โควิด-19 : หมอพร้อม ประชาชนพร้อม แต่ถูกเลื่อนฉีดวัคซีนใน "สัปดาห์แห่งความโกลาหล"

คนรับวัคซีน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

หมอพร้อม ประชาชนพร้อม แต่วัคซีนพร้อมจริงหรือไม่ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางคำประกาศของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

การปูพรมฉีดวัคซีนให้แก่ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัว 7 โรค ซึ่งลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" รวมถึงประชาชนทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศนับจากดีเดย์ 7 มิ.ย.

พลันที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 เริ่มเกิดเหตุวัคซีนไม่มี-วัคซีนไม่พอในหลายพื้นที่ โดยกลุ่มแพทย์ชนบทใช้คำว่า "สัปดาห์แห่งความโกลาหลในการแก้ปัญหาหน้างาน"

บีบีซีไทยรวบรวมสถิติน่ารู้ และปรากฏการณ์น่าสนใจมาไว้ ณ ที่นี้

กว่าจะครบ 100 ล้านโดส

รัฐบาลตั้งเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 50 ล้านคน จากประชากรไทยและประชากรแฝงราว 70 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2564 ต้องใช้วัคซีน 100 ล้านโดส (ฉีด 2 เข็ม/คน)

ก่อนถึงวันดีเดย์ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยยอดการฉีดวัคซีนสะสม ระหว่าง 28 ก.พ.-6 มิ.ย. อยู่ที่ 4,218,094 โดส นั่นหมายความว่ามีวัคซีนต้องเร่งฉีดอีก 95,781,906 โดส เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายภายใต้เวลาปฏิบัติการ 208 วัน (7 มิ.ย.-31 ธ.ค.)

vaccine

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

บีบีซีไทยคำนวณแล้วพบว่า ต้องฉีดวัคซีนให้ได้เฉลี่ย 460,490 โดส/วัน ทว่าในสัปดาห์แรกหลังคิกออฟ มีเพียง 8 มิ.ย. วันเดียวที่สามารถฉีดทะลุเป้าหมาย

ขณะที่อัตราเฉลี่ยของการฉีดวัคซีนในรอบสัปดาห์หลังคิกออฟอยู่ที่ 281,723 โดส/วัน

  • 7 มิ.ย. ฉีดได้ 416,847 โดส
  • 8 มิ.ย. ฉีดได้ 472,128 โดส
  • 9 มิ.ย. ฉีดได้ 336,674 โดส
  • 10 มิ.ย. ฉีดได้ 223,315 โดส
  • 11 มิ.ย. ฉีดได้ 308,012 โดส
  • 12 มิ.ย. ฉีดได้ 108,204 โดส
  • 13 มิ.ย. ฉีดได้ 106,882 โดส

ในเดือน มิ.ย. นี้ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุตรงกันว่า มีผู้ลงทะเบียนขอรับวัคซีน 6 ล้านโดส เมื่อยอดการฉีดวัคซีนในสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,972,062 โดส ระยะเวลาที่เหลืออีก 17 วันก่อนสิ้นเดือน จึงต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ 4,027,938 โดส เพื่อปิดยอดสะสมนับจากเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกให้คนไทยที่ตัวเลข 10 ล้านโดส ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ตามความตั้งใจของผู้บริหารจัดการวัคซีนของไทย

วัคซีนพร้อม?

แม้มีคำยืนยันจากรัฐบาลว่า "มีวัคซีนฉีดให้ประชาชนตามนัด" และ "ไม่มีการเลื่อน ไม่เคยเลื่อน" แต่ก็ไม่ทำให้แผนกระจายวัคซีนดำเนินไปอย่างไร้จุดสะดุด ทั้ง ๆ ที่บุคลากรด้านสาธารณสุขมีความพร้อมและมีศักยภาพในการให้บริการประชาชน

รัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงไหว้นายกฯ ระหว่างตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, รัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงไหว้ขอบคุณนายกฯ ที่กล่าวอวยพรและให้กำลังใจ ในระหว่างตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ เมื่อ 7 มิ.ย.

"ปัญหาที่เกิดขึ้นคือหน่วยบริการเร่งฉีดเร็วเกินไป จนไม่สอดคล้องกับจำนวนที่ได้รับ" นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. สรุปสาเหตุที่ทำให้ รพ. บางแห่งแจ้งเลื่อนนัดหมายฉีดวัคซีนให้ประชาชนก่อนถึงวันคิกออฟ และยังสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเวลาต่อมา

แต่ถึงกระนั้น ปัญหาวัคซีนไม่พร้อมได้กลายเป็นเรื่องปิดไม่ลับ และส่งผลกระทบต่อประชาชนในฐานะผู้รับบริการ ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการปูพรมฉีดวัคซีน เมื่อ รพ. หลายสิบแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทยอยออกประกาศเลื่อนนัดการฉีดวัคซีนระหว่าง 14-20 มิ.ย. โดยให้เหตุผลตรงกันว่ายังไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีน

รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ แจ้งประชาชนว่าในสัปดาห์นี้มีแต่วัคซีนซิโนแวคให้บริการ เนื่องจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าไม่สามารถส่งวัคซีนได้ในวันที่ 14 มิ.ย.

ขณะที่ประกาศของ รพ.นมะรักษ์ กรุงเทพฯ ระบุตอนหนึ่งว่า หากมีข้อสงสัยโปรด "ติดต่อ รมว.สธ. เพื่อสอบถามสาเหตุความไม่พร้อมของวัคซีน สำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง" ก่อนเปลี่ยนข้อความใหม่เป็น "ติดต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง" ในเวลาต่อมา หลัง ผอ.รพ. ได้รับการติดต่อจากผู้บริหาร สธ.

ผู้สูงอายุใน จ.ปราจีนบุรี ตรวจสอบรายชื่อของตัวเอง โดยพวกเขาเป็นกลุ่มเป้าหมายที่รัฐเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ภายใน มิ.ย.-ก.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ผู้สูงอายุใน จ.ปราจีนบุรี ตรวจสอบรายชื่อของตัวเอง โดยพวกเขาเป็นกลุ่มเป้าหมายที่รัฐเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ภายใน มิ.ย.-ก.ค.

ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นตลอดวันที่ 13 มิ.ย. คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง "โยนกลอง" กันไปมาผ่านสื่อสังคมออนไลน์

  • สธ. ระบุว่า "จัดสรรวัคซีนตามที่ ศบค. กำหนดเพื่อส่งไปยังทุกจังหวัด รวมทั้ง กทม. ส่วนการจัดสรรวัคซีนไปยังหน่วยฉีดของแต่ละจังหวัด เป็นหน้าที่ของจังหวัดนั้น ๆ และ กทม. ดำเนินการเอง" แต่ต่อมาข้อความนี้ถูกลบไปจากเพจกระทรวงสาธารณสุข
  • กทม. แจกแจงรายละเอียดและการกระจายวัคซีนตามที่ได้รับการจัดสรรมา และย้ำว่า "กทม. ไม่ใช่ผู้ควบคุมและผู้ที่จัดสรรวัคซีน" และ "หาก 'วัคซีนพร้อม' ตามแผน กทม. พร้อมจะดำเนินการฉีดให้กับประชาชนทันที"

ในช่วงดึก กทม. ได้ประกาศผ่านเพจ เลื่อนการฉีดวัคซีนตามโครงการ "ไทยร่วมใจ" ตั้งแต่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป จากเคยยืนกรานว่ามีวัคซีนเพียงพอฉีดให้ผู้ลงทะเบียน

ผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรังลงทะเบียนขอรับวัคซีนผ่านแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรังลงทะเบียนขอรับวัคซีนผ่านแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม"

สิ่งที่ผู้บริหาร สธ. และ ศบค. ทำ คือการเปิดเผยแหล่งที่มาของวัคซีน 100 ล้านโดส หวังเรียกความเชื่อมั่นให้แก่คนไทยว่ามีวัคซีนเพียงพอ

บีบีซีไทยประมวลและสรุปข้อมูลจากคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องได้ ดังนี้

ระยะก่อนคิกออฟ (ก.พ.-พ.ค.) มีวัคซีนหลัก 2 ยี่ห้อ รวม 6,117,000 โดส แบ่งเป็น

1) วัคซีนซิโนแวค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) 6 ล้านโดส เดินทางถึงไทย 8 ล็อต ระหว่าง 24 ก.พ.-20 พ.ค.

2) วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า นำเข้าโดยบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด 117,000 โดส เดินทางจากเกาหลีใต้ถึงไทยเมื่อ 24 ก.พ.

ระยะหลังคิกออฟ (มิ.ย.-ธ.ค.) มีวัคซีนหลักและวัคซีนที่รัฐเป็นผู้จัดหาเพิ่มเติมรวม 4 ยี่ห้อ ยอดรวมอยู่ที่ประมาณ 96,240,000-101,240,000 โดส

1) วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 61.24 ล้านโดส

ล็อตนำเข้า 240,000 โดส เพื่อแก้ปัญหาความไม่แน่นอนในการส่งมอบวัคซีนล็อตที่ผลิตในโรงงานไทย โดย สธ. ได้กระจายวัคซีนล็อตนี้ไปทั่วประเทศ เฉลี่ย 3,600 โดส/จังหวัด เพื่อให้ทุกพื้นที่มีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในวันประกอบพิธีกรรมดีเดย์ 7 มิ.ย.

ล็อตที่ผลิตภายในประเทศโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ (SBS) 61 ล้านโดส ทยอยส่งมอบ 7 ล็อต (มิ.ย. 6 ล้านโดส, ก.ค. 10 ล้านโดส, ส.ค. 10 ล้านโดส, ก.ย. 10 ล้านโดส, ต.ค. 10 ล้านโดส, พ.ย. 10 ล้านโดส และ ธ.ค. 5 ล้านโดส)

ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด

ที่มาของภาพ, ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด

คำบรรยายภาพ, รถลำเลียงวัคซีน-19 ที่ผลิตจากโรงงานของสยามไบโอไซเอนซ์เตรียมเคลื่อนออกจากบริษัท

SBS ส่งมอบวัคซีนครั้งแรก 1.8 ล้านโดส เมื่อ 2 มิ.ย. แต่ในล็อตต่อมา นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. เปิดเผยว่า บริษัทผู้ผลิตขอเลื่อนส่งมอบวัคซีนออกไป 2 วัน จากวันที่ 14 มิ.ย. แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ ทั้งนี้ข้อมูลเบื้องต้นที่กรมควบคุมโรค สธ. เคยแจกแจงต่อสาธารณะคือ SBS ทำความตกลงไว้ว่าในสัปดาห์ที่ 3 จะส่งมอบวัคซีนอีก 8.4 แสนโดส และสัปดาห์ที่ 4 ส่งมอบอีก 2.58 ล้านโดส

2) วัคซีนซิโนแวค 10-15 ล้านโดส ทยอยส่งมอบ 2-3 ล้านโดส/เดือน อย่างไรก็ตามปลัด สธ. แย้มว่าทีมจัดหาวัคซีนจะเจรจาขอจัดซื้อเพิ่มจากเดือนละ 3 ล้านโดส เป็น 5 ล้านโดส

3) วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส อธิบดีกรมควบคุมโรคลงนามในสัญญาจองซื้อแล้ว คาดว่าจะมาถึงในไตรมาส 3-4

4) วัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 5 ล้านโดส อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทผู้ผลิต คาดว่าจะมาถึงในไตรมาส 3-4

vaccine

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, วัคซีนซิโนแวคที่นำมาขอขึ้นทะเบียนกับ อย. ได้สำเร็จเป็นรายการที่ 5 เมื่อ 28 พ.ค. เป็นแบบผลิตขึ้นโดยสถาบันชีววัตถุแห่งกรุงปักกิ่ง

นอกจากวัคซีนที่รัฐจัดหา ยังมีวัคซีนตัวเลือกอย่างซิโนฟาร์มซึ่งดำเนินการโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ล็อตแรก 1 ล้านโดส เตรียมเดินทางจากจีนถึงไทยในวันที่ 20 มิ.ย. นี้ ก่อนดีเดย์ฉีดพร้อมกัน 25 มิ.ย. โดยเปิดราคาขายที่ 888 บาท/เข็ม ภายใต้เงื่อนไขว่าองค์กรที่มาขอซื้อต้องนำไปฉีดให้ประชาชนฟรี

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยังเปิดเผยแผนระยะต่อไปด้วยว่า หากในช่วง 2-3 เดือนนี้ วัคซีนหลักมาได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็จะนำเข้าซิโนฟาร์มอีกประมาณ 5-6 ล้านโดส โดยทยอยถึงไทยทุก ๆ 10 วัน

บีบีซีไทยเข้าใจว่า วัคซีนตัวเลือกน่าจะเป็นตัวช่วยดันให้ยอดการฉีดวัคซีนกระเตื้องต่อในภาวะไม่แน่นอนของวัคซีนหลัก เนื่องจากภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายแห่งได้ควักงบตัวเองสั่งจองวัคซีนไปกับทางราชวิทยาลัยแล้ว แทนที่จะรอรับวัคซีนฟรีของภาครัฐที่ยังมาไม่ถึง

ข้อเสนอแบ่งวัคซีน 13 โดส/ขวด ที่ รพ. ในสงขลา

นอกจากคำพูดและข้อสั่งการของ "หมอสายบริหาร" ที่อยู่ในส่วนกลาง ข้อมูลข่าวสารที่ไหลเวียนอยู่ในหมู่ผู้ปฏิบัติ น่าจะบ่งบอกสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

เพจเฟซบุ๊ก "หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor" ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน ได้เปิดเผยภาพข้อความสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ของเจ้าหน้าที่ รพ. แห่งหนึ่งใน จ.สงขลา โดยขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ดูดวัคซีนใช้เข็มฉีดยาอินซูลิน (syringe insulin) ดูดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเพื่อแบ่งวัคซีนให้ได้ 13 โดส/ขวด โดยอ้างว่าได้ปรึกษานายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) แล้ว และยังบอกด้วยว่า "ปลายปีงบประมาณนี้ ท่านแพทย์ใหญ่จะนำผลงานที่แบ่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้ 13 โดส นำเสนอต่อ รมว.สธ."

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 8 มิ.ย. หรือ 1 วันหลังดีเดย์ปูพรมฉีดวัคซีน

แอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนหลักของไทย ทว่าได้เกิดปัญหาการกระจายให้จังหวัดต่าง ๆ ไม่เพียงพอ จน รพ. หลายแห่งต้องแจ้งเลื่อนการฉีดวัคซีนให้ประชาชน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อธิบดีกรมควบคุมโรคเคยชี้แจงไว้ว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 ขวด บรรจุวัคซีนปริมาณ 6.5 ซีซี ซึ่งในการฉีด 1 โดส ใช้ปริมาณ 0.5 ซีซี ตามเกณฑ์ทั่วไปจึงฉีดได้ 10 โดส แต่ถ้ารวมกับวัคซีนที่บรรจุเผื่ออีก 1.5 ซีซี จะสามารถฉีดได้ 11-12 โดส

ต่อมา นพ. นครินทร์ ฉินตระกูลประดับ ผอ.รพ. สทิงพระ และรักษาการ ผอ.รพ.สิงหนคร ออกมายอมรับว่าเกิดจากการที่เขาทดลองใช้เข็มฉีดยาดูดน้ำเปล่าจากขวดวัคซีน และ "ต้องขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด"

นพ. นครินทร์ ชี้แจงผ่านเอกสารที่เผยแพร่ผ่านเพจ "สาธารณสุขจังหวัดสงขลา" โดยมีใจความสำคัญว่า เขาเห็นเจ้าหน้าที่พยาบาลดูดวัคซีนโดยใช้เข็มฉีดยาขนาด 1 ซีซี แบบถอดปลายเข็มได้ เบอร์ 25 ทำให้ดูดวัคซีนออกมาได้ทั้งหมด 11 โดส ถ้าทดลองใช้เข็มฉีดยาอินซูลินแบบถอดปลายเข็มไม่ได้ เบอร์ 27 ปรากฏว่าสามารถแบ่งน้ำในขวดได้ทั้งหมด 13 โดส "จึงคิดว่าอยากจะให้เจ้าหน้าที่ใช้เข็มอินซูลินแบบนี้ดูดแบ่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อจะได้จำนวนโดสวัคซีนสูงสุด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน"

ผอ.รพ. สทิงพระยอมรับว่า เจ้าหน้าที่บางคนไม่เห็นด้วย เพราะเข็มฉีดยาอินซูลินมีปลายเข็มยาวแค่ครึ่งนิ้ว เวลาฉีดจะทำให้ไม่ถึงบริเวณชั้นกล้ามเนื้อของต้นแขน แต่ส่วนตัวคิดว่าทำได้ โดยให้กดปลายเข็มลงไปในชั้นกล้ามเนื้ออีกประมาณครึ่งนิ้ว อย่างไรก็ตามเมื่อนำเสนอความคิดนี้ต่อผู้บริหารระดับจังหวัด ไม่ได้รับความเห็นชอบ จึงไม่ได้ดำเนินการ

ขณะที่ สสจ.สงขลา ยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้แบ่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามากกว่า 10 โดส/ขวด และมีมติชัดเจนว่าห้ามฉีด 13 โดส/ขวด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้รับวัคซีน พร้อมยืนยันว่า ทางจังหวัดได้การจัดสรรวัคซีนมาเพียงพอ เกินกว่าจำนวนประชากรที่ลงทะเบียนในแอปฯ "หมอพร้อม" 5.2 หมื่นคน

การถ่ายเซลฟี่ตัวเองขณะรับวัคซีน มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, การถ่ายเซลฟี่ตัวเองขณะรับวัคซีน มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

วัคซีนขวดเดียวที่สังขละบุรี

อีกพื้นที่ที่ตกเป็นข่าวครึกโครมในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักการเมืองอย่างน้อย 2 คนคือ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ส.ส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ออกมาให้ข้อมูลต่อสาธารณะ หนีไม่พ้น อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้รับการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า เพียง 1 ขวด หรือ 10 โดสเท่านั้น ตอกย้ำความคลางแคลงใจของคนทั่วไปเรื่อง "วัคซีนไม่พอ"

อย่างไรก็ตามนายยศวัฒน์ระบุเพิ่มเติมว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ห่างไกล ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต จึงไม่สามารถลงทะเบียนออนไลน์เพื่อขอรับการฉีดวัคซีนได้

เช่นเดียวกับนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ที่ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะว่า เหตุผลที่วันแรก ๆ อ.สังขละบุรีได้วัคซีนเพียง 1 ขวด เพราะลงทะเบียนรับวัคซีน 10 คนเท่านั้น ดังนั้นระบบหมอพร้อม จึงนัดมาฉีดวัคซีน 10 คน

ทั้งหมดนี้เพื่อสยบข้อสงสัยไม่ให้ลุกลามบานปลายออกไป

จุดฉีดวัคซีน ม. 33 เดี๋ยวปิด เดี๋ยวเปิด

"ปรากฏการณ์ชัด ๆ ที่สะท้อนว่าวัคซีนไม่มี" ตามความเห็นของชมรมแพทย์ชนบท คือการประกาศปิดชั่วคราวเพื่อปรับปรุงศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จำนวน 45 จุดทั่วกรุงเทพฯ

สนามไทย-ญี่ปุ่น

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, สนามกีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดัดแปลงพื้นที่ของอาคารกีฬาเวสน์ 1 ให้เป็นจุดฉีดวัคซีนใหญ่ของผู้ประกันตนตาม ม. 33

สปส. เป็นผู้แจ้งข่าวนี้เองเมื่อ 11 มิ.ย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อปรับปรุงระบบ และบอกว่าจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง 28 มิ.ย.

แต่แล้ววันรุ่งขึ้น นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ก็ออกมาประกาศใหม่ว่าศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 จะกลับมาเปิดให้บริการ 14 มิ.ย. นี้ โดยให้ยกเลิกสนามฉีดวัคซีนบางแห่งที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ไม่มีเครื่องปรับอากาศ แล้วยุบรวมกับจุดที่มีความพร้อม รวมถึงให้ สปส. ประสานงานไปยังฝ่ายบุคคลของสถานประกอบการให้ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลของผู้ประกันตนที่ประสงค์จะฉีดวัคซีนเพื่อลดความสับสนและซ้ำซ้อนจากการลงทะเบียนขอรับวัคซีนไว้หลายช่องทาง

"ผมขอย้ำว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าสำหรับผู้ประกันตนไม่ขาด ผมกับท่านรองนายกฯ อนุทิน ทำงานกันอย่างใกล้ชิดและปรึกษาหารือกันมาโดยตลอด" นายสุชาติกล่าว

วัคซีนเพื่อวีไอพี

เมื่อวัคซีนต้านโควิด-19 มีจำนวนจำกัดในช่วงต้น ทำให้กระบวนการจัดสรรและกระจายวัคซีนบางพื้นที่มี "กลิ่นการเมือง" เข้ามาเจือแฝง

ในสภาผู้แทนราษฎร นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดประเด็นเรื่อง "วัคซีนวีไอพี" ระหว่างการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เมื่อ 9 มิ.ย. โดยเรียกร้องให้ใช้การแพทย์นำการเมือง

"ต้องไม่มีโควตาพรรคการเมืองที่เอาคนไปฉีดวัคซีนก่อนได้ จนมีข่าวกลุ่มวีไอพีไปฉีดโดยใช้โค้ด 'รุ่งเรือง' หรือการซื้อขายคิวฉีดวัคซีน" และ "อย่าเอาเรื่องวัคซีนไปทำฐานการเมือง มันต้องฉีดตามหลักระบาดวิทยา ใครควรได้ก่อน ได้ไป" ส.ส.ปชป. กล่าว

สภา

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

ขณะที่นอกสภา ชาวสมุทรปราการบางส่วนโวยการบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่ที่จุดฉีดวัคซีนเทศบาลตำบลบางปู อ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อ 9 มิ.ย. หลังเข้าคิวนานหลายชั่วโมง แต่ระหว่างนั้นกลับมีกลุ่มคนที่พวกเขาเชื่อว่าเป็น "แขกวีไอพี" แทรกคิวเข้ารับวัคซีนก่อน ทำให้บางส่วนส่งเสียงโห่ไล่ ตะโกนต่อว่า และบันทึกคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน แล้วนำไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์

ต่อมานายชรินทร์ จันทะพันธ์ ผู้อำนวยการส่งเสริมสุขภาพตำบล (ผอ.รพ.สต.) บางปูใหม่ ได้เอ่ยขอโทษประชาชน และชี้แจงว่ามีบางหน่วยงานที่มีความจำเป็นและขอเข้าฉีดก่อน เพราะต้องรีบกลับไปเข้าปฏิบัติหน้าที่ และสลับให้อีกกลุ่มเข้ามารับวัคซีนต่อ ถ้าหน่วยงานเหล่านี้ปิดบริการมาฉีดวัคซีนกันหมด ประชาชนก็จะเดือดร้อนระดับหนึ่ง พร้อมรับปากว่าจะไม่มีการแทรกคิวอีก อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ตอบคำถามของประชาชนว่า "วีไอพี" ที่มาแทรกคิวมาจากหน่วยงานใด

ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากวัคซีน

ภายใต้ปฏิบัติการฉีดวัคซีนตามวาระแห่งชาติ คนไทยยังต้องลุ้นกันรายวันว่าจะได้ฉีดวัคซีนตามนัดหรือไม่ เมื่อถึงวันนัดหมาย ก็ต้องลุ้นว่าจะได้รับวัคซีนยี่ห้อใด และหลังได้รับวัคซีนแล้ว ก็ต้องลุ้นผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ณ วันที่ 12 มิ.ย. ระบุว่า สปสช. ได้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้ประชาชนไปแล้ว 395 ราย วงเงินรวม 7,572,300 บาท ในจำนวนนี้เป็นการเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต 10 ราย ในปทุมธานี 2 ราย, ตาก 1 ราย, แพร่ 1 ราย, สงขลา 1 ราย ภูเก็ต 1 ราย, นนทบุรี 1 ราย, กาญจนบุรี 2 ราย และสมุทรสาคร 1 ราย

นพ. จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปช. ย้ำว่า นี่ไม่ใช่การพิสูจน์ถูกผิดเกิดจากการฉีดวัคซีนหรือไม่ แต่เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน และให้ประชาชนมั่นใจว่าเมื่อฉีดวัคซีนแล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์ จะได้รับการดูแล

วัคซีน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นับจากไทยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก จนถึงปัจจุบัน พบผู้เสียชีวิตหลังรับวัคซีนอย่างน้อย 28 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตรายใดที่คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสรุปความเห็นว่าเป็นผลจากการฉีดวัคซีน

นพ. เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า มีการสรุปผลแล้ว 12 รายว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นคือ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลิ่มเลือดอุดตันในปอด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เลือดออกในช่องท้อง

กรณีที่ตกเป็นข่าวในหน้าสื่อ และแพทย์ลงความเห็นว่าการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับวีคซีนคือ

  • หญิง กทม. วัย 46 ปี เสียชีวิตอย่างกะทันหันที่บ้านพัก หลังได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรก เมื่อ 8 มิ.ย. แพทย์สรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่า ผู้ป่วยมีเลือดออกที่ถุงหุ้มหัวใจจากหัวใจห้องบนขวาฉีกขาด จากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
  • ทนายความชาวกระบี่วัย 60 ปี ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรก เมื่อ 8 มิ.ย. ก่อนเสียชีวิตใน 2 วันต่อมา แพทย์สรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่า มาจากผนังหัวใจห้องล่างหนาตัว เป็นผลจากความดันโลหิตสูง
  • ปลัด อบจ.ร้อยเอ็ด วัย 52 ปี ฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 เมื่อ 4 มิ.ย. จากนั้นอีก 2 วัน เกิดอาการช็อกหมดสติ จนญาติต้องห้ามส่ง รพ. และเข้ารักษา นาน 6 วันก่อนเสียชีวิต เบื้องต้น ผอ.รพ.ร้อยเอ็ดให้ความเห็นว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซัน และผู้เสียชีวิตมีอากรโรคลิ้นหัวใจอยู่ตั้งแต่เดิมแล้ว

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์ หลังคิกออฟฉีดวัคซีนทั้งประเทศ