วันเด็ก 2565: พล.อ. ประยุทธ์บอกรักทุกคน ฝากเด็กเยาวชน “รักประเทศไทย”

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรี "ลุงตู่" โชว์ดีดกระจับปี่ และร้องเพลงพระราชนิพนธ์ร่วมกับตัวแทนเด็กเยาวชนเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2565 โดยฝากทุกคน "รักประเทศไทย" ส่วน ผบ.ทบ. "ลุงบี้" แนะหลาน ๆ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ได้เป็นผู้นำประชาชนในการสร้างชาติ
การจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติอยู่ในรูปแบบออนไลน์เป็นปีที่ 2 แล้ว เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีตัวแทนเด็ก ๆ เพียง 5 คนเท่านั้นที่มีโอกาสทดลองนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ผู้เรียกแทนตัวเองว่า "ลุง" สวมบทไกด์นำเด็ก ๆ เยี่ยมชมห้องต่าง ๆ ภายในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยกิจกรรมทั้งหมดนี้บันทึกเทปไว้ล่วงหน้า แล้วนำมาเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) และแฟนเพจของสถานี ในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 8 ม.ค.
นายกฯ "ลุงตู่" ได้นำเด็ก ๆ ไหว้พระ ก่อนเปิดให้เข้าไปในห้องทำงานของเขา ซึ่งในภาวะปกติที่ไม่มีโรคระบาด จุดนี้คือกิจกรรมไฮไลท์ที่มีเด็กเยาวชนมาต่อแถวรอนั่งเก้าอี้นายกฯ เป็นจำนวนมาก
"เป็นไง นั่งแล้วสบายไหม" "มานั่งทำงานกับลุงเอาไหม" พล.อ. ประยุทธ์กล่าวกับ ด.ญ.มลธนัช เพื่อนประเสริฐสุข หรือฮารุ ขณะที่เธอกำลังนั่งเก้าอี้นายกฯ

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ส่วนกับ ด.ช.ปองกุล บุญเกตุ หรืออชิ ลุงตู่ชี้ชวนให้เด็กรุ่นหลานทดลองสวมบทบาทของผู้นำประเทศ โดยหยิบเอกสารบนโต๊ะไปวางเบื้องหน้าน้องอชิ "ไหนทำท่านายกฯ สิ ทำยังไง นายกฯ นั่งทำงานยังไง อ้าวอ่านหนังสือ"
"เป็นลูกผู้ชายต้องเป็นยังไง กล้าหาญ เข้มแข็ง เสียสละ รักพ่อแม่" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว
จากนั้นผู้นำวัย 67 ปี ได้ล้อมวงพูดคุยกับตัวแทนเด็กเยาวชนทั้ง 5 โดยสอบถามถึงความใฝ่ฝันในอนาคต และเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้แสดงความสามารถพิเศษ ซึ่งมีทั้งการคิดเลขไวจากโจทย์ที่นายกฯ ตั้งให้, แสดงท่าเล็งปืน, โชว์การบรรเลงกระจับปี่ ซึ่งปรากฏว่านายกฯ ได้ยืมเครื่องดนตรีของเด็กหญิงมาทดลองดีด พลางพูดขึ้นว่า "เล่นเหมือนกีตาร์นะ เพลงอะไร" ซึ่งเด็ก ๆ พร้อมใจกันตอบว่า "ไม่รู้" ทำให้นายกฯ พูดแก้เขินว่า "ลุงก็ไม่รู้เหมือนกัน ลุงชอบดนตรีอยู่แล้ว ลูกลุงก็เล่นเป็น เล่นเก่ง"
นอกจากนี้ พล.อ. ประยุทธ์ยังร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ "รัก" ปิดท้ายกิจกรรมกับเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ ก่อนย้ายไปพูดคุยกับเด็กโตกว่าจำนวน 19 คน ซึ่งทั้งหมดถูกระบุว่าเป็นผู้แทนเยาวชนดีเด่นที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กระทรวงศึกษาธิการ
ตัวแทนเยาวชนได้กล่าวแสดงความเห็น เสนอข้อเรียกร้อง และข้อเสนอแนะต่อนายกฯ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
1. อยากให้นักเรียนอาชีวศึกษาสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้
พล.อ. ประยุทธ์ฝาก รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ไปดูแล แก้ระเบียบ
2. อยากให้นายกฯ ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิตของเด็กเยาวชน ทั้งภาวะเครียดและการเข้าสังคม
พล.อ. ประยุทธ์แสดงความเข้าใจความเครียดของนักเรียนที่เกิดจากการมีการบ้านเยอะ ต้องสอบ และถ้าได้คะแนนไม่ดี พ่อแม่ก็จะว่าเอา จึงให้ ศธ. ทบทวนสาระวิชา และให้กรมสุขภาพจิตมาพูดคุย อย่างไรก็ตามนายกฯ ย้ำว่า "การเรียนคือการสร้างสมองของเรา การบ้านก็คือการฝึกสมองลองปัญญา"
3. อยากให้ผลักดันระบบอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมกบการเรียนออนไลน์
พล.อ. ประยุทธ์บอกว่า ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในไทย "แต่สมัยลุงก็เริ่มเอาไว้พอสมควร โครงสร้างพื้นฐาน ถ้าลุงไม่เริ่มไว้ แย่กว่านี้อีก" แต่ขอให้ผู้เกี่ยวข้องไปดูแลเรื่องการจัดการเรียนการสอนในชุมชน/หมู่บ้าน โดยส่งครูไปสอนในชุมชน/หมู่บ้าน
4. อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อม
พล.อ. ประยุทธ์ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะเป็นอนาคตลูกหลาน "ลุงไปประชุม COP26 มา ก็ทำแผนแล้ว แต่การจะสำเร็จได้นอกจากรัฐ ต้องเอกชน ประชาสังคม เรากำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติอยู่แล้ว" และย้ำว่าเรื่องสิ่งแวดล้อม "ลุงเร่งเต็มที่เลย แต่ปัญหามันเยอะ เกิดจากอดีตด้วย ลุงก็แก้มาหลายปี แต่ยังไม่ทั่วถึง ดังนั้นต้องเริ่มจากเล็กไปใหญ่ เริ่มจากพวกเราด้วย" ซึ่งคนไทยทุกคนต้องให้ความสำคัญ
"ลุงตู่" ฝากเยาวชนรักประเทศไทย

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ปี 2565 ถือเป็นปีที่ 8 แล้ว ที่ พล.อ. ประยุทธ์มีโอกาสเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับเด็กเยาวชนในวันเสาร์ที่สองของเดือน ม.ค. โดยปีนี้นายกฯ คนที่ 29 มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติเอาไว้ว่า "รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม"
พล.อ. ประยุทธ์บอกกับตัวแทนเยาวชนว่า นายกฯ เป็นคนเขียนคำขวัญเอง "รู้คิด" คือสมองมีไว้คิด และจะทำอะไรต้อง "รอบคอบ" นอกจากตัวเรา ครอบครัว ต้อง "รับผิดชอบต่อสังคม" ด้วย เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งสังคมและประเทศไทย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยินดีสนับสนุนให้เยาวชน โดยเยาวชนต้องเป็นคนเก่ง คนดี และมีคุณธรรมและจริยธรรม
พล.อ. ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า สังคมจะดีขึ้นได้ก็ด้วยคนไทยทุกคน ทุกช่วงวัย ทุกรุ่น ไม่มีจะรุ่นไหนทั้งนั้น นี่คือรุ่นปัจจุบัน ลุงก็อยู่ในรุ่นปัจจุบันของเราด้วย อาจจะอายุมากหน่อย ไม่หน่อยล่ะ เยอะ แต่ลุงก็ต้องเก็บตกที่พวกเราพูดมาทั้งหมด เพราะลุงเป็นคนฟังคน ลุงเป็นคนชอบอ่านหนังสือ แล้วก็มาคิด ๆ ๆ ๆ ถ้าเราไม่อ่านหนังสือ ก็ไม่มีหลักคิดว่าจะคิดอะไรดี และแสวงหาความร่วมมือร่วมกัน
"ลุงรักพวกเราทุกคน ก็ฝากพวกเรารักประเทศไทยแล้วกัน นะจ๊ะ"
"ถึงลุงไม่เจอ ลุงก็อ่านตามสื่อโซเชียล มีประโยชน์ ลุงก็จำ ไม่มีประโยชน์ ลุงก็ลบทิ้ง ลุงฟังทุกวันแล้วหาวิธีแก้ไข" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้าย
"ลุงบี้" ขอเด็กเรียนรู้ประวัติศาสตร์-สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ด้านกองทัพบกจัดงานวันเด็กออนไลน์เช่นกัน โดยใช้ชื่อว่า "คิดดี Kid's Day by ARMY 65" เผยแพร่ผ่านทางแฟนเพจกรมกิจการพลเรือนทหารบกตลอดครึ่งวันเช้า โดยหนึ่งในกิจกรรมที่เกิดขึ้นคือการให้โอวาทโดย พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แล้วเปิดให้เด็ก ๆ ร่วมตอบคำถามชิงรางวัล อาทิ ไอแพด แทบเล็ต ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่ตั้งเป็นฉากหลังของ ผบ.ทบ.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองทัพบก
"คุณลุงชื่อ พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ หรือเรียกว่า 'ลุงบี้' ผู้บัญชาการทหารบก" ผบ.ทบ. แนะนำตัวผ่านคลิปวิดีโอ ก่อนกล่าวต่อไปว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาพบกับหลาน ๆ ทุกคน การจัดงานวันเด็กแห่งชาติปีนี้นับเป็นปีที่ 2 แล้วที่ต้องจัดงานผ่านทางออนไลน์ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 จึงเป็นที่น่าเสียดายที่หลาน ๆ ไม่ได้มีโอกาสมาสัมผัส เรียนรู้ ถ่ายรูปกับยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เช่น รถถัง รถบรรทุกยานเกราะล้อยาง เฮลิคอปเตอร์ ปืนใหญ่ อย่างเช่นปีก่อน ๆ แต่ก็ได้นำคลิปการปฏิบัติงานของ ทบ. มาให้ชมแทน
เขายังระบุตอนหนึ่งว่า การจัดกิจกรรมวันเด็ก เพื่อให้หลาน ๆ ทุกคนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมและสืบทอดความเป็นชาติไทย โดยผ่านการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ได้เป็นผู้นำประชาชนในการสร้างชาติ สร้างประเทศนี้ขึ้นมา การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม การกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อแม่และผู้มีพระคุณ
ผบ.ทบ. ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นจะทำให้เด็กเยาวชนตระหนักถึงความสำคัญในบทบาทหน้าที่ของตนที่มีต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม เพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญของชาติต่อไป








