โควิด-19 : หมอพร้อม ประชาชนพร้อม แต่ถูกเลื่อนฉีดวัคซีนใน "สัปดาห์แห่งความโกลาหล"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
หมอพร้อม ประชาชนพร้อม แต่วัคซีนพร้อมจริงหรือไม่ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางคำประกาศของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่
การปูพรมฉีดวัคซีนให้แก่ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัว 7 โรค ซึ่งลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" รวมถึงประชาชนทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศนับจากดีเดย์ 7 มิ.ย.
พลันที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 เริ่มเกิดเหตุวัคซีนไม่มี-วัคซีนไม่พอในหลายพื้นที่ โดยกลุ่มแพทย์ชนบทใช้คำว่า "สัปดาห์แห่งความโกลาหลในการแก้ปัญหาหน้างาน"
บีบีซีไทยรวบรวมสถิติน่ารู้ และปรากฏการณ์น่าสนใจมาไว้ ณ ที่นี้
กว่าจะครบ 100 ล้านโดส
รัฐบาลตั้งเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 50 ล้านคน จากประชากรไทยและประชากรแฝงราว 70 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2564 ต้องใช้วัคซีน 100 ล้านโดส (ฉีด 2 เข็ม/คน)
ก่อนถึงวันดีเดย์ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยยอดการฉีดวัคซีนสะสม ระหว่าง 28 ก.พ.-6 มิ.ย. อยู่ที่ 4,218,094 โดส นั่นหมายความว่ามีวัคซีนต้องเร่งฉีดอีก 95,781,906 โดส เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายภายใต้เวลาปฏิบัติการ 208 วัน (7 มิ.ย.-31 ธ.ค.)

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
บีบีซีไทยคำนวณแล้วพบว่า ต้องฉีดวัคซีนให้ได้เฉลี่ย 460,490 โดส/วัน ทว่าในสัปดาห์แรกหลังคิกออฟ มีเพียง 8 มิ.ย. วันเดียวที่สามารถฉีดทะลุเป้าหมาย
ขณะที่อัตราเฉลี่ยของการฉีดวัคซีนในรอบสัปดาห์หลังคิกออฟอยู่ที่ 281,723 โดส/วัน
- 7 มิ.ย. ฉีดได้ 416,847 โดส
- 8 มิ.ย. ฉีดได้ 472,128 โดส
- 9 มิ.ย. ฉีดได้ 336,674 โดส
- 10 มิ.ย. ฉีดได้ 223,315 โดส
- 11 มิ.ย. ฉีดได้ 308,012 โดส
- 12 มิ.ย. ฉีดได้ 108,204 โดส
- 13 มิ.ย. ฉีดได้ 106,882 โดส
ในเดือน มิ.ย. นี้ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุตรงกันว่า มีผู้ลงทะเบียนขอรับวัคซีน 6 ล้านโดส เมื่อยอดการฉีดวัคซีนในสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,972,062 โดส ระยะเวลาที่เหลืออีก 17 วันก่อนสิ้นเดือน จึงต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ 4,027,938 โดส เพื่อปิดยอดสะสมนับจากเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกให้คนไทยที่ตัวเลข 10 ล้านโดส ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ตามความตั้งใจของผู้บริหารจัดการวัคซีนของไทย
วัคซีนพร้อม?
แม้มีคำยืนยันจากรัฐบาลว่า "มีวัคซีนฉีดให้ประชาชนตามนัด" และ "ไม่มีการเลื่อน ไม่เคยเลื่อน" แต่ก็ไม่ทำให้แผนกระจายวัคซีนดำเนินไปอย่างไร้จุดสะดุด ทั้ง ๆ ที่บุคลากรด้านสาธารณสุขมีความพร้อมและมีศักยภาพในการให้บริการประชาชน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"ปัญหาที่เกิดขึ้นคือหน่วยบริการเร่งฉีดเร็วเกินไป จนไม่สอดคล้องกับจำนวนที่ได้รับ" นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. สรุปสาเหตุที่ทำให้ รพ. บางแห่งแจ้งเลื่อนนัดหมายฉีดวัคซีนให้ประชาชนก่อนถึงวันคิกออฟ และยังสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเวลาต่อมา
แต่ถึงกระนั้น ปัญหาวัคซีนไม่พร้อมได้กลายเป็นเรื่องปิดไม่ลับ และส่งผลกระทบต่อประชาชนในฐานะผู้รับบริการ ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการปูพรมฉีดวัคซีน เมื่อ รพ. หลายสิบแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทยอยออกประกาศเลื่อนนัดการฉีดวัคซีนระหว่าง 14-20 มิ.ย. โดยให้เหตุผลตรงกันว่ายังไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีน
รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ แจ้งประชาชนว่าในสัปดาห์นี้มีแต่วัคซีนซิโนแวคให้บริการ เนื่องจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าไม่สามารถส่งวัคซีนได้ในวันที่ 14 มิ.ย.
ขณะที่ประกาศของ รพ.นมะรักษ์ กรุงเทพฯ ระบุตอนหนึ่งว่า หากมีข้อสงสัยโปรด "ติดต่อ รมว.สธ. เพื่อสอบถามสาเหตุความไม่พร้อมของวัคซีน สำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง" ก่อนเปลี่ยนข้อความใหม่เป็น "ติดต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง" ในเวลาต่อมา หลัง ผอ.รพ. ได้รับการติดต่อจากผู้บริหาร สธ.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นตลอดวันที่ 13 มิ.ย. คือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง "โยนกลอง" กันไปมาผ่านสื่อสังคมออนไลน์
- สธ. ระบุว่า "จัดสรรวัคซีนตามที่ ศบค. กำหนดเพื่อส่งไปยังทุกจังหวัด รวมทั้ง กทม. ส่วนการจัดสรรวัคซีนไปยังหน่วยฉีดของแต่ละจังหวัด เป็นหน้าที่ของจังหวัดนั้น ๆ และ กทม. ดำเนินการเอง" แต่ต่อมาข้อความนี้ถูกลบไปจากเพจกระทรวงสาธารณสุข
- กทม. แจกแจงรายละเอียดและการกระจายวัคซีนตามที่ได้รับการจัดสรรมา และย้ำว่า "กทม. ไม่ใช่ผู้ควบคุมและผู้ที่จัดสรรวัคซีน" และ "หาก 'วัคซีนพร้อม' ตามแผน กทม. พร้อมจะดำเนินการฉีดให้กับประชาชนทันที"
ในช่วงดึก กทม. ได้ประกาศผ่านเพจ เลื่อนการฉีดวัคซีนตามโครงการ "ไทยร่วมใจ" ตั้งแต่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป จากเคยยืนกรานว่ามีวัคซีนเพียงพอฉีดให้ผู้ลงทะเบียน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สิ่งที่ผู้บริหาร สธ. และ ศบค. ทำ คือการเปิดเผยแหล่งที่มาของวัคซีน 100 ล้านโดส หวังเรียกความเชื่อมั่นให้แก่คนไทยว่ามีวัคซีนเพียงพอ
บีบีซีไทยประมวลและสรุปข้อมูลจากคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องได้ ดังนี้
ระยะก่อนคิกออฟ (ก.พ.-พ.ค.) มีวัคซีนหลัก 2 ยี่ห้อ รวม 6,117,000 โดส แบ่งเป็น
1) วัคซีนซิโนแวค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) 6 ล้านโดส เดินทางถึงไทย 8 ล็อต ระหว่าง 24 ก.พ.-20 พ.ค.
2) วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า นำเข้าโดยบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด 117,000 โดส เดินทางจากเกาหลีใต้ถึงไทยเมื่อ 24 ก.พ.
ระยะหลังคิกออฟ (มิ.ย.-ธ.ค.) มีวัคซีนหลักและวัคซีนที่รัฐเป็นผู้จัดหาเพิ่มเติมรวม 4 ยี่ห้อ ยอดรวมอยู่ที่ประมาณ 96,240,000-101,240,000 โดส
1) วัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 61.24 ล้านโดส
ล็อตนำเข้า 240,000 โดส เพื่อแก้ปัญหาความไม่แน่นอนในการส่งมอบวัคซีนล็อตที่ผลิตในโรงงานไทย โดย สธ. ได้กระจายวัคซีนล็อตนี้ไปทั่วประเทศ เฉลี่ย 3,600 โดส/จังหวัด เพื่อให้ทุกพื้นที่มีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในวันประกอบพิธีกรรมดีเดย์ 7 มิ.ย.
ล็อตที่ผลิตภายในประเทศโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ (SBS) 61 ล้านโดส ทยอยส่งมอบ 7 ล็อต (มิ.ย. 6 ล้านโดส, ก.ค. 10 ล้านโดส, ส.ค. 10 ล้านโดส, ก.ย. 10 ล้านโดส, ต.ค. 10 ล้านโดส, พ.ย. 10 ล้านโดส และ ธ.ค. 5 ล้านโดส)

ที่มาของภาพ, ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด
SBS ส่งมอบวัคซีนครั้งแรก 1.8 ล้านโดส เมื่อ 2 มิ.ย. แต่ในล็อตต่อมา นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. เปิดเผยว่า บริษัทผู้ผลิตขอเลื่อนส่งมอบวัคซีนออกไป 2 วัน จากวันที่ 14 มิ.ย. แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ ทั้งนี้ข้อมูลเบื้องต้นที่กรมควบคุมโรค สธ. เคยแจกแจงต่อสาธารณะคือ SBS ทำความตกลงไว้ว่าในสัปดาห์ที่ 3 จะส่งมอบวัคซีนอีก 8.4 แสนโดส และสัปดาห์ที่ 4 ส่งมอบอีก 2.58 ล้านโดส
2) วัคซีนซิโนแวค 10-15 ล้านโดส ทยอยส่งมอบ 2-3 ล้านโดส/เดือน อย่างไรก็ตามปลัด สธ. แย้มว่าทีมจัดหาวัคซีนจะเจรจาขอจัดซื้อเพิ่มจากเดือนละ 3 ล้านโดส เป็น 5 ล้านโดส
3) วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส อธิบดีกรมควบคุมโรคลงนามในสัญญาจองซื้อแล้ว คาดว่าจะมาถึงในไตรมาส 3-4
4) วัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน 5 ล้านโดส อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทผู้ผลิต คาดว่าจะมาถึงในไตรมาส 3-4

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นอกจากวัคซีนที่รัฐจัดหา ยังมีวัคซีนตัวเลือกอย่างซิโนฟาร์มซึ่งดำเนินการโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ล็อตแรก 1 ล้านโดส เตรียมเดินทางจากจีนถึงไทยในวันที่ 20 มิ.ย. นี้ ก่อนดีเดย์ฉีดพร้อมกัน 25 มิ.ย. โดยเปิดราคาขายที่ 888 บาท/เข็ม ภายใต้เงื่อนไขว่าองค์กรที่มาขอซื้อต้องนำไปฉีดให้ประชาชนฟรี
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยังเปิดเผยแผนระยะต่อไปด้วยว่า หากในช่วง 2-3 เดือนนี้ วัคซีนหลักมาได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็จะนำเข้าซิโนฟาร์มอีกประมาณ 5-6 ล้านโดส โดยทยอยถึงไทยทุก ๆ 10 วัน
บีบีซีไทยเข้าใจว่า วัคซีนตัวเลือกน่าจะเป็นตัวช่วยดันให้ยอดการฉีดวัคซีนกระเตื้องต่อในภาวะไม่แน่นอนของวัคซีนหลัก เนื่องจากภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายแห่งได้ควักงบตัวเองสั่งจองวัคซีนไปกับทางราชวิทยาลัยแล้ว แทนที่จะรอรับวัคซีนฟรีของภาครัฐที่ยังมาไม่ถึง
ข้อเสนอแบ่งวัคซีน 13 โดส/ขวด ที่ รพ. ในสงขลา
นอกจากคำพูดและข้อสั่งการของ "หมอสายบริหาร" ที่อยู่ในส่วนกลาง ข้อมูลข่าวสารที่ไหลเวียนอยู่ในหมู่ผู้ปฏิบัติ น่าจะบ่งบอกสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
เพจเฟซบุ๊ก "หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor" ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน ได้เปิดเผยภาพข้อความสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ของเจ้าหน้าที่ รพ. แห่งหนึ่งใน จ.สงขลา โดยขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ดูดวัคซีนใช้เข็มฉีดยาอินซูลิน (syringe insulin) ดูดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเพื่อแบ่งวัคซีนให้ได้ 13 โดส/ขวด โดยอ้างว่าได้ปรึกษานายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) แล้ว และยังบอกด้วยว่า "ปลายปีงบประมาณนี้ ท่านแพทย์ใหญ่จะนำผลงานที่แบ่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้ 13 โดส นำเสนอต่อ รมว.สธ."
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 8 มิ.ย. หรือ 1 วันหลังดีเดย์ปูพรมฉีดวัคซีน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ต่อมา นพ. นครินทร์ ฉินตระกูลประดับ ผอ.รพ. สทิงพระ และรักษาการ ผอ.รพ.สิงหนคร ออกมายอมรับว่าเกิดจากการที่เขาทดลองใช้เข็มฉีดยาดูดน้ำเปล่าจากขวดวัคซีน และ "ต้องขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด"
นพ. นครินทร์ ชี้แจงผ่านเอกสารที่เผยแพร่ผ่านเพจ "สาธารณสุขจังหวัดสงขลา" โดยมีใจความสำคัญว่า เขาเห็นเจ้าหน้าที่พยาบาลดูดวัคซีนโดยใช้เข็มฉีดยาขนาด 1 ซีซี แบบถอดปลายเข็มได้ เบอร์ 25 ทำให้ดูดวัคซีนออกมาได้ทั้งหมด 11 โดส ถ้าทดลองใช้เข็มฉีดยาอินซูลินแบบถอดปลายเข็มไม่ได้ เบอร์ 27 ปรากฏว่าสามารถแบ่งน้ำในขวดได้ทั้งหมด 13 โดส "จึงคิดว่าอยากจะให้เจ้าหน้าที่ใช้เข็มอินซูลินแบบนี้ดูดแบ่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อจะได้จำนวนโดสวัคซีนสูงสุด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน"
ผอ.รพ. สทิงพระยอมรับว่า เจ้าหน้าที่บางคนไม่เห็นด้วย เพราะเข็มฉีดยาอินซูลินมีปลายเข็มยาวแค่ครึ่งนิ้ว เวลาฉีดจะทำให้ไม่ถึงบริเวณชั้นกล้ามเนื้อของต้นแขน แต่ส่วนตัวคิดว่าทำได้ โดยให้กดปลายเข็มลงไปในชั้นกล้ามเนื้ออีกประมาณครึ่งนิ้ว อย่างไรก็ตามเมื่อนำเสนอความคิดนี้ต่อผู้บริหารระดับจังหวัด ไม่ได้รับความเห็นชอบ จึงไม่ได้ดำเนินการ
ขณะที่ สสจ.สงขลา ยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้แบ่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามากกว่า 10 โดส/ขวด และมีมติชัดเจนว่าห้ามฉีด 13 โดส/ขวด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้รับวัคซีน พร้อมยืนยันว่า ทางจังหวัดได้การจัดสรรวัคซีนมาเพียงพอ เกินกว่าจำนวนประชากรที่ลงทะเบียนในแอปฯ "หมอพร้อม" 5.2 หมื่นคน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
วัคซีนขวดเดียวที่สังขละบุรี
อีกพื้นที่ที่ตกเป็นข่าวครึกโครมในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักการเมืองอย่างน้อย 2 คนคือ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ และนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ส.ส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ออกมาให้ข้อมูลต่อสาธารณะ หนีไม่พ้น อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้รับการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า เพียง 1 ขวด หรือ 10 โดสเท่านั้น ตอกย้ำความคลางแคลงใจของคนทั่วไปเรื่อง "วัคซีนไม่พอ"
อย่างไรก็ตามนายยศวัฒน์ระบุเพิ่มเติมว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ห่างไกล ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต จึงไม่สามารถลงทะเบียนออนไลน์เพื่อขอรับการฉีดวัคซีนได้
เช่นเดียวกับนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ที่ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะว่า เหตุผลที่วันแรก ๆ อ.สังขละบุรีได้วัคซีนเพียง 1 ขวด เพราะลงทะเบียนรับวัคซีน 10 คนเท่านั้น ดังนั้นระบบหมอพร้อม จึงนัดมาฉีดวัคซีน 10 คน
ทั้งหมดนี้เพื่อสยบข้อสงสัยไม่ให้ลุกลามบานปลายออกไป
จุดฉีดวัคซีน ม. 33 เดี๋ยวปิด เดี๋ยวเปิด
"ปรากฏการณ์ชัด ๆ ที่สะท้อนว่าวัคซีนไม่มี" ตามความเห็นของชมรมแพทย์ชนบท คือการประกาศปิดชั่วคราวเพื่อปรับปรุงศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จำนวน 45 จุดทั่วกรุงเทพฯ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สปส. เป็นผู้แจ้งข่าวนี้เองเมื่อ 11 มิ.ย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อปรับปรุงระบบ และบอกว่าจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง 28 มิ.ย.
แต่แล้ววันรุ่งขึ้น นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ก็ออกมาประกาศใหม่ว่าศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 จะกลับมาเปิดให้บริการ 14 มิ.ย. นี้ โดยให้ยกเลิกสนามฉีดวัคซีนบางแห่งที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ไม่มีเครื่องปรับอากาศ แล้วยุบรวมกับจุดที่มีความพร้อม รวมถึงให้ สปส. ประสานงานไปยังฝ่ายบุคคลของสถานประกอบการให้ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลของผู้ประกันตนที่ประสงค์จะฉีดวัคซีนเพื่อลดความสับสนและซ้ำซ้อนจากการลงทะเบียนขอรับวัคซีนไว้หลายช่องทาง
"ผมขอย้ำว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าสำหรับผู้ประกันตนไม่ขาด ผมกับท่านรองนายกฯ อนุทิน ทำงานกันอย่างใกล้ชิดและปรึกษาหารือกันมาโดยตลอด" นายสุชาติกล่าว
วัคซีนเพื่อวีไอพี
เมื่อวัคซีนต้านโควิด-19 มีจำนวนจำกัดในช่วงต้น ทำให้กระบวนการจัดสรรและกระจายวัคซีนบางพื้นที่มี "กลิ่นการเมือง" เข้ามาเจือแฝง
ในสภาผู้แทนราษฎร นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดประเด็นเรื่อง "วัคซีนวีไอพี" ระหว่างการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เมื่อ 9 มิ.ย. โดยเรียกร้องให้ใช้การแพทย์นำการเมือง
"ต้องไม่มีโควตาพรรคการเมืองที่เอาคนไปฉีดวัคซีนก่อนได้ จนมีข่าวกลุ่มวีไอพีไปฉีดโดยใช้โค้ด 'รุ่งเรือง' หรือการซื้อขายคิวฉีดวัคซีน" และ "อย่าเอาเรื่องวัคซีนไปทำฐานการเมือง มันต้องฉีดตามหลักระบาดวิทยา ใครควรได้ก่อน ได้ไป" ส.ส.ปชป. กล่าว

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ขณะที่นอกสภา ชาวสมุทรปราการบางส่วนโวยการบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่ที่จุดฉีดวัคซีนเทศบาลตำบลบางปู อ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อ 9 มิ.ย. หลังเข้าคิวนานหลายชั่วโมง แต่ระหว่างนั้นกลับมีกลุ่มคนที่พวกเขาเชื่อว่าเป็น "แขกวีไอพี" แทรกคิวเข้ารับวัคซีนก่อน ทำให้บางส่วนส่งเสียงโห่ไล่ ตะโกนต่อว่า และบันทึกคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน แล้วนำไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์
ต่อมานายชรินทร์ จันทะพันธ์ ผู้อำนวยการส่งเสริมสุขภาพตำบล (ผอ.รพ.สต.) บางปูใหม่ ได้เอ่ยขอโทษประชาชน และชี้แจงว่ามีบางหน่วยงานที่มีความจำเป็นและขอเข้าฉีดก่อน เพราะต้องรีบกลับไปเข้าปฏิบัติหน้าที่ และสลับให้อีกกลุ่มเข้ามารับวัคซีนต่อ ถ้าหน่วยงานเหล่านี้ปิดบริการมาฉีดวัคซีนกันหมด ประชาชนก็จะเดือดร้อนระดับหนึ่ง พร้อมรับปากว่าจะไม่มีการแทรกคิวอีก อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ตอบคำถามของประชาชนว่า "วีไอพี" ที่มาแทรกคิวมาจากหน่วยงานใด
ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากวัคซีน
ภายใต้ปฏิบัติการฉีดวัคซีนตามวาระแห่งชาติ คนไทยยังต้องลุ้นกันรายวันว่าจะได้ฉีดวัคซีนตามนัดหรือไม่ เมื่อถึงวันนัดหมาย ก็ต้องลุ้นว่าจะได้รับวัคซีนยี่ห้อใด และหลังได้รับวัคซีนแล้ว ก็ต้องลุ้นผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ณ วันที่ 12 มิ.ย. ระบุว่า สปสช. ได้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้ประชาชนไปแล้ว 395 ราย วงเงินรวม 7,572,300 บาท ในจำนวนนี้เป็นการเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต 10 ราย ในปทุมธานี 2 ราย, ตาก 1 ราย, แพร่ 1 ราย, สงขลา 1 ราย ภูเก็ต 1 ราย, นนทบุรี 1 ราย, กาญจนบุรี 2 ราย และสมุทรสาคร 1 ราย
นพ. จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปช. ย้ำว่า นี่ไม่ใช่การพิสูจน์ถูกผิดเกิดจากการฉีดวัคซีนหรือไม่ แต่เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน และให้ประชาชนมั่นใจว่าเมื่อฉีดวัคซีนแล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์ จะได้รับการดูแล

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นับจากไทยเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก จนถึงปัจจุบัน พบผู้เสียชีวิตหลังรับวัคซีนอย่างน้อย 28 ราย แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตรายใดที่คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสรุปความเห็นว่าเป็นผลจากการฉีดวัคซีน
นพ. เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า มีการสรุปผลแล้ว 12 รายว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นคือ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ลิ่มเลือดอุดตันในปอด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เลือดออกในช่องท้อง
กรณีที่ตกเป็นข่าวในหน้าสื่อ และแพทย์ลงความเห็นว่าการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับวีคซีนคือ
- หญิง กทม. วัย 46 ปี เสียชีวิตอย่างกะทันหันที่บ้านพัก หลังได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรก เมื่อ 8 มิ.ย. แพทย์สรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่า ผู้ป่วยมีเลือดออกที่ถุงหุ้มหัวใจจากหัวใจห้องบนขวาฉีกขาด จากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
- ทนายความชาวกระบี่วัย 60 ปี ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรก เมื่อ 8 มิ.ย. ก่อนเสียชีวิตใน 2 วันต่อมา แพทย์สรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่า มาจากผนังหัวใจห้องล่างหนาตัว เป็นผลจากความดันโลหิตสูง
- ปลัด อบจ.ร้อยเอ็ด วัย 52 ปี ฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 เมื่อ 4 มิ.ย. จากนั้นอีก 2 วัน เกิดอาการช็อกหมดสติ จนญาติต้องห้ามส่ง รพ. และเข้ารักษา นาน 6 วันก่อนเสียชีวิต เบื้องต้น ผอ.รพ.ร้อยเอ็ดให้ความเห็นว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซัน และผู้เสียชีวิตมีอากรโรคลิ้นหัวใจอยู่ตั้งแต่เดิมแล้ว
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์ หลังคิกออฟฉีดวัคซีนทั้งประเทศ











