You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยรัฐบาลไทยยังคงใช้ กม. ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือในการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมือง
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยแพร่รายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี 2563/64 ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับประเทศไทยพบว่าการบังคับใช้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนด้านต่าง ๆ นับตั้งแต่สิทธิการเข้าถึงทรัพยากร สิทธิทางสุขภาพ สิทธิทางเพศ รวมไปจนถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง
แอมเนสตี้ฯ ระบุว่านับตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ในเดือนก.พ. 2563 มีเยาวชนออกมาชุมนุมทางการเมือง และมีความต่อเนื่องมาถึงกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองจากที่พักในกรุงพนมเปญของกัมพูชาในเดือน มิ.ย.
- โควิด-19: ครบ 1 ปีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมโรคระบาดหรือจำกัดการชุมนุมทางการเมือง
- รายงานแอมเนสตี้ฯ อ้างคำให้การทหารเกณฑ์ถูกครูฝึกทำร้าย บังคับให้ "กินเหมือนหมา" และ "ล่วงละเมิดทางเพศ"
- ศาลไม่ให้ประกันจำเลยคดีหมิ่นสถาบันฯ ปลุกกระแสตรวจสอบตุลาการ
- ศาลมีคำสั่งให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพิ่มความระมัดระวังไม่ให้กระทบสิทธินายอานนท์กับพวก
- ศาลไม่ให้ประกันตัว 3 แกนนำ "ราษฎร" คดี ม.112-116 ชุมนุม 19 กันยาฯ
"การบังคับใช้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบในหลายเรื่องไม่ใช่แค่การควบคุมโรคระบาดเพียงอย่างเดียว แต่ว่ายังรวมไปถึงสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร สิทธิทางสุขภาพ สิทธิแรงงาน และที่สำคัญที่สุดคือส่งผลต่อการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม ซึ่งเป็นเสรีภาพสำคัญที่จะนำไปสู่การบรรลุซึ่งการเรียกร้องสิทธิเรื่องอื่น ๆ "น.ส. ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวในระหว่างการเสวนาเรื่อง "มองสิทธิมนุษยชนในรอบหนึ่งปีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"
ด้านนางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ปี 2563 มีการชุมนุมการแสดงออกทางการเมือง 779 ครั้ง มีการบันทึกถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน 200 กว่าครั้ง ขณะที่ในช่วงต้นปีนี้ก็มีการบันทึกการละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วกว่า 200 ครั้ง
แม้ว่าปีที่แล้วโดยภาพรวมการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ แต่พบว่าเจ้าหน้าที่ใช้ปีนฉีดน้ำแรงดันสูงหรือแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม โดยมีการใช้เป็นครั้งแรกในการชุมนุมที่แยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563 และพบว่าในการชุมนุมแต่ละครั้งจะมีแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมบางส่วนถูกจับกุม ขณะที่การชุมนุมทางการเมืองมักถูกเจ้าหน้าที่เรียกว่าเป็น "การมั่วสุมอย่างผิดกฎหมาย"
ครั้งแรกที่เยาวชนต้องคดี ม.110 และ ม.112
นางปิยนุชกล่าวเพิ่มเติมว่า ปีที่แล้วยังพบว่าเป็นครั้งแรกที่เยาวชนถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท นอกจากนี้ยังมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 อีกด้วย บางรายถูกดำเนินดดีโดยมีโทษจำคุกรวมกันมากกว่า 200 ปี
"เสรีภาพในการแสดงออกยังเป็นหัวใจหลัก ที่ยังเชื่อมโยงกับโรคโควิด-19 โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และกฎหมายหลาย ๆ อันที่ใช้มาปิดปากพวกเขา"
การปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกยังเกิดขึ้นในโลกออนไลน์อีกด้วย เช่นกรณีที่เฟซบุ๊กจำกัดการเข้าถึงกลุ่มทีสมาชิกสนทนากันในเรื่องที่เกี่ยวกับราชวงศ์ โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการตามคำร้องขอของทางการไทย
ข้อเรียกร้องยกเลิกคำสั่ง กม. ที่มีผลต่อผู้เห็นต่างทางการเมือง
สำหรับการควบคุมตัวจำเลยและผู้ต้องหาในคดีการเมือง แอมเนสตี้ฯ เรียกร้องให้มีการดำเนินการสอบสวนอย่างมีประสิทธิภาพและอิสระ ผู้ที่ถูกควบคุมตัวจะต้องมีสิทธิ์เข้าถึงทนายความ พบญาติพี่น้องและได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม และอนุญาตให้หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนได้เข้าไปตรวจสอบ
ส่วนเรื่องของการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายและบังคับให้สูญหาย แอมเนสตี้ฯ ยังยืนยันข้อเรียกร้องเดิมที่ต้องการให้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหายมีเนื้อหาที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและมีผลบังคับใช้โดยเร็ว และต้องการให้สืบค้นหาข้อมูลของทุกกรณีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกรณีของทนายสมชาย นีละไพจิตร หรือกรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยมีประสิทธิภาพและอิสระเป็นธรรม
แอมเนสตี้ฯ ย้ำว่ารัฐบาลไทยมีพันธกรณีกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนกับนานาชาติหลายข้อ ดังนั้นจึงควรยกเลิกคำสั่งต่าง ๆ หรือกฎหมายต่าง ๆ ที่ละเมิดสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่แสดงออกฝั่งตรงข้ามทางการเมือง
"นอกจากนี้ยังรวมไปถึง การจับกุมคุมขังโดยพลการ การใช้ศาลทหารกับพลเรือนก็ไม่ควรจะมีอีกต่อไป และอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้เกิดบรรยากาศที่ปลอดภัยในการที่ประชาชนได้ใช้สิทธิ รวมถึงกลุ่มเยาวชน ซึ่งในรายงานได้กล่าวถึงการที่เด็กถูกละเมิดทั้งในพื้นที่โรงเรียน จากการถูกลงโทษอย่างรุนแรงหรือให้บุคคลภายนอกมาจับกุม หลังจากที่พวกเขาแสดงออกทางการเมือง" เธอระบุ
ก่อนหน้านี้ นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา "คุม (โควิด-19) ได้จริง ๆ" พร้อมกับยืนยันว่าเจตนารมณ์ของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเป็นไป "เพื่อการควบคุมโรคและป้องกันโรคเท่านั้น"
โฆษก ศบค. ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข้อกล่าวหาว่าการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีเจตนาแฝงเพื่อควบคุมการชุมนุมทางการเมือง โดยบอกเพียงว่าเจ้าหน้าที่ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าใช้กฎหมายนี้เพื่อการควบคุมโรคระบาดอย่างแท้จริง เห็นได้จากการได้รับความร่วมมือจากประชาชนจำนวนมากที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ออกภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
"เจตนาของการบังคับใช้กฎหมายนี้ ก็เพื่อให้คนติดโรคให้น้อยที่สุด ซึ่งเราก็เห็นภาพอย่างนั้นเกิดขึ้น" นพ.ทวีศิลป์กล่าวกับบีบีซีไทย
กรณีชนกลุ่มน้อยในเมียนมา: ควรยึดหลักการไม่ส่งกลับไปพื้นที่เสี่ยง
ในส่วนประเด็นผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในเมียนมา แอมเนสตี้ฯ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยึดหลักการไม่ส่งกลับไปยังพื้นที่เสี่ยง เพราะในขณะนี้สถานการณ์ตามขอบตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมาก็ค่อนข้างน่ากังวล
"อยากให้เคารพพันธกรณีที่ไทยได้ทำไว้กับต่างประเทศ เช่น การอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยเข้าถึงกระบวนการ และสามารถติดต่อกับ UNHCR (สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ) ได้ นอกจากที่รัฐบาลไทยมีระบบคัดกรองผู้ลี้ภัย รวมถึงการให้สัตยาบันอนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองผู้ลี้ภัยอีกด้วย" เธอกล่าว
แอมเนสตี้ฯ ยังได้ย้ำข้อเสนอเดิม ๆ เช่น การขอให้มีการพักใช้โทษประหารชีวิตในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นทางการทันที และกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่ควรถูกนำมาใช้เพื่อจัดการเรื่องทางการเมืองจะต้องให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น การยกเลิกข้อบัญญัติที่ให้บุคคลใด ๆ สามารถฟ้องร้องบุคคลอื่นในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ และเรื่องของอัตราโทษที่ยังไม่สมสัดส่วนต่อความผิด
"ข้อเรียกร้องสุดท้าย คือให้ถอนข้อกล่าวหาใด ๆ ของผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพียงเพราะใช้เสรีภาพในการแสดงออก รวมทั้งปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังด้วยข้อหาดังกล่าวโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข" นางปิยนุชกล่าวย้ำ
จากข้อมูลของศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. 2563 - 26 มี.ค. 2564 มีผู้ที่ถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 373 ราย ใน 126 คดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินจากการชุมนุมทางการเมือง ในจำนวนคดีดังกล่าว มีอย่างน้อย 35 คดีเป็นซ้อนทับระหว่างข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ