เพื่อไทยตั้งเป้าเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งหน้าต้องได้เกิน 250 ที่นั่ง ด้าน ชาติพัฒนาขอเกิน 25 คน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
พรรคเพื่อไทยชวนประชาชนเลือกพรรคด้วยคะแนนถล่มทลายแบบ "แลนด์สไลด์" เพื่อแก้วิกฤตชาติจากผลพวงรัฐประหาร ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนาหวังลบภาพพรรคท้องถิ่นด้วยการกวาดที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งหน้าเกิน 25 ที่นั่ง
24 เม.ย. 2 พรรคการเมืองจัดการประชุมสามัญประจำปี 2565 โดยในช่วงเช้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จัดการประชุม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต น.ส. กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ชทพ. กล่าวต่อผู้ร่วมประชุมถึงแนวทางการเปลี่ยนแปลงของพรรคว่า ถึงเวลาแล้วที่จะให้มีรุ่นใหม่เป็นผู้ถือธงนำ และให้คนที่มีประสบการณ์หนุนหลัง เป็นการผสมผสานกันระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรค ชทพ. ยังกล่าวว่าเป้าหมายต่อไปคือ การเป็นพรรคของคนทั้งประเทศ ด้วยการได้ ส.ส. มากกว่า 25 ที่นั่ง
ขณะที่พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำ 4 คนในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตามด้วยการประชุมสามัญประจำปีในช่วงบ่าย
ผู้นำพรรคคนแรกที่ขึ้นโชว์วิสัยทัศน์ คือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรค ถือเป็นการหวนขึ้นเวทีพรรคเพื่อไทยหลังจากลดบทบาททางการเมืองไปนาน
นายจาตุรนต์กล่าวถึงต้นตอวิกฤตการเมืองจากอดีต มาจากผู้มีอำนาจไม่ยอมให้ระบบกลไกประชาธิปไตยมาทำให้เกิดรัฐบาลที่ตอบสนองประชาชน ผ่านการทำรัฐประหาร โดยยกตัวอย่างรัฐประหารเมื่อปี 2549 นำไปสู่การยุบพรรคไทยรักไทยลง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ทว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2550 พรรคพลังประชาชนก็ได้รับเลือกเป็นรัฐบาลอีกครั้ง แต่ก็ต้องถูกยุบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ อุดมการณ์ของไทยรักไทย ยังคงอยู่กับพรรคเพื่อไทย
เพื่อไทยขอแลนด์สไลด์ทะลุ 253 ที่นั่ง
นายจาตุรนต์ ยังกล่าวถึงความท้าทายใหญ่ 8 ประการที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ คือ 1) ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ 2) การไม่มีรายได้ ของแพง ค่าแรงต่ำ 3)หนี้สาธารณะสูง หนี้ครัวเรือน 4) ความเลื่อมล้ำ 5) ขีดความสามารถในการแข่งขัน 6) สังคมสูงวัย 7) ภาวะโลกร้อน และ 8) การไม่มีเสรีภาพของประชาชนและความไม่เป็นประชาธิปไตยของประเทศ ซึ่งเขาชี้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นภารกิจของพรรคเพื่อไทย หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล
ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ชี้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 คือ วิกฤตปมของชาติ ซึ่งมีปัญหาในแง่ที่มาและการกำหนดเพื่อให้เกิดการสืบทอดอำนาจ ผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการแต่งตั้ง ส.ว. ซึ่งเป็นอุปสรรคในการพัฒนาของประเทศและการแก้ปัญหาประชาชน ดังนั้น สิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องการคือ การแก้ไขที่มาของนายกรัฐมนตรี รวมถึงสิทธิเสรีภาพประชาชน ในกระบวนการยุติธรรม สิทธิการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ สิทธิการประกันตัว และปิดช่องโหว่และป้องกันไม่ให้การเกิดรัฐประหารอีกต่อไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. จ.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวถึง 6 หลุมดำแห่งความทุกข์ใน 8 ปีของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งประกอบด้วย 1. วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ หนี้ครัวเรือนสูงสุดในประวัติศาสตร์ 2. วิกฤตสาธารณสุขครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ จากการรับมือที่ผิดพลาด 3. วิกฤตผู้นำที่ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมโลก 4. วิกฤตการเมือง วิกฤตประชาธิปไตยที่เสื่อมโทรม รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ การละเมิดสิทธิมนุษยชนทำลายผู้เห็นต่างโดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ 5. วิกฤตหนี้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติงบประมาณที่ไม่ได้สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ไม่สร้างรายได้ และ 6. วิกฤตคอร์รัปชันที่รุนแรง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นอกจากนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ยังมีกลไกที่บิดเบี้ยวด้วยการใช้ ส.ว. 250 คนเป็นผู้เลือกนายกฯ แม้ว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง แต่ก็เหมือนแพ้ เพราะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
"บทเรียนครั้งที่ผ่านมาสอนให้เรารู้ว่า การเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ การเลือกตั้งครั้งต่อไป ต้องไม่แค่ชนะ ต้องชนะให้ขาด ต้องร่วมมือกันเลือกพรรคเพื่อไทยพรรคเดียว เลือกเพื่อไทยอย่างแลนด์สไลด์อย่างถล่มทลายให้มีเก้าอี้ ส.ส. ในสภาอย่างน้อย 250 ที่นั่งขึ้นไป ถ้าจะให้ดีคือ 253 ที่นั่ง เผื่อเป็นประธาน รองประธานอีก 3 ที่นั่ง" นพ. ชลน่าน กล่าว
แพทองธารโชว์วิสัยทัศน์-ส่งการบ้านพรรคเพื่อไทย 5 ข้อ
น.ส. แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมของพรรคเพื่อไทยกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ร่วมกับผู้นำพรรคเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเธอระบุว่าเป็นการส่งการบ้านหลังได้รับตำแหน่งนี้ครบ 6 เดือน โดยสาระสำคัญของแนวความคิดประกอบด้วย
1. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและกระจายอำนาจสู่ระดับประชาชน ทางการศึกษา ทางสาธารณสุข การเกษตรและการปกครองท้องถิ่นให้อยู่ในระดับของจังหวัด ลดภาระและขนาดของกระทรวงลงเพื่อความคล่องตัว
2. ดึงศักยภาพคนไทยโดยใช้ศักยภาพของ "ซอฟต์เพาเวอร์" ให้เป็นหัวใจเศรษฐกิจ โดยจัดทำระบบค้นหาศักยภาพของคนไทยใน 16 ล้านครอบครัว เพื่อเพิ่มค่าแรงและสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น
3. การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเกษตรในแต่ละพื้นที่ เพื่อลดรายจ่าย-ลดต้นทุนให้กับเกษตรกร รวมทั้งการจัดเก็บผลิตภัณฑ์และการจัดจำหน่าย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
4. ปรับเปลี่ยนภาครัฐและเอกชนด้วยการขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีดิจิทัล (digital transformation) เช่น รัฐบาลดิจิทัล การสร้างระบบราชการแบบไร้กระดาษผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด การส่งเสริมการตลาดผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ
5. เตรียมคนไทยเข้าสู่ยุคเมตาเวิร์ส (metaverse) เริ่มด้วยการประกาศให้ไทยเป็นมิตรกับสกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี เช่น การซื้อขายสินทรัพย์ทางดิจิทัลเพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากความล้าหลังทางเทคโนโลยี มีระบบเครือข่ายวายฟายฟรีทุกพื้นที่ และเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติหนึ่งเท่าตัวเป็น 80 ล้านคนภายในระยะเวลา 4 ปี
"เราจะไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นทางด้านเทคโนโลยีให้กับต่างประเทศอีกแล้ว เราจะสนับสนุนคนไทยในทุกรูปแบบ โดยที่ไทยทำ ไทยใช้ ไทยฉลาด ไทยเจริญ" เธอกล่าว
ทั้งนี้ ลูกสาวคนเล็กของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ระบุว่า ทีมงานของเธอจะทำให้ภารกิจดังกล่าวเป็นรูปธรรมขึ้น หลังจากวันที่รัฐบาลประกาศยุบสภา และพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย









