โควิด-19 : ศบค. ยืนยันคนไทย-ต่างชาติเข้าประเทศใช้มาตรการเดียวกัน ไม่รับปากฟื้น Test & Go หลัง 4 ม.ค. 65

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ศบค. ยืนยันว่าคนไทยและชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเดินทางเข้าไทยในช่วงนี้ ต้องอยู่ภายใต้มาตรการเดียวกัน และต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR 2 ครั้ง เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์โอมิครอน แต่ยังไม่ให้ข้อมูลชัดเจนว่าหลังวันที่ 4 ม.ค. 2565 จะมีโอกาสกลับมาใช้รูปแบบเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัว หรือที่รู้จักในชื่อ "Test and Go" หรือไม่
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติให้ระงับการลงทะเบียนขอเข้าประเทศไทย ระหว่าง 21 ธ.ค. 2564-4 ม.ค. 2565 ทั้งในรูปแบบแซนบ็อกซ์ (Sandbox) และเทสต์แอนด์โก (Test and Go) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน
อย่างไรก็ตามการระงับเข้าประเทศไทยชั่วคราวในช่วง 2 สัปดาห์นี้ จะไม่กระทบต่อนักท่องเที่ยวรวม 2 แสนคน ที่ลงทะเบียนขอเข้าไทยผ่านระบบไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) ก่อนเวลา 0.00 น. ของวันที่ 22 ธ.ค.
เช่นเดียวกับผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย ในรูปแบบการกักตัว (AQ) และรูปแบบแซนด์บ็อกซ์เฉพาะที่ จ.ภูเก็ต ยังสามารถลงทะเบียนได้ตามปกติ
- WHO ชี้ โอมิครอนระบาดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พบแล้วในเกือบ 80 ประเทศ
- นักวิทยาศาสตร์แอฟริกาใต้สืบหาความเชื่อมโยงการเกิดเชื้อกลายพันธุ์ กับผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ไม่รับการรักษา
- ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเข็มกระตุ้น ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโอมิครอนได้อีก 37-83 เท่า
- ศบค. สั่งปิดลงทะเบียนรับ "นักท่องเที่ยวใหม่" 2 สัปดาห์ รอประเมินสถานการณ์โอมิครอน 4 ม.ค.
สำหรับมาตรการเทสต์แอนด์โกที่ถูกสั่งระงับชั่วคราว เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 พ.ย. ตามแผนเปิดประเทศของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยอนุญาตให้ผู้เดินทางมาจาก 63 ประเทศ/พื้นที่ ทางอากาศเข้าไทยได้โดยไม่กักตัว แต่ต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบโดส และต้องเลือกจองโรงแรมที่เป็นสถานกักกันทางเลือก (Alternative Quarantine - AQ)/SHA+ 1 คืน เพื่อรอผลตรวจ RT-PCR
ส่วนมาตรการใหม่ที่นำมาใช้ชั่วคราวในช่วง 2 สัปดาห์นี้ บีบีซีไทยสรุปจากคำชี้แจงของ 3 โฆษก ได้แก่ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. ไว้ดังนี้
1) นักท่องเที่ยว 2 แสนคน ที่ลงทะเบียนเข้าไทยผ่านรูปแบบเทสต์แอนด์โก
- เดินทางเข้าไทยได้ โดยต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ครั้งแรก แล้วเดินทางไปที่พักโดยรถที่จัดให้เท่านั้น
- ระหว่างรอผลตรวจครั้งแรก ต้องกักตัวอยู่แต่ในห้องพักเท่านั้น หากผลเป็นลบ จึงสามารถเดินทางออกจากโรงแรมที่พักเพื่อไปท่องเที่ยวได้
- ในวันที่ 5-6 ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR เป็นครั้งที่ 2 (จากเดิมใช้ ATK) ณ สถานที่ที่ทางราชการกำหนด โดยรัฐบาลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้
- ในช่วง 7 วันแรก จะมีมาตรการติดตามตัว และตรวจสอบสถานที่พำนัก โดยต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน "หมอชนะ"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
2) ชาวต่างชาติและคนไทย ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าไทยเพิ่มเติม
- ลงทะเบียนได้ผ่านรูปแบบ AQ หรือ Alternative Quarantine โดยต้องจองโรงแรมเป็นสถานกักกันทางเลือกเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยผู้ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วต้องกักตัว 7 วัน ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ต้องกักตัว 10 วัน
- ลงทะเบียนได้ผ่านรูปแบบ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ต้องอยู่ใน จ.ภูเก็ต 7 วัน
3) คนไทยที่ประสงค์จะเดินทางไปต่างประเทศ
- เจ้าหน้าที่รัฐ ห้ามลาไปต่างประเทศยกเว้นมีเหตุจำเป็น
- คนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ให้พิจารณาชะลอหรือยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะประเทศทางยุโรป อเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง
- ให้มีการตรวจ ATK ก่อนเดินทาง และประชาสัมพันธ์ให้มีการใช้ ATK ด้วยตัวเองเป็นระยะ ๆ หรือเมื่อมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
พญ. สุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. แถลงว่า ที่ประชุม ศปก.ศบค. ที่มี พล.อ. สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน ได้เน้นย้ำให้ตั้งศูนยปฏิบัติการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อตวจสอบผู้เดินทางเข้าไทยผ่านช่องทางอากาศ จนเข้าที่พัก และตรวจสอบติดตามผลภายใน 7 วันหลังมาถึงไทย
"ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ถ้าจะเข้ามาไทยในช่วงนี้ ต้องใช้มาตรการเดียวกัน ต้องตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง" พญ. สุมนีกล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส่วนหลังวันที่ 4 ม.ค. 2565 จะมีโอกาสกลับมาใช้รูปแบบเทสต์แอนด์โกหรือไม่นั้น ผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. ตอบว่า "เป็นวันที่จะมาประเมินสถานการณ์การติดเชื้อโอมิครอนทั้งในไทยและในโลกว่าเป็นอย่างไร ยังไม่ได้บอกว่าจะลดหรือเพิ่มมาตรการ"
หญิงไทยเครียดจนความดันขึ้น หลังอ่านข่าว "ปิดรับนักท่องเที่ยว"
การปรับมาตรการเข้าราชอาณาจักรอย่างกะทันหันของ ศบค. ทำให้ชาวไทยที่พำนักในต่างประเทศ และวางแผนเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ร่วมกับครอบครัว รู้สึกกังวลใจและเร่งหาข้อมูลอย่างเต็มที่ก่อนถึงวันเดินทาง
หญิงไทยผู้ไม่ประสงค์จะเปิดเผยชื่อ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เธอลงทะเบียนเข้าประเทศไทยผ่านรูปแบบเทสต์แอนด์โกและได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้ว เตรียมเดินทางออกจากประเทศลาวมาถึงไทย 24 ธ.ค. นี้ แต่พอทราบข่าวครั้งแรกจากสื่อมวลชนว่า "นายกฯ สั่งปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งหมดตั้งแต่วันนี้ (21 ธ.ค.)" ก็รู้สึกตกใจ เพราะเกรงต้องสูญเงินเปล่าทั้งค่าเดินทางและค่าโรงแรมที่จองไว้ 1 คืนระหว่างรอผลตรวจ RT-PCR และเกรงไม่ได้กลับมาฉลองคริสต์มาสกับครอบครัว จึงรีบโทรสอบถามข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์
"ตอนนั้นเครียดมากจนความดันขึ้นเลยค่ะ เพราะเราจ่ายเงินทุกอย่างไปหมดแล้ว ตอนโทรหาสถานทูตครั้งแรก เขาก็ไม่มีข้อมูลอะไรให้เราเลย แต่ต่อมา เขาโทรกลับมาแจ้งว่ายังกลับไทยได้ภายใต้เงื่อนไขเดิมของเทสต์แอนด์โก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมาตรการเพิ่มเติม เช่น ต้องตรวจ RT-PCR ในวันที่ 7 เขาบอกว่าค่อยมาถามหน้างานเมื่อมาถึงไทยแล้ว" สาวชาวไทยที่ไปใช้ชีวิตและทำงานประจำในลาวกล่าว
ประสบการณ์ในการกลับไทยครั้งสุดท้ายเมื่อ มิ.ย. 2564 แล้วต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ทำให้หญิงรายนี้ยังรู้สึกเข็ด และไม่ได้เดินทางกลับประเทศอีก จนกระทั่งมีรูปแบบเทสต์แอนด์โกที่ไม่ต้องกักตัว จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้เธอได้เดินทางกลับบ้าน
เธอยังฝากถึงผู้มีอำนาจด้วยว่า ข่าวหรือคำพูดเกี่ยวกับมาตรการที่กำกวมว่าไม่ให้เข้าไทย กระทบกระเทือนจิตใจคนไทยมาก จึงอยากให้สื่อสารให้เกิดความชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่พูดไปแล้ว ค่อยมาขยายรายละเอียดในภายหลัง

ที่มาของภาพ, Getty Images
ไทยพบผู้ป่วยโอมิครอน 104 ราย
ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยประจำวันที่ 22 ธ.ค. ว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 2,532 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 31 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2.19 ล้านราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 21,471 ราย และยอดผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวใน รพ. 38,202 ราย
ผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. กล่าวว่า ขณะนี้ไทยพบผู้ติดเชื้อโอมิครอน 104 ราย ซึ่งมีทั้งที่อยู่ในระบบการรักษา และบางส่วนได้รับการรักษาจนหายดีและออกจาก รพ. แล้ว
ในช่วงแรก ๆ ผู้ป่วยยืนยันสายพันธุ์โอมิครอนทุกรายเชื่อมโยงกับการเดินทางมาจากต่างประเทศ กระทั่งวันที่ 20 ธ.ค. ศบค. และ สธ. ได้ยืนยันพบการติดเชื้อภายในประเทศครั้งแรก เป็นหญิงไทยวัย 49 ปี ซึ่งได้รับเชื้อจากสามีที่เป็นนักบินชาวโคลอมเบียที่เดินทางกลับมาจากประเทศไนจีเรีย และล่าสุด (22 ธ.ค.) พบการติดเชื้อประเทศเป็นกรณีที่ 2 ตามคำยืนยันของ นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สธ. เป็นลูกเขยอยู่ที่ จ.อุดรธานี ได้รับเชื้อจากพ่อตาที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และมาเยี่ยมที่ จ.อุดรธานี
อย่างไรก็ตาม นพ. ศุภกิจยืนยันว่าผู้ติดเชื้อโอมิครอนทั้งหมดยังเป็นการติดเชื้อที่ผูกโยงกับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ยังไม่มีจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นในไทยหรือมีคลัสเตอร์ที่เจอในไทย
ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ B.1.1.529 ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อ 11 พ.ย. ที่ประเทศบอตสวานาในทวีปแอฟริกา ต่อมาองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดอันดับให้เป็นสายพันธุ์ที่ต้องกังวล และตั้งชื่อเรียกว่า "โอมิครอน"
ปัจจุบันมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์นี้ใน 95 ประเทศทั่วโลก

โอมิครอนกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐฯ
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยเมื่อ 21 ธ.ค. ว่า ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ได้กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดภายในประเทศ โดย 73% ของผู้ติดเชื้อหน้าใหม่เป็นสายพันธุ์นี้ ขณะที่สายพันธุ์เดลตาลดลงเหลือ 27% ทั้งนี้ในบางพื้นที่ของสหรัฐฯ พบว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 90% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน อาทิ ในนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์ และวอชิงตัน
นอกจากนี้ยังมีรายงานพบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรายแรกในสหรัฐฯ เป็นชายวัย 50 ปี ซึ่งไม่ได้รับวัคซีน มีโรคประจำตัว และมีประวัติเคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อนหน้านี้
อิสราเอลประกาศฉีดวัคซีนเข็ม 4 ให้ประชาชน
เช่นเดียวกับประเทศอิสราเอลที่ยืนยันพบผู้เสียชีวิตจากโอมิครอนรายแรก เป็นชายวัย 60 ปี เสียชีวิตเมื่อ 20 ธ.ค. หลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลราว 2 สัปดาห์ โดยผลการตรวสอบรหัสพันธุกรรมจากห้องปฏิบัติการบ่งชี้ว่าติดเชื้อโอมิครอน มีโรคประจำตัวหลายโรค และมีโรคแทรกซ้อนในระหว่างเข้ารับการรักษาตัว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโอมิครอนสะสมกว่า 340 ราย
นายนัฟตาลี เบนเนตต์ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศให้ประชาชนที่อายุเกิน 60 ปี และบุคลากรด้านสาธารณสุข เข้ารับวัคซีนเข็มที่ 4 โดยให้เหตุผลว่า "จะช่วยให้เรารับมือกับการแพร่ระบาดของโอมิครอนที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่" หลังจากคณะผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล ออกคำแนะนำฉีดเข็มที่ 4 ให้แก่ประชาชน
หากเป็นเช่นนี้ อิสราเอลจะกลายเป็นชาติแรกของโลกที่ฉีดวัคซีนเข็ม 4 ให้กับประชาชน











