าผิดวิสัย ใส่เสื้อดำ ไม่ได้ใส่เสื้อเหลือง..." ฃ
ตะวัน ตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กก่อนมีขบวนเสด็จที่ถนนราชดำเนินนอกเมื่อวันที่ 5 มี.ค. ตั้งคำถามถึงขบวนเสด็จที่ขณะนั้นมีการย้ายผู้ชุมนุมกลุ่มชาวนาบริเวณใกล้เคียงกับอาคารสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ
"ด้อยค่าพระมหากษัตริย์" คือ คำบรรยายพฤติการณ์ที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง กล่าวหา จากการไลฟ์สดที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะให้คนทั่วไปชมได้
- ศาลถอนประกัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ผู้ต้องหาคดี ม. 112 กรณีทำโพลล์-ไลฟ์สดเรื่องขบวนเสด็จ
- ขบวนเสด็จฯ: เสียงจากผู้ต้องหาในคดีประวัติศาสตร์ มาตรา 110 "ประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี"
- ขบวนเสด็จ: เกิดอะไรขึ้นที่วงเวียนใหญ่ สรุปเหตุการณ์นักกิจกรรมชูป้าย ยกเลิก 112-หญิงวิ่งประชิดรถพระที่นั่ง
- ขบวนเสด็จฯ: "เอกชัย" ผู้ต้องหาคดี ม.110 แจ้งความกลับตำรวจกรณีขบวนเสด็จฯ ผ่านที่ชุมนุม
- จาก #ขบวนเสด็จ ถึง #SaveTwitterTH เกิดอะไรขึ้นกับทวิตภพไทย
หลังจากศาลสั่งเพิกถอนประกันตัว ตะวันถูกส่งตัวเข้าทัณฑสถานหญิงกลางทันที โดยศาลไม่รอการยื่นคำร้องขอประกันตัวจากทนายความ และตะวันประกาศอดอาหารประท้วงในเรือนจำที่คุมขังเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวตั้งแต่เย็นวันนั้นเป็นต้นมา โดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและนม
เธอเป็นหนึ่งในผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 11 คน ที่อดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัว การจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกจับกุมและผู้ต้องขัง
เมื่อ 17 พ.ค. ศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องขอฝากขัง ตะวัน เป็นครั้งที่ 7 หลังจากตำรวจขอฝากขังอีก 12 วัน โดยอ้างว่าจะต้องรอเสนอสำนวนต่อผู้บังคับบัญชา และยอมรับว่า "แม้ศาลจะปล่อยตัวตะวันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำสำนวนคดี" ศาลมีคำสั่งอนุญาตฝากขังอีก 5 วัน ทางทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันอีกครั้ง โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายประกัน
ศูนย์ทนายฯ เปิดเผยว่า ในวันนั้น ศาลยกคำร้องขอประกันตัว เนื่องจากไม่มีหลักฐานเงินเดือน (สลิปเงินเดือน) ของผู้ร้อง คือ นายพิธา และไม่มีพฤติการณ์พิเศษอื่นที่จะพิจารณาคำร้องได้ ทั้งนี้ ศูนย์ทนายฯ ระบุว่า พิธายื่นขอประกันโดยแนบหนังสือรับรองจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ระบุอัตราเงินเดือนไว้ชัดเจน
ตำรวจกล่าวหา อ้างไลฟ์สดขบวนเสด็จของตะวัน "ด้อยค่าพระมหากษัตริย์"
บันทึกพฤติการณ์แจ้งข้อกล่าวหาของตำรวจ สน.นางเลิ้ง ที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนนำมาเผยแพร่ ชี้ถึงข้อกล่าวหาของตำรวจ มีใจความสำคัญว่าการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กของตะวันมีเนื้อหาคำพูดอันเป็นการด้อยค่าไม่ให้ความสำคัญกับพระมหากษัตริย์
ตอนหนึ่ง ตำรวจกล่าวหาว่า ตะวันได้พูดว่า "....ม็อบชาวนาต้องย้ายแทนที่จะไปฟังปัญหาเขา แทนที่จะไปฟังปัญหาเขา แต่กลับไล่เขาออก เพียงเพราะมีคนคนเดียวเสด็จ..." และตั้งคำถามถึงความสำคัญของประชาชนและพระมหากษัตริย์
พนักงานสอบสวนอ้างว่าคำพูดดังกล่าว "สื่อความหมายว่า ผู้พูดเห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นชาวนาซึ่งมีจำนวนหลายคน มีความสำคัญมากกว่าพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นบุคคลเพียงคนเดียว กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ควรจะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นในขณะที่พระมหากษัตริย์เสด็จผ่านเส้นทางนั้น พระมหากษัตริย์ควรเข้าไปรับฟังปัญหาของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงตัดพ้อ ทั้งยังเป็นการด้อยค่าพระมหากษัตริย์ ว่าพระมหากษัตริย์ไม่มีความสำคัญ"

ที่มาของภาพ, ทะลุวัง - ThaluWang
นอกจากนี้ ตำรวจกล่าวหาตะวันเกี่ยวกับข้อความที่กล่าวถึงการจ่ายภาษีของชาวบ้านที่เดือดร้อน โดยตำรวจกล่าวหาว่าถ้อยคำของตะวัน " เป็นการพาดพิงถึงพระมหากษัตริย์ในทางเสื่อมเสีย กล่าวหาว่าพระมหากษัตริย์นำเงินของชาวบ้านไปใช้ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนทั่วไปที่ได้เข้าชมการเผยแพร่ภาพสดดังกล่าว เสื่อมศรัทธาต่อพระมหากษัตริย์ ทำให้พระมหากษัตริย์ทรงถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง ถือเป็นการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และเป็นการกระทำที่มิบังควร จาบจ้วง ล่วงเกิน ทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท"
จากคำบรรยายพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมด ตำรวจอ้างว่า คำพูดที่ตะวันบรรยายใขณะไลฟ์สดไปยังผู้ฟัง "มีเจตนาพิเศษ เพื่อให้ผู้ที่รับฟังมีความคิดและเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เป็นการด้อยค่าต่อพระมหากษัตริย์ ว่าพระมหากษัตริย์เป็นปัญหาและเป็นเหตุให้กลุ่มม็อบชาวนาต้องเคลื่อนย้าย ทั้งความจริงไม่ถูกต้อง เนื่องจากกลุ่มม็อบชาวนาที่มาเรียกร้องบริเวณดังกล่าว ส่วนใหญ่มีความจงรักภักดี และพอทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะมีเส้นทางเสด็จ ทุกคนก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือขยับออกจากพื้นที่เส้นทาง"
จากพฤติการณ์ทั้งหมด ตำรวจได้แจ้งข้อหาตะวัน ตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ
ชีวิตในเรือนจำ
"ตะวันเป็นเหาซึ่งเกิดจากความแออัดของเรือนจำและมีการนอนหัวชนกันจึงทำให้ติดเหาจากผู้ต้องขังในห้องเดียวกันสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเรือนจำควรแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว" ข้อความบนเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Tawan Tantawan ที่โพสต์โดยผู้ดูแลเฟซบุ๊ก เปิดเผยถึงความเป็นอยู่ของตะวันเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา
ตะวันในวัยที่เพิ่งพ้นจากการเป็นเยาวชนตามกฎหมายเพียงไม่กี่ปี ยังบอกตอนที่เธอตัดสินใจอดอาหารเพียง 1 วัน หลังจากเข้าเรือนจำว่า "อยู่ในนี้ต้องปรับตัวเยอะ รู้สึกแย่ละท้อบ้าง แม้จะทำใจไว้บ้างแล้ว พอตกกลางคืนนอนไม่หลับ ในฝันก็ฝันว่าอยู่ในคุก แต่ไม่ยอมแพ้แน่นอน..." เธอกล่าวด้วยว่า "ออกไปก็จะสู้ต่อ และถ้าย้อนเวลาได้ก็จะทำเหมือนเดิม"
ล่วงเข้าวันที่ 12 พ.ค. ก่อนที่จะถึงวันหยุดยาวกลางเดือน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน บันทึกการเข้าเยี่ยมของตะวันไว้ถึงสภาพจิตใจและร่างกายของหญิงวัย 20 ปี โดยเธอยืนยันแน่วแน่ถึงความตั้งใจที่จะอดอาหาร เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว
"อาการหน้ามืดกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับหนูไปแล้วพี่ ตอนนี้คือหนูหน้ามืดวันละ 2 ครั้ง เป็นเรื่องปกติ เลยต้องพกยาดม เพื่อนบอกไว้ว่าให้พกไว้ กลัวเป็นลม"
"หนูตั้งใจจะอดอาหารจนกว่าจะได้รับการประกันตัวออก เพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด"
เพิกถอนประกัน
การสั่งเพิกถอนประกันตัวเมื่อ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา เป็นการไต่สวนคำสั่งตามที่พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ยื่นคำร้องขอประกันตัวตะวัน โดยอ้างเหตุว่าเธอกระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีนี้ จากการโพสต์และแชร์ข้อความในเฟซบุ๊ก 10 ครั้ง พร้อมทั้งอ้างว่า ทานตะวันและพวกพยายามขับรถเข้าใกล้พื้นที่ที่มีขบวนเสด็จในช่วงค่ำของวันที่ 17 มี.ค. 2565
ที่ห้องพิจารณาคดี 801 ศาลอาญา รัชดา ศาลไต่สวนข้อเท็จจริงนอกคำร้องตำรวจเพิ่มถึงภาพที่ตะวันเข้าร่วมกิจกรรมรอรับขบวนเสด็จ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2565 และกิจกรรมเรียกร้องความยุติธรรมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรณีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ ได้อำนวยการให้มีการจับกุมควบคุมตัวเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวนสามคน เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2565 โดยที่ตะวันและทนาย ไม่รู้มาก่อน
ทนายได้แถลงชี้แจงว่า ในเหตุการณ์แรก ตะวันร่วมรอรับขบวนเสด็จจริง แต่นั่งอยู่ในพื้นที่จุดคัดกรอง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนล้อมรักษาความสงบอยู่โดยรอบ และในวันดังกล่าวเธอไม่ได้รบกวนหรือสร้างความวุ่นวายต่อขบวนเสด็จ ส่วนกิจกรรมวันที่ 15 พ.ค. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนเสด็จแต่อย่างใด
ศูนย์ทนายระบุว่า จากนั้นศาลได้พูดย้ำถึงเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีนี้ จำนวน 3 เงื่อนไข ว่าเข้าใจเงื่อนไขทั้งสามหรือไม่ และพูดอีกว่า "เอาเวลาของคุณมาสู้คดีที่มีก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งไปสร้างคดีใหม่ สู้คดีที่มีกับศาลก่อนเพื่อแสดงเจตนาว่าบริสุทธิ์จริงๆ ทำแบบนี้มีแต่จะเพิ่มคดี เพิ่มเงื่อนไขการปล่อยตัวให้กับตัวเอง"
หลังจากนั้นทนายแย้งศาลว่าการร่วมรับเสด็จนั้นเป็นสิ่งปกติที่ราษฎรพึงทำได้ใช่หรือไม่ แต่ศาลได้ตอบว่า "การร่วมรับเสด็จนั้นประชาชนทุกคนสามารถทำได้ แต่กรณีของทานตะวันถือว่าผิดวิสัย ใส่เสื้อดำ ไม่ได้ใส่เสื้อเหลือง และยังถูกกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวเกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ด้วย" และได้พูดเปรียบเทียบอีกว่า "หากคุณใส่เสื้อดำไปร่วมงานแต่งงาน เขาจะให้คุณเข้างานไหม เขาคงไม่ให้คุณเข้างานหรอก เพราะมันไม่ปกติ"
ความเคลื่อนไหวกรณี "ขบวนเสด็จ"
นับตั้งแต่ต้นปี 2565 เยาวชนนักกิจกรรมที่เรียกตัวเองว่า "ทะลุวัง" และ "มังกรปฏิวัติ" ได้ทำกิจกรรมตามที่สาธารณะต่าง ๆ หลายครั้ง ในรูปแบบการทำโพลล์ โดยใช้ป้ายกระดาษแข็งที่มีข้อความสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสถาบันกษัตริย์ โดยประเด็นขบวนเสด็จมีการเคลื่อนไหว ในเดือน ก.พ. โดยเขียนข้อความคำถามโพลล์ว่า "คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่" แล้วให้ประชาชนร่วมติดสติ๊กเกอร์ แสดงความคิดเห็นในช่องที่มีให้เลือก ระหว่างเดือดร้อน และไม่เดือดร้อน
ในเวลาต่อมา นักกิจกรรม 6 คน ได้ถูกตั้งข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์ มาตรา 112 ในจำนวนนี้รวมถึงตะวันที่ถูกตั้งข้อหามาตรา 112 อีกหนึ่งข้อหาแยกจากกรณีไลฟ์สดขบวนเสด็จ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นอกจากรูปแบบการทำโพลล์ในที่สาธารณะ ทางกลุ่มนักกิจกรรม "มังกรปฏิวัติ" ยังทำกิจกรรมรอรับขบวนเสด็จตามเส้นทางเสด็จในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. อย่างน้อย 2 ครั้ง
กรณี "ขบวนเสด็จ" เป็นกรณีที่ถูกแสดงความคิดเห็นบนโลกทวิตเตอร์เป็นระยะ ๆ ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือน ต.ค. 2562 แฮชแท็ก #ขบวนเสด็จ ขึ้นเป็นเทรนด์ในทวิตเตอร์ประเทศไทยเมื่อ 1 ต.ค. 2562 หลังจากมีผู้ใช้ทวิตเตอร์จำนวนหนึ่งรายงานปัญหาการจราจรหยุดนิ่งบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยบางคนระบุว่าเป็นการปิดการจราจรอันเนื่องมาจากมีขบวนเสด็จ และมีผู้ใช้ทวิตเตอร์จำนวนหนึ่งรายงานว่าพบเห็นรถพยาบาลอย่างน้อย 2 คัน ที่อยู่ระหว่างการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดอยู่บนถนนด้วย
พ.ต.อ.เจษฎา คุ้มศาสตรา ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยเวลานั้นว่า เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติตามคู่มือ"นโยบายและแนวทางการปฏิบัติในการถวายความสะดวกด้านการจราจรในการเสด็จพระราชดำเนิน (เป็นการส่วนพระองค์)" ที่เผยแพร่เมื่อปี 2553









