พลังประชารัฐ : ทักษิณปัดจ่าย 2,000 ล้านให้ธรรมนัส “ล้มนายกฯ” ส่วนประวิตร-ธรรมนัสไม่ลาออกจากพรรค

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธข่าวอยู่เบื้องหลัง "ดีลล่ม-ล้มนายกฯ" ในสภาช่วงเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมเปรยเปรยว่า "คนที่ปล่อยข่าวแบบนี้คือควายเท่านั้น" ขณะที่หัวหน้าและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่งท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองภายในรัฐบาล
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีต รมช.แรงงาน ปรากฏตัวที่อาคารรัฐสภาเป็นครั้งแรก เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (15 ก.ย.) เพื่อเข้าร่วมประชุมพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ภายหลังทั้งคู่ถูกปลดพ้นเก้าอี้รัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ก่อน
สถานภาพทางการเมืองที่เหลืออยู่ของ ร.อ. ธรรมนัสคือ ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค ขณะที่ น.ส. นฤมลเป็นเหรัญญิกพรรค
การประชุม ส.ส. พรรคแกนนำรัฐบาลเกิดขึ้นที่ห้องประชุม พปชร. ชั้น 6 ตึกสุริยัน โดยมี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า พปชร. มาร่วมพูดคุยกับลูกพรรคด้วยตนเอง
พล.อ. ประวิตรให้คำมั่นว่าไม่คิดลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และจะไม่มีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)

ที่มาของภาพ, STR/BBC Thai
อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ (14 ก.ย.) หัวหน้า พปชร. เพิ่งลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งน้องรักของ พล.อ. ประวิตร เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ทั้งที่หลายเดือนก่อนหน้านี้ คนในพรรคออกมาให้ข้อมูลว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แกนนำกลุ่ม "สามมิตร" จะเป็นผู้รั้งเก้าอี้ดังกล่าว หลังจากกลุ่มสามมิตรต้องเสียเก้าอี้เลขาธิการพรรคให้แก่ ร.อ. ธรรมนัส ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พปชร. เมื่อ 18 มิ.ย.
คำสั่งแต่งตั้งประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคคนใหม่ให้เหตุผลเพียงว่า "เพื่อให้การดำเนินงานของพรรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามอุดมการณ์ วัตถุประสงค์ และนโยบายของพรรค"
พล.อ. วิชญ์เข้าร่วมการประชุมพรรคด้วย โดยนั่งขนาบหัวหน้าพรรคที่อยู่ตรงตำแหน่งหัวโต๊ะ
ภายหลังเสร็จสิ้นการการประชุมพรรค พล.อ. ประวิตรเดินมาสวมกอดนายสมศักดิ์ต่อหน้ากองทัพสื่อมวลชน และพูดกับสื่อมวลชนเพียงสั้น ๆ ว่า "ต้องให้คนในพรรครักกัน"
ขณะที่ ร.อ. ธรรมนัส และนางนฤมล ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. เปิดเผยว่า พล.อ. ประวิตรยืนยันไม่ลาออกจากพรรค เพราะรัก พปชร. มาก ซึ่งในช่วงเวลาที่เหลือหลังจากนี้ จะให้ ส.ส. เร่งลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน และเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งถัดไป พร้อมฝากให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ควบคู่กับ ส.ส. อย่างเต็มที่ด้วย
นายวิรัชกล่าวด้วยว่า ร.อ. ธรรมนัสยังยืนยันว่าจะทำหน้าที่เลขาธิการพรรค และจะอยู่กับ พปชร. ต่อไป
นายวิรัช ซึ่งถูกสื่อมวลชนจัดให้เป็น 1 ในสมาชิกกลุ่ม "4 ช." อันหมายถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) 4 คน เนื่องจากบุตรชายของเขาเป็น รมช.คมนาคม กล่าวยืนยันว่า จากวันนี้ไป พปชร. จะไม่มีก๊วนไม่มีกลุ่ม จะมีเพียงกลุ่มเดียวคือกลุ่มของ พล.อ. ประวิตรเท่านั้น
ตลอดเวลาเกือบ 3 สัปดาห์นี้ พปชร. ซึ่งมี ส.ส. กว่าร้อยชีวิตอยู่ในภาวะระส่ำระสาย ทั้งจาก "ศึกนอก" อันหมายถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรีโดยฝ่ายค้าน ในจำนวนนี้มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และรัฐมนตรีของพรรคอีก 2 คนถูกยื่นอภิปรายด้วย และยังต้องเผชิญกับการเปิด "ศึกใน" จากการช่วงชิงอำนาจภายในรัฐบาล
หนึ่งในข่าวลือที่ไปถึงหู พล.อ. ประยุทธ์ หนีไม่พ้น "การโหวตล้มนายกฯ" ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า "จริงหรือไม่จริง ผมไม่ทราบ แต่ถือว่าไม่ใช่สุภาพบุรุษ" และ "การแอบอ้างเบื้องสูงถือว่าผิดอย่างร้ายแรง ผมคนเดียวเท่านั้นที่ได้มีโอกาสถวายข้อราชการ คนอื่นไม่มี"

แม้ ร.อ. ธรรมนัสจะออกมาปฏิเสธว่า "ไม่ได้ถูกใช้ให้มาล็อบบี้ใคร ไม่ว่าจะให้ช่วยรัฐบาล หรือไปรับรองพรรคอื่นให้มาช่วย หรือโหวตคว่ำใครคนใดคนหนึ่ง ผมไม่ทำ" พร้อมระบุว่าคนในพรรคฝ่ายรัฐบาลที่เขาเรียกว่า "ไอ้ห้อยไอ้โหน" เป็นคนเต้าข่าวนี้ขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีโอกาสพูดคุยและขอโทษนายกฯ ก่อนวันลงมติ แต่ไม่อาจเคลียร์ใจกันได้ โดยเฉพาะเมื่อผลการลงมติออกมา พล.อ. ประยุทธ์ได้รับคะแนนวางใจสูงสุดในหมู่ 6 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปราย
ท้ายที่สุด ร.อ. ธรรมนัสจึงถูกสั่งปลดพ้นเก้าอี้ รมช.เกษตรฯ พร้อม "คู่หู" อย่างนางนฤมล รมช.แรงงาน
"เพื่อนธรรมนัส" ชี้ พปชร. เหลือครึ่งเดียวหากเลือกตั้งใน 3-6 เดือน
ขณะที่นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. สรุปบทเรียนที่เกิดขึ้นว่ามาจากการ "เต้าข่าว" สร้างความแตกแยกภายในพรรค จนมีการคิดเลยเถิดกันไปว่าเป็นเรื่องจริง
"ถ้าเป็นเรื่องจริง ป่านนี้เดินสุดซอยแล้ว" นายเอกราชกล่าวกับบีบีซีไทย
นายเอกราชเป็นประธานยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของ พปชร. และยังออกตัวว่าเป็น ส.ส. กลุ่ม "เพื่อนธรรมนัส" ชนิดที่ "แค่มองตาก็รู้ใจ"
เขาอ้างว่าความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นผลจากการที่นโยบายหาเสียงของ พปชร. ไม่ได้รับการขับเคลื่อนเท่าที่ควร นิ่งเฉยจนใกล้จะหมดวาระ ทาง ส.ส. จึงร้อนใจเพราะถูกชาวบ้านทวงถามเมื่อกลับพื้นที่ ในขณะที่นโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลขับเคลื่อนไปเกือบหมดแล้ว ทั้งนี้รัฐมนตรีสังกัด พปชร. มีหลายคน แต่คนที่ลงพื้นที่ครบ 77 จังหวัดทั้งประเทศ มีคนเดียวคือ ร.อ. ธรรมนัส และเข้ากับ ส.ส. ได้ทุกกลุ่มก๊วน เพราะ "ใจถึง พึ่งได้ ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน ถ้าพบเลขาฯ ทุกอย่างจบหมด" ทำให้ถูกเตะตัดขา
"ถ้ามีเลือกตั้งใน 3 เดือน 6 เดือนนี้ ได้มาครึ่งเดียวของที่มีอยู่ก็สุดยอดแล้ว ในพื้นที่เป็นอย่างนี้จริง ๆ เราจะยอมรับความจริงกันไหม" นายเอกราชกล่าว

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
เมื่อถามว่าความขัดแย้งภายใน พปชร. จะจบลงที่ 2 แกนนำพรรคสังเวยเก้าอี้รัฐมนตรี หรือมีการเช็กบิลผู้ร่วมขบวนการล้มนายกฯ ตามมาอีก นายเอกราชตอบว่านายกฯ เป็นผู้ใหญ่ และทุกคนก็ให้ความเคารพ หลังนายกฯ ดำเนินการแล้วก็คงจบเท่านั้น
ส่วนกระแสข่าวเรื่องการแอบอ้างที่ดังหนาหูในหมู่นักการเมืองนั้น นายเอกราชบอกว่าในที่สุดก็จะปรากฏความจริงเอง "เท่าที่ผมอยู่ด้วยกันมา ผมไม่ได้ยินเลยว่าแอบอ้างเบื้องสูง ผมไม่เคยได้ยิน ผมก็ถามนะว่ามีแบบนี้หรือเปล่า เขาบอกว่าไม่มีหรอกพี่ ถึงบอกว่าขบวนการไอ้ห้อยโหนที่ไปพบ ไปอะไรต่าง ๆ บางครั้งก็ทำให้เกิดความสับสน"
ในวันที่ ร.อ. ธรรมนัสไร้ตำแหน่งในรัฐบาล นายเอกราชยังมั่นใจว่ากลุ่มเพื่อนธรรมนัสที่มีไม่ต่ำกว่า 30 คนยังเหนียวแน่นตามเดิม แต่บางคนอาจเลือกที่จะไม่แสดงออก
ทักษิณชี้นายกฯ "ทุบกล่องดวงใจพี่ป้อม"
ข่าวลือเรื่องขบวนการล้มนายกฯ ในสภา ดูจะไม่จบลงง่าย ๆ เพราะแม้แต่คนจากแดนไกลอย่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังได้ยิน และใช้แพลตฟอร์ม ของกลุ่มแคร์ (CARE) ผ่านแอบพลิเคชันคลับเฮาส์ (CH) และแฟนเพจเฟซบุ๊ก (FB) เคลียร์ตัวเอง เมื่อค่ำวันที่ 15 ก.ย. โดยกล่าวขึ้นมาเองว่า "มีคนปล่อยข่าวนะว่าผมใช้ 2,000 เอา 2,000 ล้านไปให้ธรรมนัส แล้วล้มไม่สำเร็จ ผมเลยแย่ นี่คนอย่างผมนะเริ่มจากศูนย์ หาเงิน คิดเป็น ใช้เงินไม่โง่"
จากนั้นนายทักษิณทดลองคำนวณว่า พล.อ. ประยุทธชนะมา 28 เสียง ถ้าหายไป 28 เสียงคือหลุดจากตำแหน่ง หากพูดตัวเลข 2,000 ล้าน ย่อมหมายถึงหัวละ 70 ล้าน "ไอ้นี่ 5 ล้านก็วิ่งกันหางชี้แล้ว"
นายทักษิณกล่าวด้วยว่า "คนที่ปล่อยข่าวแบบนี้คือควายเท่านั้น ท่านเป็นคนอย่าให้ควายจูง" หากใครอยากรู้อะไรให้มาถามตรง ๆ ที่ CH แล้วจะตอบให้ชัด ๆ และย้ำว่าเรื่องนี้ไม่มีดีลอะไรทั้งนั้น

พล.อ. ประยุทธ์ ได้รับความไว้วางใจด้วยคะแนนเสียง 264 ต่อ 208 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน ไม่มี โดยถือเป็นผู้ได้รับคะแนนไว้วางใจเกือบน้อยที่สุด โดยสูงกว่า รมว.แรงงานเท่านั้น แต่นายกฯ ได้คะแนนไว้วางใจต่ำสุดในหมู่ผู้ซักฟอกทั้ง 6 คน
ในการผ่านญัตติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ต้องอาศัยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา หรือ 242 เสียง จาก ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 482 คน นั่นหมายความว่า พล.อ. ประยุทธ์มีคะแนนเกินมา 22 เสียง จึงรอดจากการถูกล้มกลางสภาไปได้
อดีตนายกฯ คนที่ 23 ซึ่งใช้ชื่อว่า "โทนี่ วู้ดซัม" ใน CH ยังวิเคราะห์คำสั่งปลด 2 รัฐมนตรีด้วยว่าเป็นเพราะ "นายกฯ โกรธ เลยไปปลดธรรมนัส กับนฤมล กล่องดวงใจพี่ป้อม (พล.อ. ประวิตร) เขานะ พี่ป้อมเป็นหัวหน้าพรรค ไปทุบกล่องดวงใจเขา ๆ ก็โกรธนะ" และยังวิจารณ์ด้วยว่าการตัดสินใจเช่นนี้ ทำให้นายกฯ ตัดขาตัวเอง ตีนลอย ดังนั้นการเมืองต่อจากนี้ราคาแพงแน่ การเมืองเบี้ยหัวแตกแบบนี้ "กล้วยจะราคาแพงขึ้น"









