เลือกตั้งซ่อม : ใกล้ชิดประชาชน-ผลงานในรัฐบาล ปชป.ชี้เหตุผลชนะเลือกตั้งซ่อม ชุมพร-สงขลา

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน

ที่มาของภาพ, ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยังรักษาเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 2 ที่นั่ง ใน จ.ชุมพร และสงขลา เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ภายหลังชนะการเลือกตั้งซ่อม ทั้ง 2 เขต เอาชนะพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.สงขลา และ จ.ชุมพร ประกาศผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 ชุมพร และ เขต 6 สงขลา อย่างไม่เป็นทางการ เมื่อคืนวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้สมัครจาก ปชป. คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 ทั้งสองจังหวัด ได้แก่

นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 1 จากพรรคประชาธิปัตย์ คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นำมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 49,014 เสียง

น.ส. สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 1 จากพรรคประชาธิปัตย์ คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นำมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 45,576 เสียง

ภายหลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค ปชป. แถลงชัยชนะที่ ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ จ.สงขลา พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชนใน จ.ชุมพร และสงขลา ที่ให้ความไว้วางใจผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้เป็นผู้แทน และระบุว่า ปชป. จะทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้แทนอย่างดีที่สุด

"การต่อสู้การแข่งขันที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เราได้ดำเนินการตามวิถีตามระบอบประชาธิปไตยทุกอย่าง และได้นำเสนอบุคลากร บุคคลที่มีคุณภาพให้กับพี่น้องทั้ง จ.ชุมพร และ จ.สงขลา"

"ผมคิดว่า คือ ความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน กับ ความเป็นพรรคประชาธิปัตย์เราได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชน และผลงานที่ทำงานในพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้นำมาให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ คิดว่าตรงนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้พี่น้องทั้ง 2 จังหวัด ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์" เลขาธิการพรรค ปชป. กล่าว

ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ที่มีคู่แข่งสำคัญในพรรครัฐบาล ได้แก่พรรค พปชร. นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะสร้างรอยร้าวในพรรคร่วม

"คิดว่าเป็นเกมการแข่งขัน เป็นเกมกีฬา ซึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองพรรคก็พูดว่า พอเลือกตั้งจบก็จบเราก็แข่งขันกันในเกม" นายเฉลิมชัยกล่าว

จากชัยชนะของพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการทำงานร่วมกันกับ ปชป. ภายหลังการเลือกตั้ง ที่เกิดประเด็นการโจมตีกันอย่างหนักระหว่างหาเสียงว่า ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการเลือกตั้งก็คือการเลือกตั้งก็เป็นลักษณะอย่างนี้มาตลอด พอถึงเวลาเลือกตั้งก็เหมือนจะเกิดความขัดแย้งอะไรต่างๆ แต่การทำงานทุกคนก็ทำงานเพื่อประชาชน

"ในการหาเสียงผมก็เห็นว่าดุเดือดกันมาแบบนี้ ใครจะชนะหรือแพ้ผมก็ยินดีด้วยกับผู้ชนะเท่านั้นเอง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

การเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ชุมพร และ สงขลา ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ของ 5 อดีตแกนนำคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่า "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ หลังต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลใน "คดีกบฏ" เมื่อ 24 ก.พ. 2563 ในจำนวนนี้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 2 คนคือ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคเดียวกัน

ผลคะแนนเลือกตั้งซ่อมชุมพร ปชป. ทิ้งห่าง พปชร. 17,000 เสียง

น.ส. จันทิมา พันธมนต์ รักษาการในตำแหน่ง ผอ. สำนักงาน กกต. จ.ชุมพร เปิดเผยผลการเลือกตั้ง ส.ส.ชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง (อย่างไม่เป็นทางการ) ดังนี้

  • อันดับ 1 นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 1 พรรคประชาธิปัตย์ คะแนนที่ได้ 49,014 เสียง
  • อันดับ 2 นายชวลิต อาจหาญ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 4 พรรคพลังประชารัฐ คะแนนที่ได้ 32,281 เสียง
  • อันดับ 3 พ.ต.อ. ทศพล โชติคุตร์ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 5 พรรคกล้า คะแนนที่ได้ 7,492 เสียง
  • อันดับ 4 นายวรพล อนันตศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 3 พรรคก้าวไกล คะแนนที่ได้ 3,582 เสียง
  • อันดับ 5 ร.ต.ท.สมชาย แพ่งยงยุทธ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 2 พรรคไทยศรีวิไลย์ คะแนนที่ได้ 507 เสียง

(จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 134,490 คน มาใช้สิทธิ 97,425 คน)

ส่วนผลการเลือกตั้ง ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 6 จ.สงขลา แทนตำแหน่งที่ว่าง (อย่างไม่เป็นทางการ) ดังนี้

  • อันดับ 1 นางสาวสุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 1 พรรคประชาธิปัตย์ คะแนนที่ได้ 45,576 เสียง
  • อันดับ 2 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 3 พรรคพลังประชารัฐ คะแนนที่ได้ 40,531 เสียง
  • อันดับ 3 นายธิวัชร์ ดำแก้ว ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 2 พรรคก้าวไกล คะแนนที่ได้ 5,427 เสียง
  • อันดับ 4 นายพงศธร สุวรรณรักษา ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 4 พรรคกล้า คะแนนที่ได้ 1,350 เสียง
  • อันดับ 5 นางภัทรวดี ศรีศักดา ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ 5 พรรคพลังสังคม คะแนนที่ได้ 123 เสียง

(จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 128,475 คน มาใช้สิทธิ 96,882 คน)