You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ตามชีวิตสาวออฟฟิศใน กทม. ทำเช็กลิสต์มาตรการ COVID-Free Setting คลายล็อกดาวน์วันแรก 1 ต.ค.
- Author, พศิกา เขินอำนวย
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
บีบีซีไทยตามติดชีวิตสาวออฟฟิศที่กลับสู่การใช้ชีวิตวิถีใหม่ หลัง ศบค. ประกาศคลายล็อกอีกขั้นให้แก่ 9 กิจการ/กิจกรรม ภายใต้มาตรการ COVID-Free Setting ที่จะ "บังคับใช้เป็นมาตรฐาน" เพื่อให้คนไทยอยู่ร่วมกับไวรัสโควิด-19 โดยสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับปกติ
"น้องเป็นลูกค้ารายแรกของวันเลยนะเนี่ย" ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างบอกกับ "มินต์" พนักงานสาวบริษัทเอกชน
ทั้งคู่มีโอกาสสนทนากันเล็กน้อยหลังมินต์ลงจากรถ ทำให้เธอทราบว่าวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่แทนตัวเองว่า "พี่เปอร์" มีอาชีพหลักเป็นพนักงานโรงแรม แต่พอเจอกับวิกฤตโควิด-19 โรงแรมเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเป็นอันดับแรก ๆ ทำให้เขาต้องออกหารายได้เสริมด้วยการขี่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างในวันหยุดและช่วงหลังเลิกงาน
"ได้ (ลูกค้า) บ้างก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย"
ก่อนหน้านี้ พี่เปอร์มีเพื่อนร่วมวินจำนวนมากถึง 30-40 คน แต่พอโควิดระบาดหนักและตามด้วยการประกาศมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ของทางการ เพื่อนร่วมอาชีพเลือกกลับบ้านต่างจังหวัดไปเกือบหมด เหลือเฝ้าวินอยู่ไม่ถึง 5 คน ซึ่งใน 5 คนนี้ก็แทบจะนอนรอลูกค้า เพราะเด็กนักเรียนเรียนออนไลน์จากบ้าน บริษัทต่าง ๆ ก็ประกาศให้ทำงานจากที่บ้าน ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารก็ปิด แล้วใครจะเดินทาง
"พี่ฉีดวัคซีนครบสองโดสแล้วนะ แล้วที่ทำงาน (โรงแรม) ก็ให้ตรวจ ATK (Antigen test kit) ทุกสองสัปดาห์ ยังไม่รู้เหมือนกันว่าคลายล็อกดาวน์รอบนี้จะเป็นยังไง คงต้องรอดูกันไปก่อน" พี่เปอร์กล่าว
"โชคดีค่ะพี่ ขอให้ลูกค้าเยอะ ๆ" มินต์บอกลาพี่วินก่อนจะเดินลงบันไดเลื่อนสู่สถานีรถไฟใต้ดินใจกลางเมือง
ภายหลังไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดใหญ่เป็นระลอกที่สามตั้งแต่เดือน เม.ย. บริษัทของมินต์ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work From Home - WFH) เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อจากการเดินทางเข้าไปทำงานใจกลางกรุง
นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มินต์อยู่รอดปลอดโรคในช่วง 6 เดือนนี้ ไม่เป็นส่วนหนึ่งในสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของกรุงเทพฯ กว่า 3.6 แสนราย และส่วนหนึ่งของผู้ติดเชื้อของประเทศราว 1.58 ล้านราย ตามการรายงานยอดสะสมระหว่าง 1 เม.ย.-1 ต.ค. โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)
หลังซุ่มเก็บตัวมานาน มินต์มีภารกิจต้องเข้าไปสะสางงานที่สำนักงานซึ่งตั้งอยู่ย่านชิดลม
เมื่อต้องก้าวขาออกจากบ้าน เธอรู้ว่ามีความเสี่ยงในการรับเชื้อไวรัสร้าย แม้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าครบ 2 เข็มแล้วก็ตาม จึงสวมใส่หน้ากากอนามัยชนิด N95 และพกแอลกอฮอล์เจลติดกระเป๋าถือในจุดที่พร้อมหยิบใช้ได้เสมอ และเพื่อไม่ให้การใช้ชีวิตนอกบ้านต้องเสียเปล่า มินต์ตัดสินใจใช้การเดินทางของเธอ เพื่อสังเกตการณ์และสำรวจว่ามาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (COVID-Free Setting) ที่ถูกนำมาบังคับใช้อย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ (1 ต.ค.) สร้างความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตคนเมือง หลัง ศบค. มีมติผ่อนปรนให้กิจการ/กิจกรรม 9 ประเภท ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) กลับมาเปิดให้บริการได้ เพื่อให้ประชาชนใน 29 จังหวัด รวมถึง กทม. กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติยิ่งขึ้น
รถไฟฟ้า
มินต์ออกจากที่พักย่านพระราม 9 ก่อนเวลา 07.00 น. เล็กน้อย หลังโดยสารมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกมาถึงปากซอย เธอใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ก่อนมาต่อรถไฟฟ้า BTS เดินทางถึงสถานีชิดลม ต้องผ่านจุดตรวจคัดกรองอุณหภูมิของผู้โดยสารไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ที่ทางสถานีจัดเตรียมไว้ให้
เธอสังเกตเห็นว่า คนไม่ได้แออัดอย่างที่เธอกังวล ผู้โดยสารดูเหมือนจะเป็นพนักงานออฟฟิศและคนวัยทำงานทั่วไป แต่ละคนมีที่ยืนแบบพอจะเว้นระยะห่างทางสังคมได้บ้างเนื่องจากไม่ใช่ช่วงเวลาเร่งด่วน
ภาพคนเบียดเสียดแน่นรถไฟฟ้าที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ก่อนหน้านี้โดยไม่มีการเว้นระยะห่าง และหลายครั้งถึงขนาดยืนหายใจรดต้นคอกัน จึงไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏในรถไฟของเธอทั้ง 2 ขบวน
ข้อมูลจาก บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ระบุว่า มีการควบคุมความหนาแน่นของผู้โดยสารและเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 0.50-1 เมตร รวมถึงขอความร่วมมืองดการพูดคุยภายในขบวนเพื่อป้องกันโควิด-19 ขณะที่ MRT มีมาตรการจำกัดจำนวนผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวให้เหลือไม่เกิน 75% ของความจุปกติ
ฟิตเนส
หลังลงรถไฟฟ้า มินต์แวะไปดูฟิตเนสที่เธอเป็นสมาชิกแต่ไม่มีโอกาสได้ใช้บริการ เพราะเป็นกิจการที่ ศบค. สั่งปิดตั้งแต่เดือน พ.ค.
สตูดิโอดังกล่าวมีข้อกำหนดว่า ผู้ใช้บริการจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม กรณีวัคซีนเชื้อตาย หรือได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม กรณีวัคซีน mRNA หากยังไม่ได้รับวัคซีนตามเงื่อนไขนี้ ผู้ใช้บริการต้องแสดงผลตรวจโควิดด้วยชุดตรวจ ATK ก่อนเข้าใช้บริการ (1 ครั้ง/วัน) โดยสามารถจัดเตรียมชุดตรวจมาเอง หรือซื้อได้ที่สตูดิโอได้ในราคาชุดละ 150 บาท
ทางฟิตเนสยืนยันว่า พนักงานและเทรนเนอร์ทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว และจะมีการตรวจโควิดทุก 7 และ 14 วัน จำกัดจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละคลาส และทำความสะอาดหลังจบคลาสทุกครั้งทันที รวมถึงผู้ใช้บริการทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้นระหว่างออกกำลังกายบางประเภทที่มีการยกเว้นเพื่อให้หายใจได้สะดวก อย่างไรก็ตาม ระหว่างการใช้ห้องน้ำ-ห้องแต่งตัว ทางสตูดิโอขอความร่วมมือให้ใส่หน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคมเท่าที่ทำได้
ฟิตเนสที่เป็นห้องปรับอากาศเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการได้วันนี้ พร้อมกับโรงภาพยนตร์ สปา ห้องออกกำลังกาย ยิม และสระว่ายน้ำภายในห้างสรรพสินค้า โดย ศบค. กำหนดให้เปิดทำการได้ไม่เกินเวลา 21.00 น.
เพียงแค่คิดว่าจะมีโอกาสกลับมาออกกำลังในยิมอีกครั้ง เธอก็รู้สึกสดใส และหวังว่ามันจะดีกว่าการออกกำลังที่บ้านแบบที่ทำในช่วง WFH
ร้านกาแฟ
"ลาเต้เย็นแก้วนึงค่ะ"
กาแฟเย็นถือเป็นจุดเริ่มต้นวันใหม่ของมินต์ เธอดื่มกาแฟทุกเช้าวันทำงาน และวันนี้เธอได้กลับมาอุดหนุนร้านกาแฟที่คุ้นเคยอีกครั้ง หนุ่มบาริสต้าเล่าให้ฟังว่าขณะนี้ร้านเปิดให้นั่งภายในร้านได้ แต่จำกัดไม่เกิน 50%
"ลูกค้าไม่ต้องแสดงผลตรวจ ATK ก่อนสั่งกาแฟใช่มั้ยคะ" มินต์ถามเพื่อความแน่ใจ
"ไม่ถึงกับขนาดนั้นครับ วัดอุณหภูมิปกติก็พอครับ" บาริสต้าตอบด้วยรอยยิ้ม พลางอธิบายว่าแต่สำหรับพนักงานร้านต้องตรวจ ATK ทุก 7 วัน และรายงานข้อมูลให้เจ้าของอาคารเช่า
ที่ทำงาน
เวลา 08.00 น. มินต์ถึงอาคารสำนักงานก่อนเวลาเข้างานเล็กน้อย เห็นคนกลับมาทำในงานในอาคารไม่มากนัก และยืนต่อแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อรอใช้ลิฟต์ ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่นั่นไม่ใช่เครื่องการันตีว่าทุกคนปลอดเชื้อโควิด
มินต์รอจนลิฟต์ว่างถึงโดยสารขึ้นไปยังชั้นสำนักงานของเธอ ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานเพียง 1 คน และแม่บ้านอีก 1 คนมาประจำการอยู่ก่อนหน้า ตลอดชั่วโมงทำงาน ทุกคนใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งทำให้มินต์รู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แตกต่างจากเวลานั่งทำงานที่บ้านที่ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย
ร้านอาหาร
เวลา 12.00 น. มินต์กับเพื่อนชวนกันไปทานอาหารกลางวันที่ห้างสรรพสินค้าใกล้สำนักงาน กลิ่นอาหารจาง ๆ ในอากาศ ผู้คนที่เดินเข้าออกร้านอาหารหรือเลือกดูเมนูอาหารบริเวณหน้าร้านซึ่งก่อนหน้านี้เป็นภาพที่แสนจะธรรมดา กลับทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งได้อย่างแปลกประหลาด
สองสาวเดินเตร็ดเตร่หาร้านอาหารและสอบทานข้อปฏิบัติจากพนักงานที่ยืนเรียกลูกค้า พร้อม ๆ กับคอยให้ข้อมูลประกอบการ "กินข้าววิถีใหม่"
ทั้งคู่เตรียมแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มที่บันทึกเอาไว้ในสมาร์ทโฟนอย่างเต็มที่ เพราะได้ยินสื่อมวลชนรายงานข่าวว่าตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ประชาชนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน-19 จะไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารภายในร้านได้ หรือถ้าจะกินอาหารในร้าน ก็ต้องมีผลตรวจ ATK
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดฉบับที่ 34 ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 29 ก.ย. 2564 กำหนดให้ กิจการ/กิจกรรม เพียง 3 ประเภทที่ ศบค. คลายล็อกตั้งแต่ 1 ต.ค. ที่ถูกกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า ลูกค้า/ผู้ใช้บริการ ต้องแสดงหลักฐานว่าได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด หรือมีหลักฐานแสดงผลการตรวจเชื้อที่ยืนยันว่าปลอดโควิด-19 ในเวลา 72 ชม. ก่อนใช้บริการ โดยใช้วิธี RT-PCR หรือโดยชุดตรวจและน้ำยา SAR-CiV-2 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (ชุดตรวจ ATK)
โดย 2 กิจการ 1 กิจกรรม ที่อยู่ภายใต้ "เงื่อนไขบังคับ" ประกอบด้วยร้านสัก สปา (เฉพาะการให้บริการประเภทการใช้น้ำเพื่อสุขภาพ) และการจัดแข่งกีฬาในร่ม บังคับให้มีผู้ชมไม่เกิน 25% ของความจุสนามด้วย
แต่สำหรับร้านอาหาร เข้าใจว่าเป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้น
มินต์กับเพื่อนลองสอบถามพนักงานร้านอาหารและพบว่ามีเพียง 2 จาก 7 ร้าน ที่เรียกหาใบรับรองการฉีดวัคซีนหรือผลตรวจ ATK จากลูกค้า ตามมาตรการ COVID-Free Customer หรือลูกค้าปลอดโควิด อย่างที่ ศบค. ประกาศ ในจำนวนนี้เป็นร้านสุกี้หม้อไฟและร้านปิ้งย่างที่ค่อนข้างเคร่งครัด ทว่าพนักงานบางส่วนก็ยังมีความสับสนว่าต้องแสดงผลตรวจล่าสุดภายในกี่วัน บางรายบอก 3 วัน บางรายบอก 7 วัน
แต่เพื่อความแน่ใจ มินต์ทดลองยิงคำถามใส่พนักงานว่า หากมาเป็นกลุ่มเพื่อนจะสามารถนั่งร่วมโต๊ะกันได้หรือไม่ แล้วถ้ามีทั้งคนฉีดวัคซีนครบโดส ฉีดโดสเดียว และยังไม่ฉีดสักเข็มล่ะ นั่งด้วยกันได้หรือเปล่า
คำตอบส่วนใหญ่คือนั่งร่วมกันได้ ภายใต้รูปแบบโต๊ะที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ ซึ่งทุกร้านจะลดจำนวนที่นั่งลงครึ่งหนึ่ง
"แล้วต้องใช้ใบรับรองการฉีดวัคซีนหรือเปล่าคะ" มินต์ถาม
"ไม่ต้องค่ะ แต่พี่ต้องวัดอุณหภูมิ กับกดเจลล้างมือ" พนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งตอบ
เช่นเดียวกับพนักงานอีกร้านที่บอกแบบเดียวกัน แต่ย้ำว่า "สำหรับคุณลูกค้าไม่ต้องโชว์ใบวัคซีนหรือตรวจ ATK แต่พวกหนู (พนักงาน) ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มทุกคนและตรวจ ATK ทุก 7 วันค่ะ"
ส่วนอีกสาวที่ยืนรอเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้านอาหารอีกร้านบอกว่า "ถ้าพี่ผ่านเข้าห้างมาได้ พี่ก็เข้ามาทานข้าวได้ ไม่ต้องโชว์ใบอะไร"
ผู้จัดการร้านอาหารร้านหนึ่งบอกว่า ทางร้านมีมาตรการให้พนักงานฉีดวัคซีนครบทุกคนแล้ว และมีการสุ่มตรวจพนักงาน 5% ของพนักงานทั้งหมดด้วยชุดตรวจ ATK เพื่อรายงานผลกับห้างสรรพสินค้าทุกสัปดาห์ ส่วนการขยายเวลาเปิด-ปิดห้างในอนาคตคาดว่าจะมีผลดีต่อร้านอาหารอย่างมาก เนื่องจากยอดขายที่หายไปส่วนใหญ่มาจากลูกค้าที่มารับประทานอาหารช่วงหัวค่ำ
"ช่วงล็อกดาวน์ การเยียวยาการอะไรมันก็ช้าไปหมดอะครับ ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าจะได้ไหม ไม่มีความชัดเจน (ทั้งจากบริษัทและจากรัฐบาล) ตอนนี้พนักงานเราก็ขาดเยอะมาก ไม่ใช่แค่ร้านเราแต่เป็นกันทุกร้าน" ผู้จัดการร้านเล่าให้มินต์ฟังถึงความลำบากของพนักงานในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ความไม่แน่นอนทางนโยบาย ทำให้พนักงานเกินครึ่งตัดสินใจลาออกไปหารายได้เอาดาบหน้า เนื่องจากรายได้ลดสวนทางกับรายจ่ายในชีวิตประจำวัน
อีกข้อสังเกตหนึ่งที่มินต์พบ คือ ไม่มีร้านอาหารหรือกิจการใดเลยที่ใช้แอปพลิเคชัน "ไทยเซฟไทย" เพื่อประเมินความเสี่ยงของพนักงานหรือลูกค้า ตามที่ ศบค. แถลงเอาไว้ เนื่องจากร้านค้าและห้างสรรพสินค้าต่างมีระบบเก็บข้อมูลและประเมินความเสี่ยงของตนเอง
สำหรับมาตรการคัดกรองด้วยการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิและเจลล้างมือหน้าร้าน ล้วนเป็นข้อปฏิบัติเดิมตั้งแต่ 1 ก.ย. ที่ ศบค. ผ่อนคลายให้ประชาชนนั่งรับประทานอาหารภายในร้านได้ แต่จำกัดไม่เกิน 50% กรณีเป็นห้องแอร์ และ 75% กรณีอากาศระบาย
ในที่สุด มินต์กับเพื่อนตัดสินใจเลือกร้านราเมงรองท้องมื้อเที่ยง
"นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือนเลยนะที่ฉันมากินข้าวนอกบ้าน ร้านกาแฟก็ไม่เคยนั่ง ไม่ไว้วางใจครั้งทั้งนั้น ไม่อยากถอดหน้ากาก เพราะที่บ้านมีคนแก่... อยากกินอะไรน้ำ ๆ เพราะสั่งไปบ้านก็ไม่เหมือนกินที่ร้าน" เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่บอกกับมินต์ขณะรออาหาร
เช็กลิสต์
ตลอดบ่าย สองพนักงานออฟฟิศทำงานต่อจนถึงเลิกงานในเวลา 17.00 น. แต่ทั้งคู่เลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเดินทางกลับบ้านในช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะไม่ต้องการไปยืนหายใจร่วมกับคนหมู่มากภายในรถโดยสารสาธารณะ แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเธอต้องเดินทางถึงที่พักก่อน 22.00 น. ซึ่งเป็นเวลาใหม่ตามคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ซึ่ง ศบค. ขยายเวลามาจากเดิมที่ 21.00 น.
ในระหว่างรอเวลากลับบ้าน มินต์ทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่เจอมาตลอดทั้งวัน ทำเริ่มเช็กลิสต์มาตรการ COVID-Free Setting วันแรกของการคลายล็อก
เธอตัดสินใจยังไม่เข้าคลาสออกกำลังกายใด ๆ และเลือกที่จะทำงานที่บ้านต่อไปอีกสักระยะ เพราะเธอไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าจะดีขึ้น แย่ลง หรือคงที่ และไม่รู้ว่าจะมีการประกาศประกาศล็อกดาวน์หรือกึ่งล็อกดาวน์อีกครั้งหรือไม่
เธอบันทึกการเดินทางไว้ใน "โน้ต" ที่อยู่ในสมาร์ทโฟน ตั้งใจจะเอาไปแลกเปลี่ยนกับครอบครัวเมื่อกลับถึงบ้าน เพราะนี่คือชีวิตวิถีใหม่ที่เกิดขึ้นกับคนไทยและคนทั้งโลก และเราคงต้องอยู่กับไวรัสโควิดไปอีกระยะหนึ่ง หลังอยู่กันมาแล้วเกือบ 2 ปี