วัคซีนโควิด-19 : เสียงเล็ก ๆ จากเด็กนักเรียนผู้รับที่วัคซีนไฟเซอร์ เพราะ “อยากกลับมาเรียน”

    • Author, สมิตานัน หยงสตาร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย

บีบีซีไทยร่วมสังเกตการณ์ปฏิบัติการปูพรมฉีดวัคซีนให้นักเรียนมัธยมไทยในพื้นที่กรุงเทพฯ วันแรก แม้เด็กบางคนยอมรับว่า "กลัวเข็ม" และกลัวผลข้างเคียงจากการรับวัคซีนชนิด mRNA ที่ปรากฏเป็นข่าวตามหน้าสื่อ แต่สิ่งที่ดึงดูดให้พวกเขาเข้ารับวัคซีนเข็มแรกอย่างพร้อมเพรียง และพูดตรงกันเป็นเสียงเดียวคือ "อยากกลับมาเรียน"

ครูทั้งหญิง-ชายประจำการที่โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ เพื่อรอต้อนรับลูกศิษย์หวนคืนสู่รั้วโรงเรียนอีกครั้ง ทว่าวันนี้เด็ก ๆ ไม่ได้มาในฐานะผู้เรียน แต่มาในฐานะผู้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

ในวันแรก มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย อายุ 15-18 ปี แจ้งความประสงค์เข้ารับวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์-ไบออนเทค จำนวน 400 คน จากนักเรียนทั้งหมด 496 คน เนื่องจากบางส่วนเป็นนักเรียนกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง จึงได้รับการฉีดวัคซีนไปก่อนหน้านี้ และบ้างก็เป็นผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 มาก่อน

ขั้นตอนการให้บริการวัคซีนในเด็กไม่ต่างจากบุคคลทั่วไป เด็ก ๆ ต้องผ่านการคัดกรองอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจลแอลกฮอล์ และยืนยันการลงทะเบียนเข้ารับวัคซีน จากนั้นไปนั่งรอซักประวัติ ซึ่งทางโรงเรียนจัดเก้าอี้ให้เด็ก ๆ นั่งแบบเว้นระยะห่างทางสังคมกับผองเพื่อน ระหว่างรอเรียกคิวเข้ารับวัคซีน

เมื่อเจ้าหน้าที่พร้อม นักเรียนพร้อม รวมถึงรถพยาบาลพร้อมในที่ตั้งเพื่อเตรียมการรองรับกรณีพบผู้มีอาการผิดปกติร้ายแรง จึงเริ่มการฉีดให้กับนักเรียนคนแรกทันทีในเวลา 08.15 น.

"ตื่นเต้นครับ ก็กลัวผลข้างเคียง แต่ตอนนี้ยังไม่เป็นไร… ไปดูมาเขาบอกจะเกิดผลข้างเคียงรุนแรง (ในเด็กผู้ชาย) กลัวมากครับอันนี้ เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจ แต่ผมอยากปลอดภัย กลัวโควิดมากกว่า" นายธีระภัทร เลี้ยงอำนวย นักเรียนชั้น ม. 4 อายุ 16 ปี เล่าถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเข้ารับวัคซีนไฟเซอร์

เมื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ในการป้องกันการป่วยหนักกรณีติดเชื้อไวรัสร้าย หนุ่มรายนี้ยินดีเข้ารับวัคซีน และครอบครัวก็สนับสนุน เพราะสมาชิกในบ้านคนอื่น ๆ ก็ฉีดวัคซีนกันหมดแล้ว

เช่นเดียวกับนายธนาวัช เปรมปรีดิ์ นักเรียนชั้น ม. 5 วัย 17 ปี อีกคนหนึ่งที่เป็นกังวลต่อผลข้างเคียงของวัคซีน แต่หากฉีดแล้วภาคเรียนต่อไปสามารถกลับมาเรียนที่ รร. ได้ เขาก็ยินดี

"ก็กลัวนะครับ ผมกลัวเข็มด้วย" และ "ตอนได้มาโรงเรียนมีความสุขมาก เจอเพื่อน พอหยุดอยู่บ้านเหงามาก (เรียนออนไลน์) ก็โอเค แต่การบ้านเยอะไปนิดนึง" นายธนาวัชกล่าว

วานนี้ (3 ต.ค.) นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สธ. ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้วัคซีนไฟเซอร์ในเด็กว่า ในเด็กหญิงสามารถฉีด 2 เข็มได้ ส่วนเด็กชายจะให้ฉีด 1 เข็มก่อน แล้วเก็บข้อมูลถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนและคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

"ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบไม่ได้รุนแรงมาก สามารถหายได้เอง เพียงแต่ชื่ออาจจะดูค่อนข้างน่ากลัว แต่ถ้าไม่ฉีด จะเพิ่มความเสี่ยงกับตัวเด็กเองในการติดเชื้อและจะแพร่เชื้อไปให้กับผู้อื่นที่อยู่ในครอบครัวด้วย" นพ. โอภาสกล่าว

ทว่าคำกล่าวของอธิบดีกรมควบคุมโรคไม่ได้ทำให้เด็ก ๆ และพ่อแม่บางส่วนคลายความกังวลต่อคำว่า "ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ"

ผู้ปกครองรายหนึ่งกล่าวยอมรับกับบีบีซีไทยว่า กังวลผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แต่ก็อยากให้ลูกปลอดภัย ได้กลับมา รร. เพราะถ้าเรียนที่บ้านต่อ จะช่วยลูกเรื่องเรียนก็ค่อนข้างลำบาก

เด็กชายรอยืนยันฉีดเข็ม 2 หรือไม่

ภายหลังนักเรียนได้รับวัคซีนทุกคนต้องลงทะเบียนผ่านระบบ "หมอพร้อม" และทำแบบประเมินอาการตามที่ระบบกำหนด นักเรียนทั้งชาย-หญิงที่ฉีดวัคซีนในวันนี้ จะได้รับคิวนัดหมายเข้ารับวัคซีนเข็มที่ 2 ในวันที่ 25 ต.ค.

นักเรียนชายที่บีบีซีไทยพูดคุยด้วย ต่างเข้าใจว่าพวกเขาต้องเข้ารับวัคซีนเข็มที่ 2 ตามใบรับรองการฉีดเข็มแรกที่ได้รับมา และไม่ทราบมาก่อนว่า สธ. มีแนวคิดให้เด็กผู้ชายฉีดวัคซีนเพียงเข็มเดียว

เจ้าหน้าที่ของสำนักอนามัย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้ดูแลการให้บริการที่ รร. มัธยมปรณาวาส กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เข็มสองของเด็กผู้ชายจะนัดไว้ก่อน แต่ยังต้องรอข้อมูลทางวิชาการหลังการฉีดเข็มแรกก่อน จากนั้นจะยืนยันอีกครั้งว่าจะฉีดเข็มสองให้หรือไม่อย่างไร จึงขอให้นักเรียนติดตามข้อมูลผ่านการประชาสัมพันธ์ของทางโรงเรียนและยืนยันนัดหมายต่อไป รวมถึงขอความยินยอมจากผู้ปกครองอีกครั้งก่อนการฉีดวัคซีนเข็มสอง แต่สำหรับเด็กผู้หญิงนั้น จะให้บริการจำนวน 2 เข็มตามปกติ

ในระหว่างนั่งพักคอยสังเกตอาการ 30 นาที เจ้าหน้าที่กรมอนามัยได้ให้ข้อมูลเรื่องการปฏิบัติตัวแก่เยาวชนผู้รับวัคซีน โดยเน้นย้ำว่าเรื่องอย่าไปตากแดดตากฝน และของดออกกำลัง เพราะตระหนักดีว่าวัยรุ่นมีโอกาสออกกำลังและทำกิจกรรมหนัก ๆ มากกว่าวัยผู้ใหญ่

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ข้อมูลจาก สธ. ระบุว่า หลังการฉีดวัคซีนในกลุ่มนักเรียน จะมีระบบติดตามความปลอดภัยต่อเนื่องเช่นเดียวกับผู้ใหญ่

ในการเฝ้าระวังสำหรับผู้มีอายุน้อยที่เข้ารับบริการวัคซีนกลุ่ม mRNA นพ. เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน สธ. ระบุว่า ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้มีอัตราที่ต่ำก็ตาม สามารถสังเกตอาการ ดังนี้

  • แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก
  • หอบเหนื่อยง่าย
  • ใจสั่น
  • เป็นลม หมดสติ

อาการเหล่านี้จะต้องติดตามไปภายใน 30 วันหลังทำการฉีดวัคซีน รวมถึงภายใน 7 วันหลังฉีดควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก

"อยากกลับมาเรียน อยากเจอเพื่อน"

เสียงเล่าพร้อมความตื่นเต้นทั้งจากการฉีดวัคซีน และการได้กลับมา รร. เป็นครั้ง 2 ของ น.ส. ดลนภา บุญโญปกรณ์ นักเรียนชั้น ม. 4 วัย 15 ปี หลังจากมีโอกาสเข้า รร. เมื่อหลายเดือนก่อนในงานปฐมนิเทศ

เธอเล่าว่า แทบจะจำความรู้สึกของการเรียนที่ รร. ไม่ได้เลย หากทุกคนฉีดกันแล้ว ก็คาดหวังว่าจะกลับมาเรียนในห้องได้ในเทอมถัดไป เพราะการได้มา รร. เห็นหน้าเพื่อนและครูตัวเป็น ๆ ดีกว่าเจอกันแค่ในออนไลน์

"ไม่อยากเรียนออนไลน์ เพราะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่"

น.ส. ขนิษฐา แก่นจันทร์ นักเรียนชั้น ม. 5 อายุ 17 ปี เป็นอีกคนหนึ่งที่อยากกลับมาเรียนที่ รร. ด้วยมีความมั่นใจมากขึ้นจากการฉีด แม้ว่ายังคงต้องทำตามมาตรการเช่นเดิม

"อยากกลับมาเรียน อยากเจอเพื่อน แต่เรียนออนไลน์ก็ดี ทำให้มีเวลาทำอะไรหลายอย่าง"

นับจากประเทศไทยเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สถานศึกษาต่าง ๆ ต้องจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 (เดือน พ.ค. ปีก่อน) อย่างไรก็ตามกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตั้งเป้าหมายว่าในภาคการศึกษาที่ 2 ของปี 2564 (เดือน พ.ย. นี้) จะกลับมาจัดการเรียนการสอนแบบออนไซต์ได้

แผนเปิดเทอม 1 พ.ย.

ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ สพฐ. ยืนยันว่าจะไม่เลื่อนเปิดเทอมภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 พ.ย. นี้ แม้ตามมาตรการของ ศบค. พื้นที่สีแดงเข้มอนุญาตให้บุคลากรราชการเข้าทำงานได้เพียง 25% ส่วนพื้นที่อื่น ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการก็ตาม

"หากเราปล่อยให้การเรียนการสอนของเราอยู่ที่บ้าน เป็นอย่างนี้ต่อไป เราก็คำนึงถึงคุณภาพน่าจะด้อย และผู้ปกครองเองก็ลำบาก นอกจากนั้นเราจะเห็นน้อง ๆ ประสบปัญหามากมาย" เลขาธิการ สพฐ. กล่าว

ในการทดลองเปิดเรียนออนไซต์อย่างปลอดภัยนั้น นายอัมพรย้ำว่า รร. จะดำเนินการได้ต้องคำนึง 3 ปัจจัย คือ

  • ภาวะการแพร่ระบาดในพื้นที่ รร. นั้น รุนแรงเพียงใด
  • ขนาดของ รร. และจำนวนนักเรียน มีมากน้อยแค่ไหน จะสามารถจัดมาตรการได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
  • จะต้องผ่านการประเมิน และได้รับการอนุญาตจากขณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด

"ขอย้ำว่าแม้เราจะเปิดออนไซต์ทุก รร. หากผู้ปกครองคนใดไม่ประสงค์จะให้ลูกมา เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย เราก็ยังเปิดโอกาสให้เรียนที่บ้านได้"

เป้าหมายสำคัญคือ การระดมฉีดวัคซีนให้ได้ครอบคลุม 85% ของทั้ง รร. เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ซึ่งครูก็เป็นกลุ่มสำคัญที่ต้องดำเนินการให้ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 85% เช่นเดียวกัน

ปฏิบัติการปูพรมฉีดวัคซีนให้นักเรียนเริ่มต้นอย่างเป็นทางการวันนี้ (4 ต.ค.) โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นผู้ลั่นระฆังในพิธีที่ใช้ชื่อว่า "คิกออฟ สร้างเกราะป้องกันด้วยวัคซีนเด็ก ปลอดภัย เรียนอุ่นใจ ต้อนรับเปิดเทอม" จาก รร.พิบูลอุปถัมภ์ เขตห้วยขวาง กทม. เป็นสัญญาณให้อีก 15 จังหวัด ใน 13 เขตสุขภาพ เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็มแรกให้แก่นักเรียนพร้อมกัน

ศธ. กำหนดแผนให้นักเรียนและนักศึกษาทุกสังกัดที่มีอายุระหว่าง 12-18 ปี จำนวนราว 5.04 ล้านคน ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ตามความสมัครใจ และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง เบื้องต้นมีผู้ประสงค์จะเข้ารับวัคซีน 3.61 ล้านคน คิดเป็น 71.67%

สถานศึกษาในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จำนวน 15,465 แห่ง ใน 29 จังหวัด คือกลุ่มเป้าหมายแรก ๆ ในปฏิบัติการฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนครั้งนี้ โดยใช้สูตรไฟเซอร์ 2 เข็ม