โควิด-19: ศบค. เผยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย 2 รายแรก

ที่มาของภาพ, EPA
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เผยพบคนไทยที่เดินทางมาจากปากีสถานติดเชื้อโรคโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดีย 2 รายแรก
พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. เปิดเผยในการแถลงข่าววันนี้ (10 พ.ค.) ว่ากรมควบคุมโรคและกระทรวงการต่างประเทศได้หารือกัน หลังจากมีการรายงานว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียไม่ได้จำกัดอยู่ในเพียงอินเดีย แต่ว่ามีรายงานว่าพบในประเทศปากีสถาน บังคลาเทศและเนปาลด้วย
ที่ประชุมได้รับรายงานว่ามีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียรายแรกของไทย เป็นหญิงไทยอายุ 42 ปี ตั้งครรภ์ 25 สัปดาห์ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ประเทศปากีสถาน และเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 เม.ย. พร้อมกับลูกชาย 3 คน โดยแวะพักเครื่องที่ดูไบ เมื่อมาถึงประเทศไทย หญิงรายนี้และลูกชายวัย 4 ขวบได้แยกกักตัวที่ห้องหนึ่ง ส่วนลูกชายอีก 2 คน กักไว้อีกห้องหนึ่ง
วันที่ 26 เม.ย. ผลการตรวจหาเชื้อครั้งที่หนึ่งออกมาว่าแม่และลูกชายวัย 4 ขวบ มีผลเป็นบวก ขณะที่ลูกอีก 2 คน มีผลเป็นลบ
ทั้งนี้เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย หรือ B.1.617.1 ซึ่งมีการแพร่ระบาดมาตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว เริ่มแพร่ระบาดไปยังปากีสถาน บังกลาเทศ เนปาล อังกฤษ เยอรมนี อเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และบาห์เรน
โฆษก ศบค. กล่าวเพิ่มเติมว่าในเดือน พ.ค. เที่ยวบินที่เดินทางมาไทยจากอินเดียจะมีเพียง 4 เที่ยวบินเท่านั้น โดยเป็นเที่ยวบินพิเศษที่นำคนไทยกลับบ้าน ผู้เดินทางทุกรายมีการตรวจคัดกรองโควิด-19 และเข้ากักตัวพร้อมกับตรวจหาเชื้อกลายพันธุ์
ล่าสุด โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ธานี แสงรัตน์ ระบุว่า ที่ประชุม ศบค. มีมติขอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาระงับการออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Certificate of Entry- COE) สำหรับชาวต่างชาติที่มีต้นทางหรือมีถิ่นพำนักในปากีสถาน บังกลาเทศ และเนปาล หลังพบเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์จากอินเดียครั้งแรกในไทย หลังจากที่ได้ระงับการออกอนุญาตใบดังกล่าวให้ชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาจากอินเดียไปแล้วก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ชาวต่างชาติที่เดินทางออกจากทั้ง 4 ประเทศ และไปเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศอื่น หรือเดินทางผ่านไปยังประเทศเหล่านี้ ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไทยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี คนไทยและนักการทูตต่างชาติที่มีจุดประสงค์เพื่อปฏิบัติงานและครอบครัว ตลอดจนผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดโดยเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน
เร่งสกัดการลักลอบเข้าเมืองผิดกม.
ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงรายงานว่า ได้สกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจำนวน 104 รายในวันนี้ จากพรมแดนทางประเทศลาว เมียนมา กัมพูชา และมาเลเซีย
โดยนับตั้งแต่วันที่ 1-10 พ.ค. มีการจับกุมตัวผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายมากถึง 1,126 คน โดยเน้นการตรวจตราการเข้าออกทางช่องทางธรรมชาติมากขึ้น
"ขอให้ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชนท้องถิ่นเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายผู้คนในลักษณะดังกล่าว และเร่งระดมฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรด่านหน้า เป็นเจ้าหน้าที่ด่าน ตำรวจ ทหาร หรือข้าราชการที่ทำงานที่จะได้รับความเสี่ยงตามตะเข็บชายแดนดังกล่าว ก็จะได้รับการจัดสรรวัคซีนโดยเร็วด้วย" ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าว
ยอดผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ - ปริมณฑลยังพุ่ง หลังตรวจเชิงรุก
จากข้อมูลของศบค. จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมรายใหม่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำนักอนามัย กรุงเทพมหานครรายงานว่า พบการติดเชื้อในหลายคลัสเตอร์ในพื้นที่วันนี้ครบ 51 เขตแล้ว และมีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ ยอดผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ - ปริมณฑลยังพุ่ง หลังตรวจเชิงรุก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
9 พ.ค. ที่ผ่านมาโดยมียอดสะสมนับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. จำนวน 19,009 รายจากระบบเฝ้าระวังและจากโรงพยาบาล
ส่วนผลการตรวจเชิงรุกจำนวน 113,642 ราย พบผู้ติดเชื้อ 258 ราย คิดเป็นสัดส่วน 2.84%
โดยจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ (565 ราย) นนทบุรี (158 ราย)สมุทรปราการ (116 ราย) สมุทรสาคร (85 ราย) ปทุมธานี (65 ราย) ชลบุรี (63 ราย) ระนอง (45 ราย) สุราษฎร์ธานี (41 ราย) นครศรีธรรมราช (39 ราย) และจันทบุรี (36 ราย)

ที่มาของภาพ, กรมควบคุมโรค
ยังมีผู้ป่วยอาการหนักกว่า 1 พันราย
สถานการณ์ภาพรวมการระบาดในไทยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,630 ราย ทำให้ยอดสะสมโดยรวมเพิ่มเป็น 85,005 ราย ส่วนผู้ป่วยที่หายแล้วเพิ่มขึ้น 1,603 ราย ยอดรวมที่หายดีแล้วเป็นจำนวน 55,208 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตในวันนี้มีเพิ่มอีก 22 ราย รวมเป็นทั้งหมด 421 ราย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
รายละเอียดของผู้เสียชีวิตวันนี้ (10 พ.ค.) แบ่งเป็น
- กรุงเทพมหานคร (13 ราย) เชียงใหม่ (2 ราย) และจังหวัดอื่น ๆ แห่งละ 1 ราย ประกอบด้วย ปทุมธานี สุพรรณบุรี ระยอง สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ขอนแก่น และมหาสารคาม โดยหลายคนมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง และมีผู้ป่วยติดเตียง
- เป็นชาย 9 ราย และหญิง 13 ราย
- ค่ากลาง คือ อายุ 65 ปี อายุน้อยที่สุด 30 ปี อายุสูงสุด 92 ปี
หากพิจารณาจากยอดรวมผู้ติดเชื้อนับตั้งแต่ระลอกที่ 3 ในเดือนเม.ย. เป็นต้นมามีผู้เสียชีวิตสะสม 327 ราย ผู้ติดเชื้อสะสม 56,142 ราย (เดินทางมาจากต่างประเทศ 8 ราย) สำหรับผู้ที่ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลในขณะนี้มีทั้งหมด 29,376 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยในโรงพยาบาล 19,948 ราย และโรงพยาบาลสนามอีก 9,428 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,151 ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 389 ราย โดยหนาแน่นอยู่ที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
Nope
ศบค. ยังรายถึงจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนไปแล้วนับตั้งแต่เริ่มฉีดมาในวันที่ 28 ก.พ. ที่่ผ่านมา มีจำนวนการฉีดแล้ว 1,809,984 โดส แบ่งเป็น เข็มที่หนึ่งจำนวน 1,296,440 โดส และเข็มที่สองจำนวน 513,454 โดส










