โควิด-19: อย. ส่งหนังสือห้ามโฆษณาทัวร์เที่ยวอเมริกาพ่วงฉีดวัคซีน เหตุผิด พ.ร.บ.ยา

นักท่องเที่ยวชาวไทยรับวัคซีนระหว่างการท่องเที่ยวในสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Unithai Travel

    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
    • Role, บีบีซีไทย

การปิดประเทศเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ปีที่แล้ว เพื่อจำกัดการเดินทางและควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หมายถึงการยุติกิจกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเปรียบเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย

ขณะที่กุญแจสำคัญที่จะช่วยเร่งการเปิดประเทศได้อีกครั้งคือ "การฉีดวัคซีน" กลับเป็นไปอย่างล่าช้า จนทำให้คนไทยที่มีรายได้สูงตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศเพื่อรับวัคซีน บริษัททัวร์จึงมองเห็นโอกาสที่จะลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ด้วยการเปิดบริการนำเที่ยวต่างแดนที่มี "วัคซีนที่เลือกได้" เป็นผลพลอยได้

ทว่า ราชการมองต่างเพราะเห็นว่า นี่คือการโปรโมตการท่องเที่ยวเพื่อไปฉีดวัคซีนต่างแดน ผิดข้อกฎหมาย เป็นการโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับการอนุมัติ ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510

ล่าสุด มีบริษัทนำเที่ยวไปต่างประเทศอย่างน้อยสองรายที่ได้รับหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรื่อง "ให้ระงับโฆษณายา COVID-19 VACCINE ทางสื่ออินเทอร์เน็ต" ซึ่งมีนายสุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้ลงนาม

สาระสำคัญส่วนหนึ่งระบุว่า "สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณาเห็นแล้วว่า ข้อความ เสียงและภาพที่ปรากฏทางสื่อโซเซียลต่าง ๆ ที่ระบุในเอกสาร เป็นการโฆษณายาโดยแสดงสรรพคุณยาควบคุมพิเศษ และโฆษณาขายยาทางฉายภาพและทางสิ่งพิมพ์ โดยไม่ได้รับอนุมัติข้อความ หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณาจากผู้อนุญาต ฝ่าฝืนมาตรา 88 (6) และมาตรา 88 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ตามลำดับ ทุกข้อหามีบทลงโทษตามมาตรา 124 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท"

ทั้งนี้สำหรับโทษจากการฝ่าฝืนคำสั่งให้ระงับการโฆษณายา มีโทษตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.บ. ยา คือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับและให้ปรับเป็นรายวัน วันละ 500 บาท จนกว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

นายชนก กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการบริษัท มาย เจอร์นีย์ แทรเวล จำกัด บอกกับบีบีซีไทยว่า ได้รับหนังสื่อดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเขาได้ส่งหนังสือชี้แจงไปยัง อย. แล้ว โดยขณะนี้ทีมกฎหมายอยู่ระหว่างการประสานงานเพิ่มเติม แต่เบื้องต้นได้ระงับการโฆษณาท่องเที่ยวดังกล่าวไปแล้ว

อีกรายคือ บริษัท ยูนิไทย แทรเวล จำกัด ซึ่งได้จดหมายดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. นางบูรณี วีระภุชงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแห่งนี้บอกว่าบริษัทให้ความร่วมมือโดยลบโลโก้ยี่ห้อของวัคซีนและไม่ใช้คำว่า "โควิด-19" จากข้อความโฆษณาประชาสัมพันธ์แล้ว

ท่าทีรัฐต่อการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อรับวัคซีน

นับตั้งแต่เดือน พ.ค. เป็นต้นมา หน่วยงานภาครัฐได้จับตาและออกคำเตือนเกี่ยวกับการที่บริษัทนำเที่ยวนำเสนอแพกเกจท่องเที่ยวต่างประเทศ พร้อมเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงเกี่ยวกับรับวัคซีนในต่างแดน โดยหวังว่าจะชะลอความต้องการของคนไทยบางกลุ่มที่มีแผนเดินทางไปยังต่างประเทศ ในขณะที่การกระจายวัคซีนระดับชาติยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น

วันที่ 4 พ.ค. กระทรวงการต่างประเทศออกคำเตือนแก่ผู้ที่สนใจจะซื้อทัวร์ฉีดวัคซีน พร้อมกับแนะนำว่า ติดต่อสอบถามกรมการกงสุล หรือสถานเอกอัครราชทูต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจ เนื่องจากข้อกำหนดการฉีดวัคซีนของแต่ละประเทศแตกต่างกัน รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมือง ที่อาจจะถูกปฏิเสธการเข้าเมือง เป็นต้น

ต่อมาวันที่ 5 พ.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดการประชุมกรณี "ทัวร์ฉีดวัคซีน" ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงฯ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) และผู้แทนจากบริษัทนำเที่ยวที่ออกโปรแกรมทัวร์ฉีดวัคซีนเข้ามาหารือ

เว็บไซต์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ที่มาของภาพ, เว็บไซต์กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

คำบรรยายภาพ, นายอนันต์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุมหารือกับเอกชนในวันที่ 5 พ.ค. ว่า การให้บริการนำเที่ยวไปต่างประเทศเพื่อไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศสามารถทำได้

ข้อสรุปที่ได้ในวันนั้นคือ "สามารถดำเนินการได้" แต่กำชับว่าห้ามใช้คำว่า "ทัวร์วัคซีน" ให้ใช้ "ทัวร์สุขภาพ" แทน ห้ามโฆษณาเกินจริง และต้องชี้แจงรายละเอียดโปรแกรมทัวร์ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมทั้งรายละเอียดการคุ้มครองของประกันภัยหากแพ้วัคซีนในต่างประเทศให้ลูกค้ารับทราบอย่างชัดเจน

จุดหมายหลักคือสหรัฐอเมริกา

การเดินทางท่องเที่ยวต่างแดนเพื่อรับวัคซีนยี่ห้อที่เลือกได้ กำลังกลายเป็นแนวโน้มใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมเนื่องจากการกระจายวัคซีนโควิด-19 ในหลายประเทศยังเป็นไปอย่างล่าช้า ในขณะที่บางประเทศที่มีขีดความสามารถในการฉีดวัคซีนให้กับประชากรและจำนวนวัคซีนอย่างเหลือเฟือทำให้ประเทศหรือเมืองเหล่านั้นใช้เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว (vaccine tourism)

ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ

นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว บอกกับบีบีซีไทยว่า ในช่วงแรก ๆ มีรายชื่อหลายประเทศ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เซอร์เบีย มัลดีฟส์ และสหรัฐอเมริกา ที่พยายามสื่อสารออกมาว่าพร้อมที่จะรองรับการท่องเที่ยวลักษณะดังกล่าว แต่เมื่อสอบถามข้อเท็จจริงแล้วพบว่า มีเพียงบางเมืองในสหรัฐอเมริกา เท่านั้นที่ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

"แต่โดยพื้นฐานแล้ว ทัวร์ในลักษณะนี้จะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เป็นการเดินทางของกลุ่มญาติพี่น้องเพื่อนฝูง และเป็นกลุ่มคนที่มีวีซ่าเข้าสหรัฐฯ อยู่แล้ว แต่ก็ถือเป็นโอกาสของบรรดาบริษัททัวร์ในการขายตั๋วเครื่องบินเพิ่มในยุคโควิด-19" นายสุทธิพงศ์อธิบาย

vacination in USA

ที่มาของภาพ, EPA

อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้สึกกังวลและเตือนผู้เดินทางไปกับทัวร์ดังกล่าวจะต้องศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนว่ามีขั้นตอนอย่างไร ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ต้องจ่ายเพิ่ม รวมไปถึงในกรณีที่เกิดผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนจะต้องได้รับการรักษาอย่างไรในต่างแดน เพราะประกันภัยในไทยจะคุ้มครองเฉพาะในประเทศเท่านั้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่อนข้างสูงเฉลี่ย 175,000-200,000 บาทต่อคน ปัจจุบันคาดว่ามีบริษัททัวร์ราว 10 รายที่นำเสนอบริการดังกล่าว

ขณะที่ผู้บริหารจากทั้งบริษัท มาย เจอร์นีย์ แทรเวล จำกัด และบริษัท ยูนิไทย แทรเวล จำกัดบอกตรงกันว่า กลุ่มผู้สนใจเดินทางมีจำนวนมาก แต่ที่ตัดสินใจเดินทางกับบริษัททัวร์มีไม่มากนักรวมทั้งหมดจนถึงตอนนี้ก็เพียงหลักสิบคนเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาเรื่องระยะเวลาในการเดินทางหากว่าจะต้องรับวัคซีนสองครั้ง รวมทั้งระยะเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลังการเดินทาง ที่จะต้องกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วันตามระเบียบของทางราชการไทย

วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์น ไฟเซอร์และโมเดอร์นา กลายเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวของบางเมืองในสหรัฐฯ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการรับวัคซีนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์น ไฟเซอร์และโมเดอร์นา กลายเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยวของบางเมืองในสหรัฐฯ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการรับวัคซีนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

นอกจากในไทยแล้ว ในต่างประเทศก็จัดการท่องเที่ยวเพื่อเปิดโอกาสให้นักเดินทางไปรับวัคซีนที่สหรัฐฯ ได้ เช่น ในประเทศญี่ปุ่นมีบริษัททัวร์อย่างน้อย 5 รายที่นำเสนอแพกเกจท่องเที่ยวไปมหานครนิวยอร์ก เพื่อรับวัคซีนจอห์สันแอนด์จอห์นสัน ที่ใช้ระยะพักสั้นกว่าเนื่องจากฉีดวัคซีนเพียงเข็มเดียว ไม่เหมือนกับอีกสองยี่ห้อคือ ไฟเซอร์และโมเดอร์นาที่จะต้องเผื่อระยะเวลาสำหรับการฉีดเข็มที่สอง แพกเกจดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 100,000 บาทต่อคน ขณะที่ในอินโดนีเซียก็มีบริษัททัวร์นำเสนอแพกเกจพานักท่องเที่ยวไปสหรัฐฯ เพื่อรับวัคซีนเช่นกัน

จำต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

ภายหลังการปิดเมืองและการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลายระลอกที่ผ่านมา กลายเป็นบาดแผลใหญ่ในกับธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวที่ตกอยู่ในสภาพคล้ายถูกแช่แข็งเป็นเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา

"หลังจากช่วงแห่งความวุ่นวายหลังการปิดเมือง เราก็ไม่มีอะไรขายมาแล้วปีกว่าแล้วค่ะ สำหรับทัวร์ต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นสินค้าหลักของเรา ก็เลยเปลี่ยนมาขายเจลแอลกอฮอล์ผ่านแฟล็ตฟอร์มออนไลน์ที่บริษัทได้ขยายมา เพราะเรามีผู้ติดตามค่อนข้างเยอะ" นางบูรณีกล่าว

ป้ายแสดงเที่ยวบิน

ที่มาของภาพ, EPA

สำหรับแฟล็ตฟอร์มของที่ดูแลโดยยูนิไทย แทรเวล ประกอบด้วย เฟซบุ๊กของ Unithai Trip มียอดผู้ติดตาม 6.3 แสนราย และเพจโปรไฟไหม้ มีผู้ติดตามอีก 4.5 แสนราย รวมทั้งผู้ติดตามในกลุ่ม LINE Official Account ของทั้งสองเพจอีกแล้วถือว่ารวมแล้วมากกว่า 1 ล้านราย

"ดังนั้นจึงทำให้การทำโฆษณาผ่านแฟล็ตฟอร์มดังกล่าวเพื่อจำหน่ายสินค้า ก็พอจะมีกำลังซื้อกลับมาบ้าง อย่างที่เคยทำมาคือเจลแอลกอฮอล์ หรือว่าช่วงที่แย่ ๆ คือ บริษัทต้องออกบริการรับจ่ายตลาดคลองเตยให้ลูกค้า ขายกุ้งแม่น้ำ ขายเงาะคว้าน เราต้องคว้านเงาะกันเองทั้งออฟฟิศ น้อง ๆ ในทีมคนไหนมีรถมอเตอร์ไซค์ก็ให้ช่วยส่งสินค้าให้กับบริษัท" เธอเล่าอธิบายถึงประสบการณ์ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดขณะธุรกิจหลักยังเป็นอัมพาต

เก้าอี้ชายหาดที่ว่างเปล่าบนชายหาด

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชายหาดแห่งหนึ่งในภูเก็ตที่ไร้นักท่องเที่ยวในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ภาพนี้ถ่ายเมื่อเดือน มี.ค. 2563

ผู้บริหารบริษัททัวร์รายนี้ยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมาก็จำเป็นต้องใช้นโยบายรัดเข็มขัดเช่นเดียวกันกับบริษัทอื่น ๆ เช่น ลดเงินเดือนพนักงาน รวมทั้งปลดพนักงานออกไปราว 70% จากก่อนระบาดของโรคโควิด-19 ส่วนที่เหลืออีก 20 คน ก็พยายามช่วยกันพยุงธุรกิจให้อยู่ต่อได้ นอกจากนี้เธอเองก็พยายามที่จะกระตุ้นให้พนักงานที่เหลือทุกคนลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนต้านโควิด-19 เพราะวัคซีนที่มีอยู่ "กันตายได้หมด"

"เอาจริง ๆ พี่อยากให้คนเมืองไทยฉีดได้เยอะ ๆ ไม่ว่าจะฉีดจากที่ไหน เพราะว่าพี่อยากให้ประเทศไทยเปิดมากกว่า ไม่ใช่อยากให้พาคนมาอเมริกานะ อยากให้คนสามารถเดินทางเข้าประเทศไทย และคนไทยสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ ขอใหักับเข้าสู่สภาพปกติ หรืออย่างน้อยประเทศไทยสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น"

"ขั้นตอนลงทะเบียนเยอะ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้และได้วัคซีนอะไร"

แม้ว่าวันแรกของการปูพรมฉีดวัคซีนของรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมาจะเป็นไปด้วยดี แต่ดูเหมือนการบริหารกระจายวัคซีนรวมทั้งการสื่อสารของภาครัฐจะเป็นปัญหา และมีรายงานในเวลาต่อมาเรื่องการแจ้งเลื่อนฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" ด้วย เนื่องจากการส่งมอบวัคซีนจากผู้ผลิตไม่เป็นไปตามกำหนด

บรรยากาศการรับวัคซีนตาจุดบริการในกรุงเทพฯ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, บรรยากาศการรับวัคซีนตาจุดบริการในกรุงเทพฯ

ปัจจัยนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นางอรุณี (นามสมมติ) วัย 39 ปี ผู้บริหารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตัดสินใจเดินทางไปสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 24 มิ.ย. - 5 ก.ค. นี้ เพื่อทำธุระให้ครอบครัวและรับวัคซีนที่สามารถเลือกได้เอง

"ที่บ้านเรามีขั้นตอนลงทะเบียนเยอะแยะไปหมด ไม่รู้จะได้เมื่อไหร่ และได้ (วัคซีนยี่ห้อ) อะไร" เธอกล่าว

นอกจากนี้ การที่มีผู้มีอิทธิพลในสื่อสังคมออนไลน์ และยูทิวเบอร์ชื่อดังหลายคน เช่น "นัท" นิสามณี เลิศวรพงษ์ เจ้าของยูทิวบ์ "Nisamanee.Nutt" "แนน" ลฎาภา ตั้งนิมิตรธนา เจ้าของเพจ "น้องนี", "มิ้วกี้" ไปรยา ผดุงสุข เจ้าของเพจและยูทิวบ์ "Milky Praiya" ดานิเอล เบล็สซิ่ง เข้าของเพจ "แดนเนรมิต by Danny" และ มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล เจ้าของเพจและยูทิวบ์ "I Roam Alone" ที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่สหรัฐฯ และถ่ายทำวิดีโอการรับวัคซีนในจุดบริการฉีดต่าง ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นางอรุณียอมรับว่า การชมวิดีโอจากคนดังเหล่านี้ ช่วยให้เธอเห็นภาพชัดขึ้นและตัดสินใจเรื่องนี้ได้ เพราะความสะดวกรวดเร็ว เธอจึงตัดสินใจรับวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เพราะฉีดเพียงเข็มเดียวเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ทางบริษัทบอกเธอว่าสามารถพักผ่อนที่ต่างประเทศต่อเพื่อรับวัคซีนของไฟเซอร์ ซึ่งต้องฉีด 2 เข็ม แต่เธอพิจารณาแล้วพบว่าต้องใช้เวลาถึง 21 วัน และยังไม่รวมกับที่ต้องกักตัวต่อในไทยหลังเดินทางกลับอีกด้วย 14 วัน

"หากจะรับ 2 เข็มและกลับมากักตัวอีก คิดว่านานไปค่ะ ไม่ไหว ห่วงน้องหมาที่บ้านด้วย"

เธอเสนอว่า การกักตัวสำหรับผู้ที่รับวัคซีนในต่างประเทศควรที่จะลดจำนวนวันลงเหมือนกับหลายประเทศ เช่น ที่ญี่ปุ่นสามารถกักตัวภายในสถานที่รัฐกำหนดเพียง 3 วันแล้วลงทะเบียนในแอปฯ ติดตามตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ แล้วมากักตัวต่อที่บ้านจะทำให้มีความคล่องตัวมากกว่า

การกักตัวระยะเวลา 14 วันในไทยตามสถานที่กักตัวที่ได้มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 30,000 - 100,000 บาท

ส่วนสถานที่กักตัวของรัฐ หรือ state quarantine ซึ่งไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายนั้น พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศปก.ศบค.) เคยให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า กำลังเสนอให้ ศบค. ยกเลิกสถานที่กักตัวของรัฐสำหรับผู้เดินทางทางอากาศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป ตามมติของ ศบค. ชุดเล็กเมื่อเดือน มี.ค.

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทางการเกาหลีใต้ก็ประกาศว่านักท่องเที่ยวต่างชาติหรือชาวเกาหลีที่เดินทางกลับจากต่างประเทศที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ครบไม่จำเป็นต้องกักตัว แต่จะต้องตรวจคัดกรองก่อนเข้าประเทศ ยกเว้นกลุ่มที่เดินทางจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 รุนแรงด้วยสายพันธุ์ที่ร้ายแรง