ฟาร์มหมูล่มสลายเพราะโรคระบาดกับคำบอกของรัฐเรื่องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)

ที่มาของภาพ, Getty Images
การตรวจสอบโรคระบาดในหมูของคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่พบว่าหมูที่เลี้ยงในฟาร์มแห่งหนึ่งตายด้วยโรคอหิวาต์แอฟริกาหมู (ASF) ทำให้กรมปศุสัตว์ได้ออกมาประกาศว่าจะค้นหาสอบสวนโรคทุกพื้นที่ อาจเป็นสัญญาณแรกที่ทำให้เกิดคำถามว่า สถานะปลอดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หนึ่งเดียวในอาเซียน สถานการณ์จริงนั้นเป็นอย่างไร
ราคาหมูในท้องตลาดที่พุ่งขึ้นสูงทะลุ 200 บาทต่อกิโลกรัม ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วข้ามมายังปี 2565 ถูกอธิบายจากรัฐตลอดมาว่าเป็นเพราะปริมาณการผลิตหมูที่ลดลงจากการขาดแรงจูงใจในการเลี้ยงของเกษตรกรด้วยเหตุต้นทุนสูงขึ้น สถานการณ์โควิด-19 และโรคระบาดในระบบการผลิตหมูของไทย 3 โรค ได้แก่ โรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) โรคท้องร่วงติดต่อในสุกร (PED) และโรคอหิวาต์สุกร (CSF)
แต่ล่าสุด มีการเปิดเผยเอกสารหนังสือประทับตรามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดย "ไทยรัฐพลัส" ระบุว่า คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ทำการผ่าชันสูตรซากสุกร 1 ซาก และวินิจฉัยได้ว่าสุกรติดเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever virus: ASFv)
สำนักข่าวรอยเตอร์ ได้รับคำยืนยันจาก ผศ. ณัฐวุฒิ รัตนวณิชย์โรจน์ รองคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ยืนยันผลตรวจจากห้องปฏิบัติการว่า พบว่าหมูจากฟาร์มแห่งหนึ่งตัวดังกล่าวตายด้วยเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร
"เชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในหมูมีในประเทศไทยแล้ว เพราะเราพบเชื้อดังกล่าว" ผศ. ณัฐวุฒิ ระบุกับรอยเตอร์
แม้ว่าจะมีเอกสารที่เปิดเผยออกมาจากสื่อ และคำยืนยันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ระบุกับสำนักข่าวรอยเตอร์ แต่วันนี้ (9 ม.ค.) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันรัฐไม่เคยปิดบังโรคระบาดในหมู พร้อมระบุว่าโรคระบาดในหมู่ไทยเป็นโรคกลุ่มอาการของโรคในระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจหรือ PPRS แต่ไม่พบว่ามีการเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาหมู
บีบีซีไทยรวบรวมที่มาที่ไปของกรณีโรคระบาดในหมูและความจากแต่ละฝ่าย
ที่มาที่ไปอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)
อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) เป็นโรคไวรัสที่ระบาดในหมู พบเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2561 สาธารณรัฐประชาชนจีนพบการระบาดของโรคนี้ และมีแนวโน้มแพร่กระจายในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการระบาดในยุโรป เช่น เยอรมนี และเอเชีย
ย้อนกลับไปในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยถึงความสำเร็จในการจัดการโรคระบาดในสัตว์ของไทยที่สามารถควบคุมและป้องกันการเกิดโรคได้สำเร็จ ทั้งโรคกาฬโรคแอฟริกาม้า (AHS) และโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โดยไทยเป็นประเทศหนึ่งเดียวในอาเซียนที่ยังคงสถานะปลอดโรค ASF ไว้ได้
แต่ให้หลังในเดือนเดียวกัน ก็มีข่าวว่าไต้หวันตรวจพบกุนเชียงที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่ส่งมาจากประเทศไทย โดยการลักลอบนำเข้าจากนักท่องเที่ยว ซึ่งในวันที่ 24 ธ.ค. นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบพบว่าเป็นกุนเชียงที่ผลิตมาจากโรงงานในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และเป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว
จากการสอบสวนข้อเท็จจริงในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า เนื้อสุกรที่นำมาใช้ผลิตกุนเชียงน่าจะมีการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านที่ผู้ประกอบการต้องการลดต้นทุนการผลิตจากเนื้อหมูในประเทศที่มีราคาสูง
และยืนยันว่ายังไม่พบผลทางห้องปฏิบัติการจากการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสดังกล่าวภายในประเทศ
หมูแพง กับโรคระบาดในหมู
ทว่าประเด็นสำคัญที่กลายมาเป็นเป้าจับตา คือ เริ่มมีการเปิดเผยจากฟาร์มหมูรายย่อยบางราย เช่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่โพสต์ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2564 ว่าเล้าหมูของเขาต้องเผชิญกับโรค ASF จนต้องขายหมูทิ้งที่กิโลกรัมละ 10 บาท "แต่ประเทศไทยประกาศไม่มีโรคระบาดนี้ในประเทศไทยทุกอย่างปกติ"
การออกมาให้ข้อมูลจากผู้ประกอบการหลายรายเกิดขึ้น หลังจาก ในช่วงปลายปีที่แล้ว ราคาหมูเนื้อแดงในตลาด เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนกระทั่งในช่วงไม่กี่วันก่อนเข้าไป 2565 กระทรวงพาณิชย์ จึงได้จูงมือกรมปศุสัตว์ ออกมาให้ข้อมูลกับสาธารณะ
วันที่ 30 ธ.ค. 2564 มีการประชุมร่วมของกรมการค้าภายใน กรมปศุสัตว์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ซึ่งในเวลาต่อมา กรมการค้าภายใน ได้เผยแพร่ข่าวการประชุมว่า จากการชี้แจงของ นายชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ สาเหตุที่ราคามีการปรับสูงขึ้น มาจากปริมาณการผลิตที่ลดลง ปกติปริมาณหมูขุนในแต่ละปีจะอยู่ที่ประมาณ 22 ล้านตัว แต่ในปี 2564 ได้ปรับลดลงเหลือ 19 ล้านตัว
สาเหตุมาจากผู้เลี้ยงขาดความมั่นใจและแรงจูงใจในการนำหมูเข้าเลี้ยง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาปริมาณความต้องการบริโภคหมูในประเทศลดลง ราคาไม่จูงใจ ต้นทุนค่าบริหารจัดการฟาร์มในการควบคุมโรคและต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น
อีกสาเหตุที่สำคัญคืออัตราการสูญเสียจากการเลี้ยง เนื่องจากการระบาดของโรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) โรคท้องร่วงติดต่อในสุกร (PED) และโรคอหิวาต์สุกร (CSF) ตลอดจนมาตรการในการลดความเสี่ยงโดยจำกัดจำนวนการเลี้ยง ทำให้ปริมาณหมูขุนลดลงประมาณ 15%
ในการแถลงดังกล่าว แม้จะกล่าวถึงโรคระบาดในหมู แต่ก็ไม่มีชื่อของไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) แต่อย่างใด

ที่มาของภาพ, กรมปศุสัตว์
การตรวจพบ ASF ของสัตวแพทย์ ม.เกษตร และการไม่ยืนยันจากกรมปศุสัตว์
เว็บไซต์ "ไทยรัฐพลัส" เผยแพร่สำเนาเอกสารแจ้งผลการชันสูตรซากหมู ทีประทับตรามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุชัดเจนว่า ตัวอย่างซากสุกรที่ส่งตรวจนั้นป่วยเป็นโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร
ในหนังสือดังกล่าว ลงท้ายการรับรองข้อมูลด้วยชื่อของผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน ให้รายละเอียดระบุว่า หน่วยชันสูตรโรคสัตว์ กำแพงแสน คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ที่ทำการผ่าชันสูตรซากสุกร 1 ซาก เพื่อวินิจฉัยสาเหตุของการตายเฉียบพลัน รอยโรคที่พบจากซากสุกร และผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ ทำให้วินิจฉัยได้ว่า สุกรตัวดังกล่าวติดเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever virus: ASFv) และได้นำส่งข้อมูลให้กับกรมปศุสัตว์แล้ว
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. รอยเตอร์เผยแพร่คำยืนยันจาก ผศ. ณัฐวุฒิ รัตนวณิชย์โรจน์ รองคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า เจ้าของหมูแคระในกรุงเทพฯ รายหนึ่ง ได้นำหมูแคระ 1 ตัว ที่ตายด้วยโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ เข้ามาให้หน่วยชันสูตรโรคสัตว์ ตรวจสอบสาเหตุการตายในห้องปฏิบัติการเมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค. 2564 ภายหลังจากตรวจชันสูตรโรคและผลจากห้องแล็บพบว่าหมูตัวดังกล่าวตายด้วยเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF
ผศ. ณัฐวุฒิ บอกกับรอยเตอร์ด้วยว่าได้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับกรมปศุสัตว์เมื่อเดือนที่แล้ว และบอกด้วยว่าเจ้าของหมูที่นำมาตรวจ ยังมีหมูแคระที่บ้านของเขาอีก 2 ตัวที่ตายในภายหลัง
ภายหลังการเผยแพร่ข่าว นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ระบุในวันที่ 8 ม.ค. เกี่ยวกับกรณีที่สื่อเสนอข่าวว่าเกิดโรคระบาดในสุกรในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้ราคาเนื้อสุกรปรับสูงขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โดยไม่ได้ยืนยันว่าพบการระบาดของ ASF ในไทยหรือไม่ แต่ระบุว่า ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจ ดำเนินการค้นหาและสอบสวนโรคเพื่อหาสาเหตุการระบาดของโรคสุกร
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดอย่างต่อเนื่องของโรค ASF ในประเทศเพื่อนบ้านและทั่วโลก กรมปศุสัตว์จึงได้มีการกำหนดมาตรการการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันโรค ASF อย่างเข้มงวด หากพบฟาร์มมีความเสี่ยงในระดับสูงถึงสูงมากที่มีความเสี่ยงต่อโรค ASF กรมปศุสัตว์จะดำเนินการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในทันที โดยการทำลายสุกรซึ่งอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 พร้อมชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย
ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทย์ไทย 14 สถาบัน ยืนยันตรวจพบโรค ASF ในหมูจริง ส่งหนังสือถึงกรมปศุสัตว์เร่งคุมโรค
วันที่ 9 ม.ค. กรุงเทพธุรกิจ และมติชนออนไลน์ รายงานถึงความเคลื่อนไหวจากภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย 14 สถาบัน ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2564 ลงท้ายหนังสือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ น.สพ.ดร. คงศักดิ์ เที่ยงธรรม ประธานภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ระบุถึงการตายเป็นจำนวนมากของสุกรในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ มาระยะหนึ่ง ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขนาดกลางและขนาดเล็ก ภาคีณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย 14 สถาบัน มีความกังวลกับสถานการณ์ครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง และได้รับคำถามจำนวนมากจากเกษตรกรและประชาชนถึงสาเหตุและแนวทางแก้ไข
หนังสือดังกล่าวระบุด้วยว่า "จากการตรวจวินิจฉัยโรคโดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศไทย พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF) ในซากสุกรที่ชันสูตรโรค และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 แล้วนั้น ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยจึงขอให้กรมปศสัตว์พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน เพ่ือมิให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นแก่เกษตรกรและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในประเทศไทย"
ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย 14 สถาบัน ระบุในหนังสือด้วยว่า พร้อมสนับสนุนทางวิชาการแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาดังกล่าว
รู้จักไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)
ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ระบุว่า หากเกิดโรค ASF จะทำให้หมูตายเป็นจำนวนมาก ยังไม่มีวัคซีนและวิธีการรักษาที่จำเพาะ ทั้งนี้โรคนี้ไม่ติดต่อไปสู่คน แต่สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมและซากนานหลายเดือน นอกจากนี้ประเทศที่มีการระบาดจะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคม
สำหรับอาการของโรค หมูจะตายแบบเฉียบพลัน มีไข้สูง ผิวหนังแดง มีจุดเลือดออกหรือรอยช้ำโดยเฉพาะใบหู ท้อง ขาหลัง มีอาการทางระบบอื่น เช่น ทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร การแท้งในทุกช่วงของการตั้งท้อง ทั้งนี้พบในทุกกลุ่มและทุกช่วงอายุของหมู
อัตราป่วย 100% และอัตราตาย 30-100% ส่วนในลูกสุกร อัตราตายสูง 80-100% ภายใน 14 วัน
สำหรับการติดต่อขอโรค ผ่านการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของสุกรป่วย การหายใจเอาเชื้อเข้าไป การกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน การโดนเห็บที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ที่ปานเปื้อนเชื้อสามารถแพร่กระจายไวรัสได้
ด้านหน่วยงานชันสูตรโรคสัตว์ กำแพงแสน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลด้วยว่า ASF ไม่ใช่โรคติดเชื้อสู่คน ไม่ก่อโรคหรือส่งผลต่อสุขภาพในคน ผู้คนยังสามารถบริโภคสุกรได้ตามปกติทั่วไป แต่ควรบริโภคเนื้อสุกรที่ปรุงสุกและซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะยังมีโรคติดต่ออื่น ๆ ที่อาจเกิดจากการบริโภคเนื้อดิบ










