โควิด-19: ผู้ติดเชื้อรายใหม่เกินพันวันที่ 4 เสียชีวิต 2 ราย มาตรการใหม่เริ่มหลังเที่ยงคืนนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตัวเลขผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ วันนี้ (17 ม.ย.) เพิ่มขึ้น 1,547 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ตอนนี้ประเทศไทยมียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 40,585 ราย
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กลับมาแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย โดยวันนี้พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นบุคลากรอัยการติดเชื้อถึง 11 ราย
ผู้ป่วยรายใหม่ที่พบนั้นยังคงมีส่วนหนึ่งที่เชื่อมโยงกับกรณีสถานบันเทิง งานสัมมนา ค่ายจิตอาสาก่อนหน้านี้และขยายไปสู่ผู้สัมผัสของคนกลุ่มผู้ติดเชื้อล่าสุด ซึ่งในวันนี้พบการติดเชื้อทุกจังหวัดในไทย ศบค. รายงานสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศไทยประจำวันที่ 17 เม.ย. ดังนี้
- ผู้ป่วยใหม่ 1,547 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1,544 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 3 ราย
- จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก คือ กรุงเทพฯ (279 ราย) เชียงใหม่ (140 ราย) ชลบุรี (99 ราย) ประจวบคีรีขันธ์ (58 ราย) และ สมุทรปราการ (27 ราย)
- ผู้ป่วยยืนยันสะสมนับตังแต่เดือน ม.ค. 2563 อยู่ที่ 40,585 ราย ผู้เสียเพิ่ม 2 ราย ทำให้มียอดสะสมที่ 99 ราย คิดเป็น 0.24% ของผู้ป่วย
- ตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 523,830 ราย และจำนวนผู้ที่ได้วัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม 81,429 ราย
รายละเอียดของผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี ทั้งคู่ โดยรายที่ 98 เป็นชายไทยอายุ 38 ปี อาชีพโปรแกรมเมอร์ มีโรคประจำตัวเป็นโรคอ้วน ผู้เสียชีวิตรายนี้ป่วยในขณะที่อยู่ที่ จ.ตาก โดยมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้จากคลัสเตอร์ทองหล่อ โดยเริ่มมีอาการไอ คันคอ ปวดเมื่อยตัวตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. และเข้าการตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ก่อนจะมีอาการทรุดหนักเมื่อวันที่ 11 เม.ย. จนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และมีอาการแย่ลงจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 ม.ย.
ผู้เสียชีวิตรายที่ 99 เป็นชายไทยอายุ 51 ปี มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ขณะป่วยอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า โดยเริ่มมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีเสมหะปนเลือดตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. ก่อนจะไปตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 12 เม.ย. ต่อมาวันที่ 14 เม.ย. มีภาวะหัวใจล้มเหลวและต้องใส่ช่วยต่อหายใจจนอาการทรุดหนัก และเสียชีวิตในวันที่ 15 เม.ย.

ที่มาของภาพ, EPA
นพ.ทวีศิลป์เน้นย้ำว่าจะไม่มีการประกาศเคอร์ฟิวและจะไม่มีการล็อกดาวน์ แต่จะใช้คำว่า "จำกัดพื้นที่เป้าหมาย" และ "ลดการเคลื่อนย้าย" แทน โดยมาตรการดังกล่าวจะเป็นไปตามที่ประกาศเอาไว้แล้วเมื่อวานนี้ (16 เม.ย.) และจะมีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืนนี้
โดยมาตรการที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนนี้เป็นต้นไปมีรายละเอียดดังนี้
- ให้บริโภคอาหารในร้านได้ไม่เกิน 21.00 น. สั่งกลับบ้านได้ไม่เกิน 23.00 น. และห้ามมีการดื่มสุราในพื้นที่ควบคุมสูงสุด แต่ในพื้นที่ควบคุมสามารถรับปะทานในร้านได้จนถึง 23.00 น.
- ห้ามเปิดบริการสถานบันเทิงผับ บาร์ คาราโอเกะทั้งในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม
- ห้างสรรพสินค้าเปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. โดยต้องจำดักจำนวนคนและงดกิจกรรม
- ร้านค้าสะดวกซื้อเปิดได้ตั้งแต่ 04.00 - 23.00 ในพื้นที่ควบคุมพิเศษ แต่พื้นที่ควบคุมเปิดได้ตามปรกติ
- ฟิตเนสและสถานที่ออกกำลังกายเปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. พื้นที่ควบคุมสูงสุด แต่ในพื้นที่ควบคุมเปิดได้ตามปรกติ
- ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนมากกว่า 50 คนในทั้งพื้นที่ควบคุมพิเศษและพื้นที่ควบคุม
- ห้ามใช้อาคาร สถานที่เพื่อจัดการเรียน การสอน หรือกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันเป็นจำนวนมากในทั้งพื้นที่ควบคุมพิเศษและพื้นที่ควบคุม แต่ถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องจัดการสอบ ให้ขออนุญาตได้เป็นราย ๆ ไป






