You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ลาออกจากรองหัวหน้า ปชป. ปฏิเสธข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิง
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของ ปชป. แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและตำแหน่งอื่น ๆ ในพรรคทั้งหมด หลังจากถูกกล่าวว่าล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิง
นายปริญญ์ซึ่งเป็นลูกชายของนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองอีกหลายตำแหน่ง เปิดแถลงข่าวที่ที่ทำการพรรควันนี้ (14 เม.ย.) หลังจากที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดังโพสต์เฟซบุ๊กว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้หญิงคนหนึ่งว่าถูก "รองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่" ล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งนายษิทราได้นำผู้หญิงคนดังกล่าวไปแจ้งความกับตำรวจไว้แล้วเมื่อวันที่ 12 เม.ย.
- สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ : จาก “พี่เอ้” อธิการบดี สจล. ผู้ “ไม่กลัวทัวร์” ก่อนเปิดตัวลงผู้ว่าฯ กทม.
- ประชาธิปัตย์: จุรินทร์ ยอมรับภาวะเลือดไหลออกจากพรรค ชู “ดร. เอ้-สุชัชวีร์” คือ “รูปธรรมเลือดใหม่คุณภาพ”
- ประชาธิปัตย์ ยก "พระเจ้าตากโมเดล" อ้างต้องเดินหน้าร่วมรัฐบาล พปชร.
- ประชาธิปัตย์ : คัดหัวหน้า หาแนวทางฟื้นฟูพรรคเก่าสุดของประเทศ
"เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ เพราะนักการเมืองคนนี้มีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โต สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง โดยหลอกว่าจะพามาคุยเรื่องงานและสอนน้องเรื่องหุ้น เศรษฐศาสตร์ แต่พอมาจริงกลับคุยแต่เรื่องเพศ และลวนลามต่าง ๆ นานา" นายษิทราระบุ
โพสต์ของนายษิทราถูกส่งต่อและมีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก พร้อมกับคาดเดาว่านักการเมืองคนดังกล่าวเป็นใคร ต่อมาวันนี้ นายษิทราได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหาเคยก่อเหตุเช่นเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งยังเคยมีคดีล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ
แม้จะไม่มีการยืนยันตัวตนว่าผู้ถูกกล่าวหาคือใคร แต่หลังจากผู้คนในโลกโซเชียลบางส่วนเชื่อมโยงกรณีนี้กับรองหัวหน้า ปชป. นายปริญญ์จึงได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา
"การที่ผมต้องชี้แจงในเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้กระทบงานของพรรค ผมจึงขอลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่วันนี้เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วก็พิสูจน์ความจริง" นายปริญญ์กล่าวพร้อมกับยืนยันว่าเขาไม่ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา และการพบปะกันระหว่างเขากับหญิงสาวที่ร้องเรียน ก็เกิดขึ้นในเวลาเย็น ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งมีคนจำนวนมาก
เขาปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายและเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเขาจะให้การกับตำรวจเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงคดีล่วงละเมิดที่ประเทศอังกฤษเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมีการเผยแพร่ข่าวที่ระบุชื่อเขาเป็นผู้ถูกกล่าวหา นายปริญญ์ตอบเพียงสั้น ๆ ว่าคดีนั้นจบไปแล้ว และไม่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
คำต่อคำ: ปริญญ์แถลงลาออก-ปฏิเสธข้อกล่าวหา
ผมรู้สึกช็อกและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่เห็นในโซเชียลมีเดีย ผมยืนยันในความบริสุทธิ์ หลายข้อกล่าวหาผมปฏิเสธและไม่ใช่เรื่องจริง หลายคนที่รู้จักผมก็รู้ดีว่าผมไม่ใช่คนอย่างนั้น ผมเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์
ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นข้อกล่าวหาในเรื่องส่วนตัวของผมในโซเชียลมีเดีย แต่เรื่องส่วนตัวนี้ได้กระทบกับการทำงานในหน้าที่ภารกิจของผมในพรรคประชาธิปัตย์ที่ผมมีตำแหน่งอยู่ ผมรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบกับงานของผม ซึ่งกระทบกับภาพลักษณ์ในการทำงานของผมและของพรรค ผมจึงยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและพร้อมที่จะเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่
ผมต้องแสดงความรับผิดชอบเพราะไม่อยากให้การที่ผมต้องชี้แจงความบริสุทธิ์ของผมกระทบงานของพรรค ผมจึงขอลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วก็พิสูจน์ความจริง
ผมช็อกและตกใจจริง ๆ จากใจจริง ผมไม่คิดว่าจะมีข้อกล่าวหาอย่างนี้ เพราะผมไม่ใช่คนอย่างนั้น แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่จริง ดังนั้นผมก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
คุณพ่อคุณแม่ทุกคนก็รักและเป็นห่วงเป็นใยลูกตัวเอง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวที่ผมเองต้องไปชี้แจงด้วยตัวเอง และหลายอย่างผมขอไปชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรงดีกว่า
ผมยังไม่อยากมองเรื่องฟ้องกลับในตอนนี้ ถ้าใครไปแจ้งความเท็จหรือทำอะไรที่ผิดไว้ อนาคตก็ต้องเห็นกัน แต่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดคือ ให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำงาน ตอนนี้ผมขอไม่เล่ารายละเอียด เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่อาจจะกระทบผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าผมพูดกับเจ้าหน้าที่โดยตรงจะดีที่สุดและเป็นธรรมที่สุดต่อทุกฝ่าย ผมเชื่อว่ามันอาจจะต้องใช้เวลา แต่เวลาจะพิสูจน์ความจริงได้
ผมไม่อยากจะไปคิดว่าข้อกล่าวหานี้จะไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แค่คิดว่าสิ่งที่โดนกล่าวหาไม่ใช่ความจริง และผมก็พร้อมที่จะพิสูจน์และพร้อมจะให้รายละเอียดความจริงในทุกข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น
กรณีนี้ ผู้ใหญ่ในพรรคก็ปล่อยให้ผมได้ตัดสินใจเองอย่างเต็มที่ ซึ่งผมตั้งใจจะชี้แจงตั้งแต่เมื่อคืน แต่ทราบดีว่าเป็นช่วงวันสงกรานต์ วันนี้ก็ถือว่าผมได้พูดความในใจอย่างเต็มที่ และผมก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่การงานของผม...ถามว่ายังอยากช่วยพรรค อยากทำงานเพื่อสังคมมั้ย ยังอยากทำอยู่ แต่ในเมื่อมีการกล่าวหาผมในเรื่องนี้ ซึ่งผมปฏิเสธว่าข้อกล่าวหาว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่มันกระทบกับภาพลักษณ์ กระทบกับการทำงาน เราก็ต้องรับผิดชอบและมาตอบข้อกล่าวหา เคลียร์ตัวเองให้ชัดเจนก่อน
ผู้ใหญ่ของพรรคก็รับทราบในการตัดสินใจที่ผมจะขอลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้ความเป็นจริงเราจะรู้ว่าเราไม่ได้กระทำตามข้อกล่าวหา แต่เมื่อมันกระทบภาพลักษณ์การทำงานเพื่อสังคมที่พรรคพยายามทำต่อเนื่องมา ผมก็ไม่อยากให้กระทบตรงนี้ ท่านจุรินทร์ (จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้า ปชป.) ก็เคารพการตัดสินใจของผม
การที่ผมโทรศัพท์หาคุณแม่ของผู้กล่าวหาก็เพื่อทำความเข้าใจและแสดงเจตนาบริสุทธิ์ว่าผมไม่ได้ทำอะไร ผมไม่ได้หนีไปไหน และขอโทษที่ผมทำให้คุณแม่ไม่สบายใจ มีอะไรให้คุยกันได้ เจอกันได้ ผมไม่ได้หนีปัญหา เมื่อมีคนมากล่าวหา ผมก็ยินดีพบปะพูดคุยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่มีอะไรต้องซ่อน
จริง ๆ สถานที่นัดพบ (กับผู้กล่าวหา) ไม่ใช่โรงแรม แต่เป็นร้านอาหารที่เป็นสถานที่เปิด มีคนเยอะมาก และเป็นเวลาห้าโมงเย็น คนแน่นร้านเลยครับ โดยน้องผู้หญิงได้มาปรึกษาในหลายเรื่อง
ผมปฏิเสธข้อกล่าวหา ผมอยากให้สื่อให้ความเป็นธรรมด้วยกับเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ความจริง และผมเชื่อว่าความจริงจะปรากฏเมื่อผมได้มีโอกาสเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ถ้าผมพูดออกสื่อ ผมเกรงว่าจะไม่เป็นธรรมและส่งผลกระทบกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง มันอาจจะใช้เวลา แต่ไม่เป็นไรครับ
สำหรับคดีที่อังกฤษ จบไปนานแล้ว แล้วก็ไม่ได้มีอะไรที่จะมากระทบกับคดีนี้ มันจบไปนานแล้วจริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไร
ผู้เสียหายแสดงตัวเพิ่ม
หลังจากนายปริญญ์แถลงข่าวปฏิเสธข้อกล่าวหา นายษิทราได้นำผู้เสียหายไปแจ้งความเพิ่มเติม คือ น.ส.หทัยรัตน์ วิทยภูมิ ซึ่งกล่าวกับสื่อมวลชนว่ายินดีเปิดเผยชื่อและตัวตนเพราะต้องการเป็นกำลังใจให้ผู้เสียหายคนอื่น ๆ กล้าที่จะออกมาต่อสู้
น.ส.หทัยรัตน์เป็นภรรยาของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ "ลูกนัท" นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เป็นข่าวดังหลังจากได้รับบาดเจ็บขณะร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเมื่อเดือน ส.ค. 2564 จนสูญเสียดวงตาไปหนึ่งข้าง
เธอโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าถูก "นักการเมืองในข่าว" ล่วงละเมิดทางเพศเมื่อปี 2564 ที่คอนโดมีเนียมย่านสุขุมวิท โดยเธอถูกหลอกล่อให้ไปพบเพื่อแนะนำเรื่องการทำธุรกิจ
"เราอยากไปแสดงตัวเป็นผู้เสียหายเพราะเราทนเห็นคนโกหกแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ เรื่องนี้ติดอยู่ในใจตลอด ไม่กล้าแม้แต่จะบอกคุณพ่อคุณแม่หรือเพื่อนสนิท หรือแม้แต่กับพี่และน้อง...แต่ทันทีที่ได้เห็นข่าว ได้เห็นหน้า ได้ยินเสียง ความรู้สึกทั้งหมดกลับมาเหมือนเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน (เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 1 ปีที่แล้ว) ในวันนี้เราอยากออกมายืนยันว่าสิ่งที่ผู้เสียหายพูดคือเรื่องจริง" น.ส.หทัยรัตน์โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กช่วงค่ำของวันที่ 14 เม.ย.
นอกจากนี้ นายษิทรายังระบุว่าเขาได้รับการติดต่อจากผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศของนักการเมืองคนดังกล่าวนับสิบรายแล้ว
ขณะที่นายธนัตถ์ สามีของ น.ส.หทัยรัตน์ ระบุว่าเขาเชื่อว่านายจุรินทร์ หัวหน้า ปชป. รู้ถึงพฤติกรรมของนายปริญญ์ตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ามาร่วมงานกับ ปชป. พร้อมกับเรียกร้องให้มีการตรวจสอบจริยธรรมนายปริญญ์และคณะกรรมการบริหารพรรค
"ดร.เอ้" ระบุกรณีปริญญ์ไม่กระทบการหาเสียง
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายปริญญ์ ผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของ ปชป. ถูกกล่าวหากรณีล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งนำมาสู่การที่นายปริญญ์ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคว่า เขาไม่กังวลเพราะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล
นายสุชัชวีร์เชื่อว่าข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ของพรรค เพราะนายปริญญ์ได้แถลงลาออกไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว
เขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่ เพราะไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และมั่นใจว่าในช่วงที่ผ่านมาเขาและผู้สมัคร ส.ก. ได้ลงพื้นที่หาเสียงอย่างแข็งขัน กรณีของนายปริญญ์จึงไม่น่ามีผลกระทบต่อการหาเสียง
ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา นายปริญญ์มักร่วมลงพื้นที่หาเสียงกับนายสุชัชวีร์อยู่บ่อยครั้ง
รู้จัก ปริญญ์ พานิชภักดิ์
ปริญญ์ วัย 44 ปี เรียกได้ว่าเป็นนักการเมืองที่มีโปรไฟล์สวยหรู ทั้งด้านการศึกษา ประวัติการทำงาน และชีวิตส่วนตัวที่เป็นลูกชายของนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา อดีตรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ในบัญชีทวิตเตอร์ ปริญญ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองไว้ว่า "SG74, Charterhouse, LSE, ABN Amro, DB Tisco, CEO CLSA, Governor SET, Director NIA, ETDA, NEA, FAcT, Deputy Leader Democrat Party - Living the moment - No self"
ขยายความได้ว่าเขาเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบมัธยมปลายที่โรงเรียน Charterhouse ประเทศอังกฤษ จบปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์และการเงินที่ London School of Economics and Political Science เคยทำงานที่ธนาคาร ABN Amro ในประเทศอังกฤษ เป็นอดีตผู้บริหารที่ Deutsche Bank - Tisco เป็นอดีต กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทหลักทรัพย์ CLSA อดีตกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กรรมการบริหาร สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กรรมการสถาบันผู้ประกอบการยุคใหม่ (NEA) และเป็นรองหัวหน้า ปชป.
หลังจากทำงานในแวดวงเศรษฐกิจ การเงินการลงทุนมาเกือบ 20 ปี ทั้งที่ลอนดอน ฮ่องกง และกรุงเทพฯ ปริญญ์ก็ตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัวในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ปชป. ภายใต้การนำของนายจุรินทร์เมื่อเดือน พ.ค. 2562 โดยดูแลทีมเศรษฐกิจของพรรคซึ่งเขาบอกว่า "เป็นพรรคที่ผมมีความผูกพันมาตั้งแต่เด็กเมื่อครั้งที่ช่วยคุณพ่อ (ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์) เดินหาเสียงในเขตหนองจอก บางกะปิ มีนบุรี ในปี 2526 ที่ท่านลงสมัคร ส.ส. เป็นครั้งแรก"
ปริญญ์บอกว่าเขามีความตั้งใจจะมาร่วมกับทีมของนายจุรินทร์ในการฟื้นฟูพรรค ช่วยกันทำงานเป็นทีมเหมือนกลุ่ม "อเวนเจอร์ส" ที่แต่ละคนนําความรู้ความสามารถที่โดดเด่นออกมาช่วยเหลือสังคม ในตอนนั้นเขาได้รับฉายาว่าเป็น "หัวหน้าทีมอเวนเจอร์เศรษฐกิจทันสมัย (New Economy)" ของ ปชป.
เดือน มี.ค. 2565 ปริญญ์ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจากคณะกรรมการบริหาร ปชป. ที่แต่งตั้งให้เขาเป็นผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ซึ่งพรรคได้ส่งนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามของพรรค
ในวันเปิดตัวปริญญ์เป็น ผอ.ศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้า ปชป. ที่ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ยกย่องปริญญ์ว่า "เป็นบุคคลที่มีความสำคัญของพรรค ในการช่วยกันทำงานขับเคลื่อนพรรคในหลากหลายรูปแบบ" และบอกว่าเขาเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นผู้นำการเลือกตั้งของพรรคเพราะ เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ทันสมัยตรงกับแนวทางอุดมการณ์ของ ปชป. และมีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการการเลือกตั้งด้วยกลยุทธ์ที่ทันสมัยสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในปัจจุบัน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปริญญ์มักได้รับเชิญไปบรรยายสาธารณะและร่วมวงเสวนาในประเด็นที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่จัดโดยองค์กรชั้นนำหลายแห่ง และมักได้รับเชิญจากสื่อมวลชนไปออกรายการวิเคราะห์เศรษฐกิจอยู่เสมอ เขาจึงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหลายวงการ นอกจากนี้ปริญญ์ยังจัดรายการ "คุยง่าย ๆ สไตล์ปริญญ์" ทางช่องยูทิวบ์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับเทรนด์การเงิน สินทรัพย์ดิจิทัล และเศรษฐกิจยุคใหม่อีกด้วย