You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ซาอุดีอาระเบีย จะยังเป็น “ขุมทอง” ของแรงงานไทยได้เหมือนในอดีตหรือไม่
ภายหลัง "ความสำเร็จ" ของการเยือนซาอุดีอาระเบียเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานกว่า 30 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งเดินหน้าจัดหาแรงงานทันที และให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนภายใน 2 เดือน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเรื่องนี้ในเอกสารข่าวเพื่อสื่อมวลชน เมื่อ 27 ม.ค. หลังการเยือนของนายกฯ เพียง 2 วัน
ก่อนหน้านี้ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่าการเยือนครั้งนี้เป็น "ความสำเร็จในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย - ซาอุดีอาระเบีย ให้กลับมาอยู่ใน 'ระดับปกติ' อย่างสมบูรณ์ " ยทำให้ทั้ง 2 ประเทศได้รับโอกาสในการร่วมมือ 9 ด้าน ได้แก่ ท่องเที่ยว พลังงาน แรงงาน อาหาร สุขภาพ ความมั่นคง การศึกษาและศาสนา การค้าและการลงทุน กีฬา
นายกฯ กล่าวว่า "ไทยมีแรงงานฝีมือและกึ่งฝีมือที่มีศักยภาพจำนวนมาก ที่จะช่วยสนับสนุน โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบต่าง ๆ ใน "วิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย ค.ศ. 2030" (Saudi Vision 2030)"
ด้านสำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า หลังการพบกันของผู้นำ 2 รัฐบาล ทางสำนักงานได้รับการติดต่อจากเอเยนต์จัดหางานในซาอุดีอาระเบียจำนวนมาก
"วันนี้ที่สำนักงานได้รับการติดต่อจากบริษัทจัดหางาน นายหน้าจัดหางานซาอุดีฯ จำนวนมากตลอดทั้งวัน ซึ่งทุกบริษัทที่ติดต่อมาทราบจากข่าวว่า ไทย-ซาอุดีฯ ได้รื้อฟื้นความสัมพันธ์และมีการเจรจากันระหว่างกระทรวงแรงงานไทย และกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมซาอุดีฯ" สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย อธิบายผ่านทางอีเมลถึงบีบีซีไทยเมื่อ 26 ม.ค.
ขณะที่ หนึ่งในผู้ถือใบอนุญาตจัดหางานคนไทยไปต่างประเทศ บอกกับบีบีซีไทยเช่นกันว่า ได้รับการติดต่อจาก ตัวแทนชาวซาอุดีอาระเบียมาตั้งแต่ ต.ค. ปีที่แล้ว และยังอยู่ระหว่างเตรียมการหารือเงื่อนไขการจัดหาแรงงาน
ก่อนหน้านี้ น.ส. รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการหารือระหว่างนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. แรงงาน กับ นายอาหมัด สุไลมาน อัล ราจีห์ รมว. ทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาทางสังคม ซาอุดีอาระเบีย ว่า กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ฯ มีเป้าหมายดำเนินการจัดการหาแรงงานดีมีฝีมือให้ได้ 8 ล้านคน ซึ่งไทยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้
หลังเดินทางกลับถึงไทย นายสุชาติเล่าเรื่องผ่านทางบัญชีเฟซบุ๊กถึงบิดาที่เคยเป็นแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย
"เมื่อ 37 ปีก่อน พ่อผมไปขายแรงงานที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ส่งเงินมาให้ผมเรียนจนจบการศึกษา กระทั่งวันนี้ ผมได้ไปเยือนซาอุฯ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน"
ซาอุดีอาระเบีย ไม่ให้วีซ่าทำงานคนไทยมา 30 ปี
สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า จำนวนแรงงานถูกกฎหมายในซาอุดีอาระเบียมีอยู่ประมาณ 1,345 คน (ข้อมูลทางการ) และกลุ่มแรงงานผิดกฎหมายประมาณการไว้ 4,000-5,000 คน
ในกลุ่มแรงงานทั้งหมด แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่
- แรงงานดั้งเดิมที่ได้วีซ่าทำงานก่อนที่จะถูกลดความสัมพันธ์และยังคงทำงานมาอยู่อย่างต่อเนื่องกว่า 30-40 ปี จะเป็นกลุ่มช่างต่าง ๆ เช่น ช่างยนต์ ไฟฟ้า แอร์ เคาะพ่นสี มากที่สุด รองลงมาเป็นโฟรแมน์คุมงานก่อสร้าง คนขับรถขุด รถบด รถเครน รถหัวลาก นอกจากนี้ยังมี วิศวกร สถาปนิก พ่อครัว ช่างทำเครื่องประดับทอง แต่จำนวนน้อยมาก
- แรงงานมุสลิม ส่วนใหญ่จะทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องการการแสวงบุญ ฮัจญ์ อุมเราะห์ ทำอาหาร ขับรถทัวร์ ไกด์นำเที่ยว และทำธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้าอาหรับ- มุสลิม แรงงานกลุ่มนี้อยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมายค่อนข้างมาก และมักอยู่แถบเมืองมักกะห์ มะดีนะห์ ตออีฟ
สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย ระบุด้วยว่า ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการอนุญาตตรวจลงตราชนิดทำงานแก่ผู้ถือสัญชาติไทย เว้นกรณีพิเศษ อาทิ ลูกจ้างส่วนพระองค์ บริษัทที่มีเส้นสายใกล้ชิดกับเชื้อพระวงศ์ เป็นต้น ซึ่งมีจำนวนไม่มาก
ส่วนความร่วมมือด้านแรงงานหลังจากนี้ สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย บอกว่า จากการหารือทาง รมว. ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องว่าควรเร่งรัดให้เกิดการลงนามในบันทึกความตกลงให้เร็วที่สุดโดยกำหนดกรอบคร่าว ๆ ไว้ 2 เดือน ซึ่งส่วนนี้เป็นความร่วมมือของฝ่ายกระทรวงแรงงานในภาพใหญ่ แต่ทั้งนี้การยกเลิกการห้ามออกวีซ่าให้คนไทยนั้นเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง หากฝ่ายซาอุดีอาระเบียยกเลิกเลยวันนี้ คนไทยก็สามารถขอวีซ่าเดินทางไปทำงานและท่องเที่ยวได้เลย ซึ่งส่วนนี้เป็นการประสานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของ 2 ประเทศ
เอเยนต์ชี้ค่าแรงไทยแพงกว่าคู่แข่ง 30%
กานต์ ศรีเปารยะ เจ้าของบริษัทจัดหางานเทคโน-ไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด ผู้ถือใบอนุญาตจัดหางานคนไทยไปต่างประเทศ และเป็นเลขาธิการสมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศ บอกกับบีบีซีไทยว่า เขาได้รับการติดต่อจากตัวแทนจัดหางานชาวซาอุดีฯ มาตั้งแต่ราว ต.ค. ปีที่แล้ว
เขาบอกด้วยว่า กว่า 30 ปี ที่ซาอุฯ ตัดสัมพันธ์ไทยไปแล้ว ทำให้ "คอนเนกชั่น" จัดหางานก็หายไปหมดแล้วเช่นกัน จึงเป็นช่วงเวลาที่บริษัทเอเยนต์ จะต้องสร้างสัมพันธ์และความไว้วางใจขึ้นมาใหม่ ดังนั้น จึงต้องมีการพบแบบตัวต่อตัวก่อน จึงจะเดินหน้าธุรกิจต่อได้
"ทางนั้นก็บอกว่า เดือน ม.ค. จะมา พอมีโอมิครอน ให้รอกักตัว เขาก็รอไปก่อน แต่เผอิญว่าอยู่ดี ๆ นายกฯ ไป เขาก็เลยจะรีบเร่งมาแล้ว ตอนนี้จะรีบเอาคนเยอะ ๆ แล้วล่ะครับ" กานต์ระบุ
เจ้าของบริษัทจัดหางานซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2527 บอกว่า บริษัทของเขาทำมาแต่รุ่นพ่อ ในช่วงยุคที่คนไทยไป "ขุดทอง" เยอะ ๆ แต่เมื่อมีคดีโจรกรรมเพชร ทางบริษัทก็ไม่ได้ส่งคนไทยไปทำงานซาอุฯ แล้ว แต่ส่งไปประเทศอื่นแทน ปัจจุบัน บริษัทเน้นส่งกลุ่มแรงงานที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ไปยังประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย
กานต์บอกว่า จากการติดต่อกับเอเยนต์ ทางซาอุฯ บอกว่ากลุ่มแรงงานที่ต้องการ ข้อมูลที่เอเยนต์ บอกมานั้น "ยังกว้างมาก" หลายกลุ่มอุตสาหกรรม แต่ได้กล่าวเน้นถึงความต้องการแรงงานในกลุ่มภาคบริการ เช่น คนทำความสะอาด พนักงานนวด และกลุ่มช่างกลในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ที่บริษัทของกานต์ ตั้งเป้าส่งแรงงานในกลุ่มนี้ เพราะมีอัตราเงินเดือนสูงกว่าภาคบริการ
สำหรับอัตราเงินเดือนค่าจ้างในซาอุดีอาระเบีย กานต์ยอมรับว่า ไม่ได้สูงมาก อีกทั้งแรงงานไทยมีคู่เปรียบเทียบจากแรงงานอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา ฟิลิปปินส์
"ค่าแรงของเราจะแพงกว่าคนอื่น 30% เพราะฉะนั้นคนไทยบางอย่างก็ไปได้ บางอย่างค่าแรงเราอาจจะแพงกว่าเขา"
"เราบอก (เอเยนต์ซาอุฯ) ไปแล้วว่าจริง ๆ เป็นข่าวดีและตื่นเต้น ถ้าพูดตรง ๆ เลย ซาลารี่ (เงินเดือน) มันน้อย สำหรับคนไทย มันไม่ค่อยแอทแทรคทีฟ (ดึงดูด) เท่าไหร่ เขา (เอเยนต์ซาอุฯ) ก็บอกว่า จริง ๆ ตอนนี้เขากำลังจะพลิกจากประเทศที่เป็นน้ำมันอย่างเดียว ทำให้เป็นอย่างดูไบ เป็นประเทศที่มีท่องเที่ยว มีเกษตร ด้วย"
ค่าแรงในตะวันออกกลางกับประเทศอื่น ๆ ที่แรงงานไทยไปทำงาน
ปัจจุบันมีประมาณการตัวเลขแรงงานไทยทำงานในต่างประเทศที่บันทึกอย่างเป็นทางการ มีจำนวน 104,909 คน ใน 115 ประเทศ โดยประเทศที่แรงงานไทยไปทำงานมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ไต้หวัน อิสราเอล และเกาหลีใต้
ข้อมูลจากกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน เมื่อเดือน ก.พ. 2564 ระบุอัตราค่าจ้างในประเทศยอดนิยมเหล่านี้ไว้ ดังนี้
- ไต้หวัน ค่าจ้างขั้นต่ำในกลุ่มคนงานทั่วไปอยู่ที่ 24,000 เหรียญ ต่อเดือน หรือราว 28,560 บาท ยังไม่หักค่าที่พัก อาหาร แต่กลุ่มช่างทั่วไป และช่างฝีมือ เป็นไปตามข้อตกลงของสัญญาจ้าง
- อิสราเอล งานภาคเกษตร อัตราค่าจ้างขั้นต่ำท้องถิ่นอยู่ที่ 5,300 เชคเกล ต่อการทำงานเต็มเวลา 186 ชม. หรือคิดเป็นเงินไทย 55,120 บาท ยังไม่หักค่าที่พัก ค่าสาธารณูปโภคและประกันสุขภาพ
- เกาหลีใต้ ตำแหน่งงานเป็นแรงงานตามระบบอนุญาตจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System for Foreign Workers : EPS) ระหว่างรัฐบาลไทยโดยกระทรวงแรงงาน กับกระทรวงแรงงานและการจ้างงานสาธารณรัฐเกาหลี อัตราค่าจ้างท้องถิ่นอยู่ที่ 1,822,480 วอนต่อเดือน หรือคิดเป็นเงินไทย ราว 50,295 บาท ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง เป็นการจ้างงานในอุตสาหกรรมการผลิต ได้แก่ โลหะ อุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์ พลาสติก สิ่งทอ และอาหาร
- ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ กรมการจัดหางานออกประกาศอัตราค่าจ้างไว้ 4 กลุ่มงาน คือ
- กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีตั้งแต่ระดับแรงงานทั่วไป ไปจนถึง ช่างฝีมือระดับสูง เงินเดือนตามประกาศกรมการจัดหางานอยู่ที่ 500-800 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทย ราว 16,605- 26,560 บาท
- กลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปิโตรเลียมก๊าซและธรรมชาติ ตำแหน่งงานตั้งแต่แรงงานกึ่งฝีมือ ถึงช่างฝีมือชั้นสูง ค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดือนละ 550-1,000 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย ราว 18,265-33,100 บาท
- กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมศิลป์ อุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมบริหาร ตำแหน่งแรงงานทั่วไป และแรงงานกึ่งฝีมือขึ้นไป อัตราเงินเดือน ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 550-600 เหรียญสหรัฐ หรือราว 18,265-19,900 บาท
- กลุ่มงานควบคุมเครื่องมือกลหนัก แรงงานกึ่งฝีมือ และแรงงานฝีมือ ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 550-750 เหรียญสหรัฐ หรือราว 18,265-24,900 บาท
- ซาอุดีอาระเบีย ให้ค่าแรงเฉลี่ยสำหรับแรงงานทักษะสูง 127,500 บาท แรงงานกึ่งทักษะ 25,500-76,500 บาท และแรงงานไร้ทักษะ 17,000 บาท โดยปัจจุบันต้องการแรงงานถึง 8 ล้านคน
5 อันดับประเทศที่คนไทยไปทำงานมากที่สุด
- ไต้หวัน 49,451 คน
- อิสราเอล 20,044 คน
- เกาหลีใต้ 14,310 คน
- ญี่ปุ่น 4,347 คน
- สิงคโปร์ 1,784 คน
กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ธ.ค. 2564)
กานต์ในฐานะเลขาธิการเลขาธิการสมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศ บอกว่าใน 130 บริษัทส่งคนไปทำงานในต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน (ข้อมูลเมื่อ ส.ค. 2563) แต่ละบริษัทก็มีความเชี่ยวชาญในการส่งแรงงานและสายสัมพันธ์แตกต่างกันไป ซึ่งหลังจากเริ่มมีการติดต่อกับทางเอเยนต์ซาอุฯ มากขึ้น ก็จะเห็นความชัดเจนเรื่องเงื่อนไขในการจัดหาแรงงานต่อไป