ชุมนุม 13 ก.พ.: ทำร้ายพยาบาลอาสา-ยิงการ์ดอาชีวะ รวมเหตุรุนแรงหลังแกนนำ "ราษฎร" ยุติการชุมนุม

ชายสวมเสื้อติดตราสัญลักษณ์ของกลุ่มอาสาสมัครแพทย์พยาบาลนั่งบนพื้นหลังถูกตำรวจควบคุมตัว

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชายสวมเสื้อติดตราสัญลักษณ์ของกลุ่มอาสาสมัครแพทย์พยาบาลนั่งบนพื้นหลังถูกตำรวจควบคุมตัวคืนวันที่ 13 ก.พ.

#ม็อบ13กุมภา #ตำรวจกระทืบหมอ และ #ตำรวจทำร้ายประชาชน กลายเป็นแฮชแท็กติดอันดับเทรนดิ้งในประเทศไทยต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันเสาร์จนถึงเช้าวันวาเลนไทน์ (14 ก.พ.) จากเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายหลังกลุ่ม "ราษฎร" ประกาศยุติการชุมนุม "นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจให้ประชาชน" บริเวณหน้าศาลฎีกา

กลุ่ม "ราษฎร" ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง เมื่อเวลา 15.00 น. เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร 4 คนที่เป็นจำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้แก่ นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายปฏิวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข รวมทั้งเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112

เวลาประมาณ 18.00 น. ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปที่ศาลหลักเมือง ใกล้สนามหลวง เมื่อขบวนมาถึงบริเวณศาลฎีกา ถ.ราชดำเนินใน ก็พบว่าตำรวจได้ตั้งเครื่องกีดขวางไว้ แกนนำจึงขอเจรจากับตำรวจเพื่อขอส่งตัวแทนเข้าไปสักการะศาลหลักเมือง แต่ระหว่างนั้นเองผู้ชุมนุมบางส่วนได้เข้าไปเตะเครื่องกีดขวางและขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ตั้งแนวถือโล่และกระบองป้องกันตัว โดยมีรถฉีดน้ำแรงดันสูงจอดอยู่ด้วย

protest

ที่มาของภาพ, paris jitpentom/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมคลุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วยผ้าสีแดงผืนยักษ์ก่อนเคลื่อนขบวนไปศาลหลักเมืองเมื่อวันที่ 13 ก.พ.

ผลการเจรจาระหว่างแกนนำกับตำรวจ ตัวแทนผู้ชุมนุม 4 คนนำโดยนายอรรถพล บัวพัฒน์ ได้รับอนุญาตให้เข้าไปไหว้ศาลหลักเมือง หลังจากนั้นแกนนำได้ออกมาชี้แจงกับผู้ชุมนุมว่าได้ทำกิจกรรมที่หน้าศาลหลักเมืองแล้ว ก่อนจะปราศรัยต่ออีกเป็นเวลาสั้น ๆ

ระหว่างการปราศรัยได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นอีกครั้ง มีการขว้างปาสิ่งของและสาดสีแดงใส่แนวตำรวจ แกนนำพยายามห้ามปรามผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งประกาศยุติการชุนนุมในเวลาประมาณ 20.20 น. พร้อมทั้งประกาศเส้นตายให้ปล่อยตัวสมาชิกกลุ่มราษฎรทั้ง 4 คนภายใน 7 วัน หากไม่ทำตามข้อเรียกร้องจะกลับมาชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 20 ก.พ.

แม้แกนนำจะประกาศยุติการชุมนุมแล้ว แต่มีผู้ชุมนุมบางส่วนที่ไม่ยอมกลับ และแสดงความไม่พอใจที่แกนนำยุติการชุมนุม ผู้ชุมนุมกลุ่มนี้ยังคงยืนเผชิญหน้ากับแนวตำรวจบริเวณหน้าศาลฎีกา มีการตะโกนและขว้างปาสิ่งของ เช่น ก้อนอิฐ ขวดน้ำ รวมทั้งประทัดยักษ์ใส่ตำรวจเป็นระยะ ๆ ขณะที่ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับบ้านและเรียกร้องให้สื่อมวลชนเป็นพยานว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่ความรุนแรงมาจากฝั่งผู้ชุมนุม

เวลา 21.00 น. ตำรวจประกาศขีดเส้นตายให้ผู้ชุมนุมทั้งหมดออกจากพื้นที่ภายใน 30 นาที หากไม่ปฏิบัติตามและยังคงก่อความวุ่นวายหลังเวลา 21.30 น. ตำรวจจำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นต่อไป รวมถึงการเข้าจับกุม

เมื่อครบกำหนด 30 นาที ตำรวจประกาศให้สื่อมวลชนเข้ามาอยู่หลังแนวตำรวจ ก่อนจะเสริมกำลังพลและเคลื่อนแถวเข้ากระชับพื้นที่จากบริเวณหน้าศาลฎีกามุ่งหน้าไปทางโรงแรมรัตนโกสินทร์

ตำรวจจับผู้ชุมนุม

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ตำรวจจับกุมผู้ชุมนุม

เวลาประมาณ 22.00 น. พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว โดยผลักดันผู้ชุมนุม "กลุ่มฮาร์ดคอร์" ที่ก่อความวุ่นวายออกจากพื้นที่ รวมทั้งจับกุมผู้ที่กระทำความผิดซึ่งหน้า เช่น ขว้างปาสิ่งของและต่อสู้ขัดขืนเจ้หน้าที่ไปทั้งหมด 7-8 ราย ผลจากปฏิบัติการควบคุมฝูงชนในการชุมนุมวันนี้ทำให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บกว่า 20 นาย

"พวกที่เป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์ กลุ่มการ์ดต่าง ๆ มีการยั่วยุตำรวจโดยการขว้างปา ก้อนหิน ขวดน้ำ และประทัด ตำรวจไมได้ใช้ยุทธวิธีหรือกำลังสลายการชุมนุม เรามีเพียงโล่ กระบองและกำลังคนที่ผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมให้ล่าถอยออกไปให้พ้นแนวจนไปถึงบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์" รองโฆษก ตร. กล่าว

ช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ พ.ต.อ.กฤษณะให้สัมภาษณ์สรุปเหตุการณ์อยู่นั้น เริ่มมีการเผยแพร่คลิปปฏิบัติการจับกุม ผลักดันผู้ชุมนุมและเหตุวุ่นวายในที่เกิดขึ้นในพื้นที่โดยรอบ นำมาสู่การตั้งคำถามต่อปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และการเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุม ซึ่งประกอบด้วย 3 เหตุการณ์หลัก ๆ ดังนี้

1.ตำรวจจับกุมและทำร้ายร่างกายอาสาสมัครทีมแพทย์

มีผู้เผยแพร่คลิปที่คาดว่าถ่ายจากรถของอาสาสมัครกู้ภัยที่กำลังวิ่งออกจากพื้นที่ คลิปดังกล่าวบันทึกเหตุการณ์ที่ชายผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์คนหนึ่ง สวมเสื้อกั๊กสีเขียวสะท้อนแสง คล้ายเป็นอาสาสมัครกู้ภัย พยายามเข็นรถรถมอเตอร์ไซค์อยู่บน ถ.ราชดำเนินใน เพื่อออกจากพื้นที่โดยมีตำรวจควบคุมฝูงชนเคลื่อนที่ไล่มาด้านหลัง ผู้บันทึกคลิปร้องตะโกนขอให้เจ้าหน้าที่หยุดยิงและบอกว่าบุคคลดังกล่าวเป็นทีมแพทย์ แต่ไม่เป็นผล

ต่อมากลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "D.N.A. บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร" (Doctor and Nurse Associate) ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์หลังจากนั้นว่าชายคนดังกล่าวซึ่งเป็นอาสาสมัครของกลุ่มไม่สามารถนำรถมอเตอร์ไซค์ออกจากพื้นที่ได้ ตำรวจจึงได้เข้ามาล้อมรถไว้ ขณะนั้นเองมีอาสาสมัครของทีมบุคลากรทางการแพทย์ฯ อีกคนหนึ่งเป็นชายวัย 19 ปี เห็นเหตุการณ์จึงพยายามเข้ามาช่วยเหลือเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ แต่กลับถูกตำรวจเข้าจับกุมและรุมทำร้าย ก่อนจะถูกนำตัวไปที่กองกำกับการตำรวจชายแดนภาค 1 จ.ปทุมธานี และถูกคุมตัวอยู่ที่นั่นตลอดคืน

ชายสวมเสื้อกั๊กของอาสาสมัครทีมแพทย์นอนอยู่ท่ามกลางตำรวจหลังถูกคุมตัว

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชายสวมเสื้อกั๊กของอาสาสมัครทีมแพทย์นอนอยู่ท่ามกลางตำรวจหลังถูกคุมตัว

ล่าสุดกลุ่ม D.N.A. เปิดเผยว่าอาสาสมัครวัย 19 ปีมีบาดแผลหลายจุด และได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านแล้วช่วงเช้าวันนี้ (14 ก.พ.) และขณะนี้ทางกลุ่มได้ปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการแจ้งความเจ้าหน้าที่แล้ว

2. ยิง-ทำร้ายนักศึกษาอาชีวะ

เวลาประมาณ 22.00 น. มีผู้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์นักศึกษาอาชีวะกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น บริเวณสะพานผ่านฟ้า โดย น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ "ตี้ พะเยา" ผู้ปราศรัยกลุ่มราษฎรและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า นักศึกษาอาชีวะมารวมตัวกันที่นี่หลังจากที่การ์ดของผู้ชุมนุมคนหนึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีพยานเห็นว่าผู้ก่อเหตุหลบเข้ามาอยู่ในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ นักศึกษาอาชีวะจึงต้องการให้ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุ ขณะที่ตำรวจได้ยืนคุ้มกันบริเวณหน้าร้านไว้

นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ สน. นางเลิ้ง โดยผู้เผยแพร่คลิประบุว่ากลุ่มเพื่อนของการ์ดอาชีวะที่ถูกยิงโกรธแค้นที่เพื่อนถูกทำร้าย จึงบุกไปที่ สน.นางเลิ้ง เพราะคาดว่ามีการนำตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน ทำให้ตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อระงับเหตุ

ต่อมา นพ. ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมาติดตามอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล และเปิดเผยว่าผู้ถูกยิงเป็นสมาชิกกลุ่มการ์ดอาชีวะสมุทรปราการ ถูกยิงที่ช่องท้อง แพทย์ได้ทำการผ่าตัดและอาการปลอดภัยแล้ว

นอกจากการ์ดที่ถูกยิงแล้ว น.ส.วรรณวลียังรายงานว่ามีการ์ดอีกคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหลังจากถูกปาขวดแก้วเข้าใส่

ขวดน้ำที่ถูกปาใส่แนวตำรวจเกลื่อนกราดอยู่บริเวณถนนหน้าศาลฎีกา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ขวดน้ำและก้อนหินที่ถูกปาใส่แนวตำรวจเกลื่อนกราดอยู่บริเวณถนนหน้าศาลฎีกา

3. หิ้ว-ลาก-ตี

มีการเผยแพร่คลิปตำรวจจับกุมบุคคลในที่ชุมนุม เหตุการณ์แรกเป็นการจับกุมหญิงและชาย 2 คนในที่ชุมนุม โดยตำรวจระบุว่าทั้งสองคนมีอาการมึนเมา โดยผู้หญิงถูกตำรวจซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พ.ต.อ.กฤษณะกึ่งหิ้วกึ่งลากจากบริเวณหน้าศาลฎีกามาขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา ก่อนที่ผู้ชายจะถูกควบคุมตัวตามมา

อีกคลิปหนึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ตำรวจควบคุมฝูงชนหลายนายวิ่งไล่จับกุมชายคนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะล้มลงบนพื้นท่ามกลางวงล้อมของเจ้าหน้าที่ที่บางคนได้ใช้กระบองทุบตีเขา

ผู้สนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มราษฎรได้แชร์คลิปเหตุการณ์เหล่านี้อย่างกว้างขวางพร้อมกับตั้งคำถามว่าตำรวจจับกุมบุคคลโดยใช้กำลังเกินกว่าเหตุหรือไม่

คำชี้แจงของ ผบช.น

เวลา 11.00 น. วันนี้ (14 ก.พ.) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงข่าวสรุปเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎรเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่ามีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 1,000 คน ระหว่างการชุมนุม ผู้ชุมนุมได้ขว้างปาสิ่งของ ก้อนหิน ขวดน้ำ ระเบิดดินแรงดันต่ำ ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บรวม 20 นาย

ภายหลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุม ผู้ชุมนุมบางส่วนยังไม่เดินทางกลับและก่อความวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ประกาศให้เวลา 30 นาทีแยกย้ายกลับบ้าน เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้กำลังผลักดันออก โดย ผบช.น. ยืนยันว่าไม่มีการฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตาหรือกระสุนยางในปฏิบัติการครั้งนี้

ความวุ่นวายเกิดขึ้น หลังจากแกนนำราษฎรประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 20.22 น. แต่แนวร่วมบางส่วนยังไม่ยอมกลับบ้าน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังจากแกนนำราษฎรประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 20.22 น. แต่แนวร่วมบางส่วนยังไม่ยอมกลับบ้าน

พล.ต.ท. ภัคพงศ์ระบุว่าจากปฏิบัติการเมื่อคืนนี้ ตำรวจได้ควบคุมตัวบุคคลไว้ทั้งหมด 11 ราย การสอบสวนพบว่า 3 รายไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวาย แต่เมาสุรา จึงทำการเปรียบเทียบปรับและปล่อยตัว ส่วนอีก 8 ราย เป็นบุคคลที่ก่อความวุ่นวาย ทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปที่ บก.ตชด. ภาค 1 ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ข้อหาร่วมชุมนุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่ ร่วมกันทำร้ายเจ้าหน้าที่

  • เหตุทำร้ายอาสาสมัครทีมแพทย์

ผบช.น. แถลงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบุคคลที่ถูกควบคุมตัวไม่ได้มีอาชีพพยาบาล และเป็นบุคคลที่อยู่ในที่ชุมนุมและร่วมก่อความวุ่นวาย แต่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบต่อไปว่าอาสาสมัครหรือไม่

  • เหตุยิงการ์ดอาชีวะ

ผบช.น. ชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. นางเลิ้ง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกัน บริเวณร้านเซเว่น-อีเลฟว่น สาขาผ่านฟ้า เมื่อเวลา 21.00 น. เมื่อเดินทางไปถึง พบกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมที่อ้างตัวว่าเป็นการ์ด แจ้งว่าคนยิงหลบอยู่ในร้านจึงเข้าไปตรวจสอบ และนำตัวไป สน.นางเลิ้ง แต่จากการตรวจสอบพยานบุคคล กล้องวงจรปิด และพยานหลักฐานอื่น ยืนยันได้ว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิง ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามตัวมือปืนที่ก่อเหตุ

ส่วนความวุ่นวายที่ สน.นางเลิ้งนั้น ผบช.น. ยอมรับว่าตำรวจได้ยิงปืนขึ้นฟ้าจริง เนื่องจากเกิดเหตุวุ่นวายจึงจำเป็นต้องระงับเหตุ

ผบช.น. กล่าวทิ้งท้ายถึงมาตรการรับมือกับการชุมนุมของกลุ่มราษฎรที่นัดหมายกันในวันที่ 20 ก.พ. ว่าขอความร่วมมือให้ชุมนุมอย่างสงบ และสถานการณ์จะรุนแรงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุมเป็นหลัก

ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้เดินทางไป รพ.ตำรวจ เพื่อเยี่ยมตำรวจ 20 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมบริเวณศาลหลักเมือง ซึ่งแพทย์ระบุว่าส่วนใหญ่ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกปาด้วยของแข็ง และของเหลวคล้ำยน้ำมัน