กองทัพเมียนมาเปิดฉากโจมตีทางอากาศเคเอ็นยู ชาวกะเหรี่ยงหนีตายมาฝั่งไทยอีกระลอก

การสู้รบกันระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ที่ยืดเยื้อมาเกือบ 10 วันแล้ว ยกระดับความรุนแรงขึ้นหลังจากกองทัพเมียนมาเปิดฉากโจมตีทางอากาศเป็นครั้งแรกเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทำให้มีชาวกะเหรี่ยงหนีภัยการสู้รบเข้ามาฝั่งไทยใน อ.แม่สอด จ.ตาก จำนวนมาก ขณะที่คนไทยบางส่วนย้ายไปอยู่บ้านญาติห่างจากชายแดนเพื่อความปลอดภัย

สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทยรายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ว่าชาวกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาฝั่งไทยเมื่อคืนนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่หนีภัยการสู้รบมาอยู่บริเวณริมแม่น้ำเมยฝั่งเมียนมา แต่ไม่สามารถเดินทางข้ามมาฝั่งไทยได้เนื่องจากมีทหารไทยตรึงกำลังอยู่ตามแนวชายแดน แต่การโจมตีทางอากาศครั้งนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ไทยต้องยอมให้ข้ามมาฝั่งไทยในช่วงเวลา 01.30 น. ของวันนี้ (24 ธ.ค.) ซึ่งการอพยพหนีภัยการสู้รบเป็นไปอย่างทุลักทุเลเนื่องจากมีทั้งเด็ก ผู้หญิงและคนชรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรบออกมายิงถล่มใส่หมู่บ้านเลเตอก่อ บ้านโซซีเมียน บ้านมินลาปันและบ้านผาลู ใน จ.เมียวดี ซึ่งอยู่ตรงข้าม อ.แม่สอด เพื่อโจมตีกองกำลังเคเอ็นยู เมื่อเวลาประมาณ 22.45 น. ของวันที่ 23 ธ.ค. หลังจากนั้นก็ส่งเครื่องบินรบโจมตีอีกเป็นระลอก นับเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพเมียนมาและเคเอ็นยูเริ่มปะทะกันเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.

เสียงปืนจากการสู้รบกันระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังเคเอ็นยูดังกึกก้องมาถึง อ.แม่สอด อีกทั้งยังมองเห็นเปลวเพลิงและควันพวยพุ่งขึ้นมาจากฝั่งเมียวดีช่วงเช้ามืดวันนี้ สร้างความหวาดกลัวและตระหนกตกใจให้ประชาชนทั้งในฝั่งไทยและเมียนมา

ข้อมูลล่าสุดจากทางการไทยเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ระบุว่า ขณะนี้มีผู้หนีภัยการสู้รบเข้ามาพักพิงในพื้นที่ 4 แห่งใน อ.แม่สอด กว่า 3,614 คน

ความรุนแรงต่อเนื่อง

ล่าสุด วันที่ 25 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานว่าก็ยังมีการต่อสู้รุนแรงต่อเนื่องโดยฝ่ายทหารเมียนมาพยายามโจมตีฝ่ายเคเอ็นยู และกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ทั้งทางอากาศ และภาคพื้นดิน ล่าสุดทางฝ่ายเมียนมาได้ส่งเฮลิคอปเตอร์กันชิพจำนวน 2 ลำ ยิงใสฝ่ายกะเหรี่ยงที่บ้านโซซิเมียน ตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง หมู่ที่9 ตำบลแม่กุ อ.แม่สอด โดยยิงเคลียร์พื้นที่ และเปิดทหารราบเข้าไปพื้นที่กะเหรี่ยง ขณะเดียวกันการปฏิบัติทางอากาศส่งผลให้ชาวเมียนมาเชื้อสายกะเหรี่ยงกว่า 1,000 คน หนีตายข้ามแม่น้ำเมยเข้ามาเขตไทย

ทางฝ่ายทหารไทย ฝ่ายปกครอง เข้าไปกำกับดูแล รวมทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแม่กุ และอสม.บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ได้ช่วยกันวัดไข้ ฉีดยาฆ่าเชื้อ และแจกหน้ากากอนามัยให้กับผู้ภัย จากนั้นจึงให้เข้าอาศัยอยู่ในสนามกีฬาบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง

นายกฯ ระบุไทยจัดหาพื้นที่ปลอดภัย แต่ไม่ตั้งศูนย์พักพิง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ที่ชายแดนไทย-เมียนมาวันนี้ (24 ธ.ค. ) โดยยอมรับว่าการสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยมีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องภายในของเมียนมา แต่ทางการไทยได้เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัย และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ที่หนีภัยการสู้รบเข้ามาในฝั่งไทย

นายกฯ กล่าวอีกว่าแม้ไทยจะพร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบด้านที่พัก อาหารและยา แต่จะไม่มีการตั้งศูนย์พักพิงขึ้น เพราะศูนย์พักพิงที่มีอยู่ในขณะนี้ซึ่งมีผู้ลี้ภัยอยู่ประมาณ 9 หมื่นคนก็มีปัญหาอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องการส่งผู้ลี้ภัยในศูนย์พักพิงกลุ่มนี้กลับเมียนมานั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งที่ผ่านมาก็ทยอยส่งกลับไปบ้างแล้ว แต่เมื่อเกิดวิกฤตการเมืองในเมียนมาจึงชะงักไป

สำหรับการปะทะระลอกล่าสุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าทางการไทยได้ประท้วงและยิงกระสุนควันเตือนหลังจากมีกระสุนลอยมาตกในฝั่งไทย

เกิดอะไรขึ้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา

บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลจากการรายงานของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ และคำชี้แจงของทางการไทยเกี่ยวกับเหตุปะทะกันระหว่างกองทัพเมียนมา-เคเอ็นยู ระลอกเดือน ธ.ค. 2564

  • จุดเริ่มต้นของการปะทะ

เนื่องจากเหตุปะทะเกิดขึ้นใน จ.เมียวดีของเมียนมา จนถึงขณะนี้จึงยังไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการปะทะระลอกใหม่นี้คืออะไร แต่ผู้สื่อข่าวพิเศษของบีบีซีไทยได้ฟังคำบอกเล่าจากแหล่งข่าว รวมทั้งผู้ลี้ภัยบางส่วนที่เดินทางเข้ามาในฝั่งไทยว่าการปะทะเริ่มขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค. ในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของเคเอ็นยู เนื่องจากมีทหารเมียนมาเข้าไปตรวจค้นและจับกุมผู้ต่อต้านรัฐบาลทหารที่ลี้ภัยจากเมืองต่าง ๆ มาพักพิงและฝึกยุทธวิธีสู้รบในพื้นที่ของเคเอ็นยู

ปฏิบัติการของทหารเมียนมานำมาสู่การปะทะกันของทั้งสองฝ่าย

  • ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

หนึ่งในชาวกะเหรี่ยงที่หนีภัยการสู้รบมาฝั่งไทยเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเหวอะหวะที่แขน คาดว่าเกิดจากโดนสะเก็ดระเบิด ซึ่งหน่วยแพทย์ในฝั่งไทยได้ให้การปฐมพยาบาลแล้ว

สำหรับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในพื้นที่สู้รบที่ฝั่งเมียนมานั้น บีบีซีไทยไม่สามารถยืนยันได้ แต่ผู้ลี้ภัยให้ข้อมูลว่าทั้งฝ่ายกองทัพเมียนมาและเคเอ็นยูมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุปะทะครั้งนี้

ขณะที่รอยเตอร์รายงานเมื่อ 16 ธ.ค. ว่าเคเอ็นยูโพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่ามีทหารเมียนมาเสียชีวิต 4 นายและบาดเจ็บ 4 นาย แต่กองทัพเมียนมายังไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเหตุปะทะครั้งนี้

  • การตอบโต้ของทางการไทย

วันที่ 16 ธ.ค. ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก รายงานว่ากองกำลังนเรศวรได้ประท้วงไปยังรัฐบาลเมียนมา ผ่านช่องทางคณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) จากกรณีที่กระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่ายที่ตกลงบริเวณริมลำน้ำเมยของฝั่งไทย ให้ "ระมัดระวังเรื่องของการใช้อาวุธ ทางฝั่งไทยพร้อมตอบโต้ หากมีกระสุนตกฝั่งไทย"

วันที่ 19 ธ.ค. หลังจากมีกระสุนลอยมาตกบริเวณริมแม่น้ำเมยในฝั่งไทย 7 นัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 จึงได้ยิงกระสุนควัน 5 นัด เพื่อเตือนให้กองกำลังทั้งสองฝ่ายทราบว่ามีกระสุนข้ามาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งได้ทำการประท้วงไปยังรัฐบาลเมียนมาผ่านช่องทาง TBC