เลือกตั้งซ่อม: “เลือกคนมีตังค์” และ “ปล้นกลางแดด” บางวาทกรรมที่เกิดขึ้นในสงขลา-ชุมพร

เลือกตั้ง

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 2 เขตในภาคใต้ เป็นไปอย่างดุเดือด เมื่อ 2 พรรคร่วมรัฐบาลเปิดฉากฟาดฟันกันเองด้วยหวังชัยชนะในเขต 6 จ.สงขลา และเขต 1 จ.ชุมพร

การเลือกตั้งซ่อมหนนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ของ 5 อดีตแกนนำคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่า "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ หลังต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลใน "คดีกบฏ" เมื่อ 24 ก.พ. 2563 ในจำนวนนี้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 2 คนคือ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคเดียวกัน

แม้ว่าที่ผู้แทนฯ ทั้ง 2 เขต มีเวลาดำรงตำแหน่งเหลือเพียงปีเศษตามวาระสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 แต่ทุกพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร แข่งจริง-แข่งดุ และเปิดวิวาทะกันตลอดทาง

ไล่ตั้งแต่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมหรือไม่ โดยฝ่าย ปชป. ในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิมได้ออกมาทวงถาม "มารยาทพรรคร่วมรัฐบาล" จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งส่งผู้สมัครชนทั้ง 2 เขต และประกาศ "แพ้ไม่ได้"

ตามด้วยการลุยหาเสียงของพรรคต่าง ๆ ผ่านรูปแบบเดินเคาะประตูบ้าน เปิดปราศรัยย่อยตามแหล่งชุมชน และตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งแต่ละพรรคได้ระดมแกนนำลงพื้นที่-ขึ้นเวทีปราศรัยอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน เกทับบลัฟกันไปมา จนถูกมองว่าการต่อสู้ในศึกย่อยจะส่งผลกระทบต่อสายสัมพันธ์ในการเมืองภาพใหญ่ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

ป้อม

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้า พปชร. ช่วยลูกพรรคหาเสียงในทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง

แกนนำทุกพรรคการเมืองระบุตรงกันว่า การเลือกตั้งซ่อมไม่ได้เลือกเพื่อไปจัดตั้งรัฐบาล จึงไม่มีปัจจัยเรื่องตัวนายกรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง ทว่าการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคือสัญญาณบ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน จึงถือเป็นการหยั่งเสียงเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า

บีบีซีไทยสรุปความเคลื่อนไหวสำคัญและสารพัดดรามาในเส้นทางการต่อสู้เพื่อช่วงชิงเก้าอี้ ส.ส.สงขลา เขต 6 และ ส.ส.ชุมพร เขต 1 ก่อนถึงวันเข้าคูหาเลือกตั้งซ่อม 16 ม.ค.

11 ธ.ค. ถาวรออกตัว "ขอเป็นกลาง"

พลันที่เก้าอี้ ส.ส.สงขลา เขต 6 ว่างลง ทุกสายตาก็จับจ้องว่าอดีตผู้แทนฯ 7 สมัยอย่างนายถาวรร เสนเนียม อดีต รมช.คมนาคม และอดีต ส.ส.เขตนี้ จะเทคะแนนให้ใคร ระหว่างผู้สมัครที่เขาเรียกว่า "น้องสาว" กับ "หลานชาย"

3 วันหลังตกเก้าอี้ ส.ส. ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 8 ธ.ค. 2564 นายถาวรเปิดบ้านพักที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้นางสุภาพร กำเนิดผล หรือ "คุณนายน้ำหอม" ผู้สมัครจาก ปชป. และนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือ "โบ๊ต" ผู้สมัครจาก พปชร. เข้าปรึกษาขอคำแนะนำ ก่อนโพสต์ภาพชูมือ น้ำหอม-โบ๊ต ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อ 11 ธ.ค. 2564

ถาวร

ที่มาของภาพ, ถาวร เสนเนียม/Facebook

คำบรรยายภาพ, นายถาวร เสนเนียม กับผู้สมัครจาก ปชป. และ พปชร.

นายถาวรประกาศผ่านสาธารณะว่า "ขอเป็นกลาง" เนื่องจากผูกพันกับผู้สมัครทั้ง 2 พรรค และไม่ปริปากตอบคำถามสื่อมวลชนจนกระทั่งวันท้าย ๆ ก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้ง

"รักทั้ง 4 เบอร์" "งานนี้กั๊กจริง ๆ ครับ" นายถาวรกล่าวในรายการ "เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์" ทางช่อง MCOT เช้าวันที่ 14 ม.ค.

"ฝากบอก ส.จ. บางคนในสงขลาว่าผมไปรับเงินเขามา ฝากบอกเขาว่าผมรับเงิน 2 ฝ่าย เขาคงเห็นผมยกมือเบอร์ 1 กับเบอร์ 3 ละมั้ง..." เขากล่าวติดตลก

เหตุที่นายถาวรไม่ยอมแสดงจุดยืนชัดเจน เพราะอยู่ระหว่างตัดสินใจ-รอเปิดตัวว่าจะเข้าสังกัดพรรคใด หลังพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. และสมาชิกพรรค ปชป. และอยู่ระหว่างการเคลียร์สถานะตามข้อกฎหมาย ซึ่งเขาเคยบอกกับบีบีซีไทยเมื่อต้นเดือน ม.ค. ว่า "ขออีก 1-2 เดือน จะมีคำตอบชัดเจน"

23 ธ.ค. พปชร. กลับมติตัวเอง ส่งเลือกตั้งซ่อมชุมพร

ส่วนที่ จ.ชุมพร เขต 1 ก็เป็นการต่อสู้ระหว่างนายอิสรพงษ์ มากอำไพ หรือ "ตาร์ท" จาก ปชป. กับนายชวลิต อาจหาญ หรือ "ทนายแดง" จาก พปชร. เช่นกัน หลังจาก พปชร. กลับมติเดิมของพรรคที่งดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมในเขตนี้ จนทนายแดงออกมาขู่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร.

ในวันแรกของการเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม 23-27 ธ.ค. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะ ผอ.การเลือกตั้งซ่อม เขต 1 จ.ชุมพร พปชร. แถลงอ้างเสียงเรียกร้องจากประชาชนในพื้นที่ถึงผู้บริหารพรรคให้ส่งทนายแดงลงสมัคร เลือกตั้งครั้งก่อน ชาวชุมพรสนับสนุน พปชร. 3.2 หมื่นคะแนน หากไม่ส่ง เขาจะไม่มีตัวแทนของเขา

"พรรคจะทิ้งชาวชุมพร ทั้งที่สนับสนุนพรรคมาตลอดหรือ" แกนนำ พปชร. กล่าว

1 ม.ค. ปชป. แฉ "เสธ.ต" ขนทหารเข้าชุมพร กล้าปูดซื้อเสียง 3 พัน/หัว

ปชป. โดยนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค และ ผอ.เลือกตั้งประสานงานส่วนกลาง ออกมาแฉรับวันปีใหม่ว่า "เสธ.ต" ซึ่งอยู่นอกพื้นที่ได้ขนทหารกว่า 100 นายเข้าไปในพื้นที่เลือกตั้งซ่อม จ.ชุมพร เพื่อกดดันการรณรงค์หาเสียงของพรรค พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เร่งตรวจสอบ-สั่งการให้ชุดทหารถอยกลับเข้ากรมเข้ากอง อย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อม

ธงปชป

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์

ผลที่เกิดขึ้นคือ ผบ.ทบ. สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้ข้อมูลที่ตรงกับข้อมูลจาก ปชป. ระบุว่า "เสธ.ต" เป็นนายทหารระดับผู้บังคับหน่วยทหารม้าในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ใกล้ชิดได้รับความไว้วางใจจากอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นายหนึ่งที่ปัจจุบันมาช่วยงานรัฐบาล และพรรคการเมือง

ด้าน พล.ท. เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ออกมายืนยันไม่มีทหารในกองทัพภาคที่ 4 เข้าไปเกี่ยวข้อง

ขณะที่หัวหน้าพรรคกล้า นายกรณ์ จาติกวณิช กล่าวเชิญชวนสื่อมวลชนให้ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับประชาชน และพิสูจน์ว่า "มีการใช้เงินมากขึ้น และโจ่งแจ้งมากขึ้น" สมัยก่อน 50-100 บาท เดี๋ยวนี้ 2,000-3,000 บาท

สำหรับพรรคกล้าส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมทั้งที่ จ.สงขลา ชุมพร และกรุงเทพฯ ซึ่งเขตหลังจะเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 30 ม.ค. ทั้งนี้ทางพรรคกล้าไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการใช้เงินที่ว่าเกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งใด

3 ม.ค. ปชป. ชู "คืนความเป็นธรรมให้ลูกหมี"

ผู้สมัครแต่ละพรรคเดินหน้าหาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดย ปชป. ในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิม ปล่อยวาทกรรม "คืนความเป็นธรรมให้ลูกหมี"

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ในฐานะ ผอ.เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 จ.ชุมพร ปชป. กล่าวเมื่อ 3 ม.ค. ว่า นายชุมพลซึ่งมีชื่อเล่นว่า "ลูกหมี" ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. เพราะออกไปช่วยชาติบ้านเมือง จนประชาชนในพื้นที่ต่างเข้าใจดี และพร้อมสนับสนุนนายอิสรพงษ์ซึ่งเป็นตัวแทนของลูกหมี เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ลูกหมี

7 ม.ค. ก้าวไกลหาเสียงในค่าย "ขอเป็นปากเสียงแทนทหาร"

พรรคก้าวไกลก็เป็นอีกพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมครบทุกเขต ซึ่งแม้ผู้สมัครไม่ใช่ "ตัวเก็ง" ตามความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์การเมือง แต่ก็เป็นโอกาสให้พรรคได้นำเสนอ-รณรงค์ความคิดต่อประชาชน

ทิม

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล

คำบรรยายภาพ, เนื้อหาคำปราศรัยของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ตอนหนึ่งระบุถึงกองทัพที่พรรคก้าวไกลอยากเห็น

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นำทีม ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส. เข้าไปรณรงค์หาเสียงในกองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ทั้งพบปะครอบครัวทหารในค่าย และยังเปิดปราศรัยต่อหน้านายทหารทั้งระดับชั้นประทวนและสัญญาบัตร เมื่อ 7 ม.ค.

หัวหน้าพรรคก้าวไกลใช้เวทีนี้แก้ไข "ความเข้าใจผิด" โดยกล่าวยืนยันว่า "เราต้องการอยู่เคียงข้างกองทัพ" แต่ต้องเป็นกองทัพที่ทันสมัย แต่กองทัพที่อุ้ยอ้าย หรือมีพลทหารมากเกินไป คงไม่สามารถมีงบซื้อเครื่องมือที่ทันสมัยได้ กองทัพในศตวรรษที่ 21 คือกองทัพที่อยู่คู่กับประชาธิปไตยอย่างคู่ขนาน ไม่ได้ทับเส้นซึ่งกันและกัน ความเสียสละความกล้าหาญของพลทหารควรอยู่คู่กับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และย้ำด้วยว่าต้องการสร้างความมั่นคงในอาชีพให้กับทหารชั้นผู้น้อย เชื่อว่านายธิวัชร์ ดำแก้ว ผู้สมัครของพรรค ที่อยู่เบื้องหลังการอภิปรายในสภาของหัวหน้าพรรคมาตลอด 3 ปี จะอยู่เคียงข้างและเป็นปากเป็นเสียงแทนทหารทุกชั้นยศ

7 ม.ค. ลอบยิงรถแห่พรรคกล้า

เวลา 14.30 น. วันที่ 7 ม.ค. เกิดเหตุคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถแห่หาเสียงของ พ.ต.อ. ทศพล โชติคุตร์ ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคกล้า ระหว่างขับอยู่ที่ถนนเส้นชุมพร-ระนอง ซึ่งเจ้าตัวเป็นผู้ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสื่อมวลชน แต่ไม่ได้อยู่ในรถแห่ขณะเกิดเหตุ ทั้งนี้ทีมงานได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นตรวจพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานและจะสืบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป

เขาบอกว่า เหตุการณ์ก่อกวนลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากครั้งแรกถูกทำลายป้ายหาเสียงในเขตเลือกตั้งหลายป้าย และไม่คิดว่าจะใช้วิธีสกปรกเช่นนี้อยู่

กล้า

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคกล้า

คำบรรยายภาพ, ตำรวจเข้าตรวจสอบเหตุยิงรถแห่หาเสียงของพรรคกล้า

ขณะที่หัวหน้าพรรคกล้าระบุว่า "เป็นพฤติกรรมของหมาลอบกัด" ไม่ใช่การเมืองสร้างสรรค์ และเป็นแนวการเมืองตกยุค ใช้ความรุนแรงข่มขู่คุกคาม

ตำรวจชุมพรใช้เวลาเพียง 2 วัน (9 ม.ค.) ก็สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ คือนายทัศนะ กอนหานต์ หรือ "ไก่" อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) บ้านนา อ.เมืองชุมพร ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากถูกจับคดีค้ายาเสพติด และอยู่ระหว่างการได้พักโทษออกจากเรือนจำ ยังสวมกำไลอีเอ็มติดข้อเท้าอยู่ในปัจจุบัน

แม้ตำรวจระบุว่า คดีนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เพราะผู้ก่อเหตุมีสติไม่ดี พ่อแม่ญาติพี่น้องบอกว่าเนื่องจากเสพยาเสพติดจนเกิดอาการหลอน มีอาการทางจิต แต่ทางพรรคกล้าก็ยังไม่ปักใจเชื่อ

10 ม.ค. ธรรมนัสขอชาวสงขลาเลือกคน "ชาติตระกูลดี-บ้านมีตังค์"

ในช่วงโค้งสุดท้าย พปชร. ขน "ทัพใหญ่" เปิดปราศรัยหลายจุด หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นที่วัดเทพชุมนุม บ้านพรุ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ โดยหารู้ไม่ว่าการกล่าวแนะนำผู้สมัครและลีลาขอเสียงในแบบ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการ พปชร. จะกลายเป็นเรื่องร้องเรียนในเวลาต่อมา

แป้ง

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ

คำบรรยายภาพ, ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า แนะนำผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ของพรรค บนเวทีปราศรัย

"...น้องโบ๊ต เขามีที่มาที่ไปที่มาสมัครในนาม พปชร. และเขาตั้งใจในฐานะของคนรุ่นใหม่ ไฟแรง บ้านมีตังค์ พี่น้อง เราเลือก ส.ส. เราเลือกตัวแทนของพวกเรา เราต้องเลือกคนที่มีความพร้อม ถูกต้องไหมพี่น้อง หนึ่ง ชาติตระกูลต้องดี นั่นคือศรีตรังใช่เปล่าก็ไม่รู้ สอง ต้องมีตังค์ ไม่มีตังค์หรือ เวลาไปช่วยชาวบ้าน สวัสดีครับพี่น้องครับ โบ๊ตไม่มีตังค์ครับ แต่สวัสดีครับพี่น้อง อ๋อพี่น้องเดือดร้อนหรือครับ เดี๋ยวโบ๊ตเอาอันนี้ไปใช้ก่อน อย่างนี้ชอบไหม ๆ เอาไหม ๆ ข้างหลังไม่ช่วยกันทำมาหากินเลยเนี่ย..." ร.อ. ธรรมนัสกล่าวปราศรัยเมื่อ 10 ม.ค. ซึ่งในขณะที่เขาพูดถึงตังค์ เขาได้นำมือตบกระเป๋ากางเกงตัวเองเป็นระยะ ๆ

12 ม.ค. ก้าวไกลร้อง กกต. สอบธรรมนัส ปชป. ลั่น "อย่าเหยียบคนสงขลา"

คลิปปราศรัยเรียกคะแนนของ "ผู้กองธรรมนัส" กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทั้งในสื่อกระแสหลัก-สื่อสังคมออนไลน์ แม้เพื่อนร่วมพรรค พปชร. จะออกมาแก้ตัว-แก้ต่างไปต่าง ๆ นานา แต่ก็ไม่ทำให้เสียงวิจารณ์ลดลง

ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคก้าวไกล ยื่นคำร้องต่อ กกต.สงขลา เมื่อ 12 ม.ค. เพื่อให้ตรวจสอบเนื้อหาการปราศรัยของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ อันเป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (1) หรือไม่

ก.ก.

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล

คำบรรยายภาพ, ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือต่อ กกต.สงขลา

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เนื้อหาการปราศรัยแสดงให้เห็นทัศนะทางการเมืองของ พปชร. อย่างชัดเจน การรณรงค์ให้ประชาชนเลือกผู้สมัครที่เป็นคนใหญ่คนโต เป็นคนร่ำรวยมีเงิน มากกว่าจะเลือกผู้สมัครที่เป็นคนธรรมดา ด้วยเหตุผลว่าคนที่มีเงิน มีอำนาจ มีอิทธิพล จะสามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้ดีมากกว่า กลายเป็นวัฒนธรรมการเมืองแบบผู้มีอิทธิพลที่กีดกันคนธรรมดาออกจากพื้นที่การมีส่วนร่วมทางการเมือง และมองว่าประชาชนคนธรรมดาเป็นกลุ่มคนที่ต้องคอยมีผู้มีอิทธิพลมาคอยดูแลตลอดเวลา นี่คือการเมืองที่ผู้มีอิทธิพลมองว่าตัวเองคือผู้ปกครองประชาชน

ขณะที่ ปชป. ฉวยจังหวะปล่อยวาทกรรมอีกชุดว่า "อย่าเหยียบคนสงขลา" หวังปลุกจิตสำนึกร่วมกันกับโหวตเตอร์

"การประกาศเอาคนตระกูลดี เอาคนมีเงินมาลงเลือกตั้ง มันเหยียบประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่เป็นไร แต่มาเหยียบคนสงขลาไม่ได้" นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้า ปชป. สามีของผู้สมัครรับเลือกตั้ง กล่าว

เช่นเดียวกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า ปชป. ที่ขยี้วาทะร้อนของแกนนำพรรคคู่แข่ง โดยอ้างถึงคลิปปราศรัยชี้ชวนให้เลือกคนรวย ในระหว่างที่ ปชป. เปิดปราศรัยต่อหน้าชาวสงขลา

จูดี้

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์

คำบรรยายภาพ, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย กับผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ของพรรค

"การที่บอกว่าต้องเลือกคนรวย แปลว่าคนจนก็ไม่มีความหมาย ต่อไประบอบประชาธิปไตย ทำไมต้องมาแข่งขันความดี ไม่ต้องเอาศักยภาพ ไม่ต้องเอาความรู้ความสามารถมาแข่งกันแล้ว เอาเบี้ยในธนาคารมาเปิดแข่งกันว่าใครรวย คนนั้นก็ได้เป็นผู้แทนฯ ระบอบประชาธิปไตยไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ เราไม่ได้เลือกกันที่เงิน ไม่ได้มาแหลง (พูด) กันว่าใครรวยกว่าใครแล้วควรเลือกคนนั้น ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเลือกตั้ง ประชาชนก็ไม่มีความหมาย เอาเก้าอี้มาตั้งแล้วก็ประมูลกัน ใครหาเบี้ยมาได้ คนนั้นเป็นผู้แทนฯ" หัวหน้า ปชป. กล่าวปราศรัยเป็นภาษาใต้

12 ม.ค. ศึกชิง "คนละครึ่ง" ของพรรครัฐบาล

นายจุรินทร์ยังปราศรัยแก้ข้อความหาเสียงของ พปชร. ที่อ้างถึงโครงการ "คนละครึ่ง" เป็นหนึ่งในผลงานของพรรคแกนนำรัฐบาล

หัวหน้า ปชป. ยืนกรานว่า คนละครึ่งไม่ใช่นโยบายพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่ใช่นโยบายของพรรคที่เกิดขึ้นตอนหาเสียงก่อนเลือกตั้ง 2562 แต่เกิดขึ้นหลังจากไทยประสบปัญหาโควิด รัฐบาลชุดนี้ทั้งชุดซึ่งมี ปชป. อยู่ในนั้นด้วยร่วมกันแก้ปัญหา แล้วสุดท้ายลงมติให้เอาเงินกู้มาทำนโยบายคนละครึ่ง

"คนละครึ่งจึงไม่ใช่นโยบายพรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าพรรคใดก็ตามมาแหลง (พูด) ว่าเป็นนโยบายเขา ไอ้นี่ลักวิ่งชิงปล้นกลางแดดเลย" นายจุรินทร์กล่าวบนเวทีปราศรัยที่ศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อ 12 ม.ค. และย้ำว่า แม้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ประชาชนเลือก ปชป. นโยบายคนละครึ่ง ก็จะยังคงอยู่

คำปราศรัย "ตีแสกหน้า" ของหัวหน้าพรรค ปชป. เกิดขึ้นในระหว่างที่ ร.อ. ธรรมนัสเปิดปราศรัยใหญ่-ปราศรัยย่อยในพื้นที่ของ จ.ชุมพร โดยมีแผ่นป้ายตามทีมหาเสียงไปขอคะแนนเสียงให้ผู้สมัครของพรรคด้วย อาทิ "เรารัก พปชร." "คนละครึ่ง" "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" "เราชนะ" และไม่ลืมใส่ชื่อทนายแดง พร้อมหมายเลข 4 ในทุกป้าย

แป้งกะแดง

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ

คำบรรยายภาพ, เลขาธิการ พปชร. หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร ของพรรค

วันเดียวกัน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า พปชร. ได้เดินสายหาเสียงช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมของพรรค และขึ้นเวทีปราศรัยไล่เรียงนโยบายของรัฐบาลด้วย ทำให้สื่อมวลชนนำคำกล่าวของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเรื่อง "ลักวิ่งชิงปล้นกลางแดด" ไปถามหัวหน้า พปชร. ในวันรุ่งขึ้น (13 ม.ค.)

หัวหน้า พปชร. แจกแจงว่า ได้ปราศรัยไปว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง เช่น นโยบายคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้บอกว่าเป็นผลงานของพรรค พปชร.

เมื่อถูกถามว่า การปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์กันเองของพรรคร่วมรัฐบาล จะเกิดปัญหาในรัฐบาลหรือไม่ พล.อ. ประวิตรตอบว่า ไม่มี สื่ออย่ามาถามเรื่องนี้

ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลในศึกเลือกตั้งซ่อม 2 เขตในภาคใต้ พล.อ. ประวิตร ยืนยันว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล โดยเชื่อว่าพรรคร่วมเข้าใจกันไม่มีอะไร เมื่อผลเลือกตั้งออกมายืนยันว่าทุกอย่างจบ ที่ผ่านมาการเลือกตั้งซ่อม 5 ครั้ง เลือกตั้งเสร็จก็จบ

13 ม.ค. สุเทพเชียร์ "ลูกหมีสู้ ๆ"

เมื่อการเลือกตั้งซ่อมในทั้ง 2 เขต เป็นผลจากการออกไปชุมนุมของ กปปส. จึงได้เวลาที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) อดีตเลขาธิการ กปปส. จะปล่อยคลิปผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ 13 ม.ค. ส่งเสียงเชียร์ทีมเพื่อนร่วมอุดมการณ์เก่า

เขาบอกว่า ได้ติดตามสถานการณ์เลือกตั้งซ่อมทั้ง 2 จังหวัด ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่าง พปชร. และ ปชป. เช่นเดียวกัน

เทือก

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรครวมพลังประชาชาติไทย

คำบรรยายภาพ, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จัดรายการ "คุยกับลุง"

สถานการณ์เลือกตั้งที่ จ. ชุมพร สำหรับลูกหมี "ค่อนข้างหนักหนาสาหัส" เพราะปรากฏตามข่าวว่าหัวหน้าและเลขาธิการ พปชร. ลงไปลุยเอง ระดมกำลังกันอย่างเต็มที่ และประกาศครึกโครมว่าแพ้ไม่ได้

"ผมไม่ทราบว่าที่เขาประกาศว่าแพ้ไม่ได้ เขาจะใช้วิธีการอย่างไรกันบ้าง ผมก็ได้แต่ส่งเสียเชียร์ว่า 'ลูกหมีสู้ ๆ ๆ ๆ' เหมือนกับพี่น้องประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งหลาย ผมก็คิดว่าพี่น้องในเขต 1 ที่รักและสงสารลูกหมีก็คงต้องออกแรงมากเป็นพิเศษล่ะครับ" ชายที่ถูกเรียกว่า "ลุงกำนัน" กล่าว

ส่วนสถานการณ์ที่ จ.สงขลา นายสุเทพออกตัวว่าไม่รู้ว่านายถาวรตั้งใจสนับสนุนใคร แต่เชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่คงเข้าใจได้ รู้กันในทีว่านายถาวรตั้งใจสนับสนุนใครเป็น ส.ส.

14 ม.ค. ปชป.-พปชร. ปราศรัยปิด

2 พรรครัฐบาลเปิดปราศรัยปิดการหาเสียงในทั้ง 2 จังหวัด โดยขนแกนนำชุดใหญ่ขึ้นเวที โดยฝ่าย ปชป. ตอกย้ำวาทกรรม "คืนความเป็นธรรมให้ลูกหมี" ที่ จ.ชุมพร และปลุกศักดิ์ศรีชาวสงขลาอย่าใช้ตรรก "เลือกคนรวย"

ส่วนฝ่าย พปชร. ร่ายสารพัดผลงานรัฐบาล และมิลืมวกกลับไปเสียดสีพรรคคู่แข่งที่จับคำปราศรัยของ ร.อ. ธรรมนัสไปสร้าง "ดรามา"

ทั้งหมดนี้คือความเคลื่อนไหวใน 2 เขตเลือกตั้งซ่อม ก่อนวันชี้ชะตาผู้สมัคร-วัดศักดิ์ศรีของพรรคการเมืองจะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค.

line

ใครเป็นใครในสนามเลือกตั้งซ่อม 2 เขตใต้

ส.ส.สงขลา เขต 6 อ.คลองหอยโข่ง อ.หาดใหญ่ (เฉพาะ ต.บ้านพรุ ต.พะตง) และ อ.สะเดา (ยกเว้น ต.สำนักแต้ว และ ต.สำนักขาม)

มีผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมจาก 5 พรรค เรียงตามลำดับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ดังนี้

  • หมายเลข 1 น.ส. สุภาพร กำเนิดผล หรือ "น้ำหอม" พรรคประชาธิปัตย์: อดีตรองนายก อบจ.สงขลา ผู้เป็นภรรยานายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งรู้จักในชื่อ "นายกชาย"
  • หมายเลข 2 นายธิวัชร์ ดำแก้ว พรรคก้าวไกล: อดีตผู้ช่วยหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการที่ดินฯ สภาผู้แทนราษฎร
  • หมายเลข 3 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือ "โบ๊ต" พรรคพลังประชารัฐ: บุตรชายของนายอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดา และหลานอาของนายพิทักษ์ พฤกษานุศักดิ์ ส.อบจ. เขต อ.สะเดา
  • หมายเลข 4 นายพงษธร สุวรรณรักษา หรือ "ทนายอาร์ม" พรรคกล้า: อดีตทนายความด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน
  • หมายเลข 5 นางภัทรวดี ศรีศักดา พรรคพลังสังคม

ส.ส.ชุมพร เขต 1 (อ.เมืองชุมพร อ.สวี)

มีผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมจาก 5 พรรค เรียงตามลำดับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ดังนี้

  • หมายเลข 1 นายอิสรพงษ์ มากอำไพ หรือ "ตาร์ท" พรรคประชาธิปัตย์: อดีตเลขานุการนายก อบจ.ชุมพร และเป็นหลานภรรยาของนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร
  • หมายเลข 2 ร.ต.ท. สมชาย แพ่งยงยุทธ พรรคไทยศรีวิไลย์: อดีตรองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ สถานีตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร
  • หมายเลข 3 นายวรพล อนันตศักดิ์ พรรคก้าวไกล: ไรเดอร์รับส่งอาหารของบริษัทแห่งหนึ่ง
  • หมายเลข 4 นายชวลิต อาจหาญ หรือ "ทนายแดง" พรรคพลังประชารัฐ: อดีตผู้สมัครเขตนี้ของพรรค ซึ่งทำคะแนนเป็นอันดับ 2 รองจากนายชุมพล จุลใส
  • หมายเลข 5 พ.ต.อ. ทศพล โชติคุตร์ หรือ "ผู้กำกับหนุ่ย" พรรคกล้า: อดีตนายตำรวจติดตามนายกรณ์ จาติกวณิช เมื่อครั้งเป็น รมว.คลัง