โควิด-19: เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับวัคซีน "โคโรนาแวค" ของซิโนแวคที่นำเข้าหลายล้านโดส

หลังจากถูกจับตามองจากทั่วโลกในฐานะประเทศที่เป็นจุดเริ่มต้นการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ที่กระทบผู้คนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จีนกำลังถูกจับตามองอีกครั้งในฐานะประเทศผู้ผลิตและจำหน่ายวัคซีนโควิด-19 ซึ่งล่าสุดองค์การอนามัยโลกอนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทซิโนแวคของจีนสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้ว

ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นลูกค้าวัคซีนของจีน โดยสั่งซื้อวัคซีน "โคโรนาแวค" ของ บ.ซิโนแวคครั้งแรกจำนวน 2 ล้านโดส ก่อนจะสั่งซื้อเพิ่มอีกหลายครั้ง รวมเป็นไม่ต่ำกว่า 6 ล้านโดส ณ สิ้นเดือน พ.ค. จากการเปิดเผยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.

วัคซีนของซิโนแวคล็อตแรกจำนวน 2 แสนโดสเดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 24 ก.พ. โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว. กลาโหม พร้อมด้วยนายอนุทิน ผู้บริหารระดับสูงของ สธ. และนายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เดินทางร่วมพิธิรับวัคซีนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ภายใต้ชื่องาน "วัคซีนโควิด-19 คืนรอยยิ้ม ประเทศไทย"

หลังจากนั้นเพียง 4 วัน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็เริ่มฉีดวัคซีนซิโนแวคในประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยมีนายอนุทินเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ซึ่งมีข้อบ่งใช้คือผู้ที่ได้รับวัคซีนต้องมีอายุต่ำกว่า 60 ปี

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับวัคซีนของซิโนแวค ซึ่งเป็นวัคซีนโควิด-19 ยี่ห้อแรกที่เดินทางมาถึงและฉีดให้คนไทย ก่อนที่จะมีการนำเข้าและฉีดวัคซีนยี่ห้ออื่น ๆ ตามมาในอีกหลายเดือนต่อมา

1. รู้จัก บ.ซิโนแวค

"ซิโนแวค" หรือชื่อเต็มว่า ซิโนแวค ไบโอเทค เป็นบริษัทผู้ผลิตยาและชีวเภสัชภัณฑ์สัญชาติจีน ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง เชี่ยวชาญการวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายวัคซีนป้องกันโรคระบาด ก่อตั้งในปี 1999 โดยนายหยิน เว่ยตง อดีตเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง

ก่อนหน้านี้ ซิโนแวคเคยผลิตวัคซีนมาแล้วหลายตัว เช่น วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ (ชื่อทางการค้า Healive) วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี (ชื่อทางการค้า Bilive) วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ชนิด H5N1 (ชื่อทางการค้า Panflu) และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (ชื่อทางการค้า Anflu)

วัคซีนโควิด-19 ที่ซิโนแวคเป็นผู้ผลิตเป็นวัคซีนเชื้อตายที่มีชื่อว่า "โคโรนาแวค" (CoronaVac) วัคซีนตัวนี้ทำงานโดยการเหนี่ยวนำระบบภูมิคุ้มกันร่างกายมนุษย์ให้สร้างแอนติบอดีต้านโควิด-19 โดยแอนติบอดีจะยึดติดกับโปรตีนบางส่วนของไวรัสไม่ให้เข้าสู่เซลล์ร่างกาย ไวรัสเชื้อตายเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมที่ถูกใช้มานานกว่าศตวรรษ โดยโจนัส ซัลก์ (Jonas Salk) ได้ใช้เทคโนโลยีวัคซีนเชื้อตายในการสร้างวัคซีนโปลิโอในปี 1955

การใช้เชื้อตายทำให้โคโรนาแวคแตกต่างจากวัคซีนที่ผลิตในโลกตะวันตก อย่างของบริษัทโมเดอร์นา (Moderna) และไฟเซอร์ (Pfizer) ที่เป็นวัคซีน mRNA ซึ่งเป็นการฉีดพันธุกรรมโมเลกุลที่เรียกว่าเอ็มอาร์เอ็นเอเข้าไปในร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างโปรตีนของไวรัสเพื่อกระตุ้นภูมิต้านทาน

รองศาสตราจารย์หลัว ต้าไห่ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางให้ข้อมูลกับบีบีซีว่า โคโรนาแวคเป็นวัคซีนในรูปแบบดั้งเดิมที่ประสบความสำเร็จในการป้องกันโรคที่เกิดจากไวรัสในอดีต เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ขณะที่วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ เป็นวัคซีนชนิดใหม่และในปัจจุบันยังไม่มีกรณีตัวอย่างที่ยืนยันถึงความสำเร็จของวัคซีนรูปแบบนี้ในกลุ่มประชากร

การวิจัยพบว่าข้อได้เปรียบหลักอย่างหนึ่งของวัคซีนที่ผลิตโดยซิโนแวค คือมันสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นธรรมดาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสได้ เช่นเดียวกับวัคซีนของอ็อกซ์ฟอร์ดซึ่งพัฒนาขึ้นจากเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคหวัดในชิมแปนซี ต่างจากวัคซีนของโมเดอร์นาซึ่งต้องเก็บไว้ที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส และวัคซีนของไฟเซอร์ต้องเก็บที่อุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส (ซึ่งต่อมาได้มีการปรับปรุงให้ไม่ต้องเก็บในอุณหภูมิเย็นจัดเท่านี้แล้ว)

ถ้าพิจารณาจากอุณหภูมิที่ใช้ในการเก็บวัคซีนจะเห็นได้ว่าวัคซีนของซิโนแวคและของอ็อกซ์ฟอร์ดที่ร่วมผลิตกับ บ. แอสตร้าเซนเนก้า น่าจะเหมาะกับประเทศกำลังพัฒนาที่อาจไม่มีศักยภาพในการเก็บวัคซีนจำนวนมากในอุณหภูมิที่ต่ำขนาดนั้นได้

2. ไทยสั่งซื้อไปเท่าไหร่แล้ว

คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้จัดซื้อวัคซีนของซิโนแวคล็อตแรกจำนวน 2 ล้านโดน เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2564 โดยมีองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อและนำเข้า ต่อมาได้มีการสั่งซื้อเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายอนุทินเปิดเผยว่าประเทศไทยได้รับวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวคมาแล้วจำนวน 6 ล้านโดส เป็นวัคซีนที่รัฐบาลสั่งซื้อ 5.5 ล้านโดส และวัคซีนที่รัฐบาลจีนบริจาค 5 แสนโดส ซึ่งวัคซีนบริจาคนี้มีกำหนดมาถึงไทยในวันที่ 5 มิ.ย.

นายอนุทินกล่าวอีกว่าในช่วงระหว่างเดือน มิ.ย.- ก.ย. 2564 จะมีวัคซีนซิโนแวคจำนวน 11 ล้านโดส ทยอยส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องเดือนละประมาณ 2.5-3 ล้านโดส

"วัคซีนซิโนแวคที่จัดซื้อเข้ามานี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ให้มีการจัดหาวัคซีนเพิ่มจากวัคซีนหลักคือแอสตร้าเซนเนก้า ให้ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 100 ล้านโดส" รมว. สธ. กล่าว

บีบีซีไทยลำดับเหตุการณ์การสั่งซื้อและนำเข้าวัคซีนของซิโนแวค ดังนี้

  • 5 ม.ค. ครม.อนุมัติงบประมาณ 1,228 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคจำนวน 2 ล้านโดส
  • 22 ก.พ. องค์การอาหารและยา (อย.) ขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค
  • 24 ก.พ. วัคซีนซิโนแวคล็อตแรกจำนวน 2 แสนโดสถึงไทย
  • 28 ก.พ. ไทยเริ่มต้นการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยมีนายอนุทิน รองนายกฯ และ รมว.สธ. ฉีดวัคซีนของซิโนแวคเป็นคนแรก
  • 20 มี.ค. วัคซีนซิโนแวคล็อต 2 จำนวน 8 แสนโดสถึงไทย
  • 23 มี.ค. นายอนุทิน รองนายกฯ และ รมว.สธ. และ สาธิต ปิตุเดชนะ รมช. สธ. ฉีดวัคซีนโคโรนาแวคเข็มที่สอง
  • 10 เม.ย. วัคซีนของซิโนแวคล็อตที่ 3 จำนวน 1 ล้านโดสมาถึงไทย นับว่าครบ 2 ล้านโดสแรกที่ไทยสั่งซื้อ
  • 24 เม.ย. วัคซีนซิโนแวคมาถึงไทยอีก 5 แสนโดส ซึ่งเป็นล็อตที่องค์การเภสัชกรรมสั่งซื้อเพิ่ม โดย ครม.มีมติอนุมัติวงเงิน 290.24 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อรองรับการฉีดวัคซีนอีก 31.36 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 321.6 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 เม.ย.
  • 6 พ.ค. วัคซีนซิโนแวคมาถึงไทยอีก 1 ล้านโดส
  • 7 พ.ค. คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมีมติเห็นชอบแนวทางในการฉีดวัคซีนของซิโนแวคให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องจากผลการศึกษาของประเทศจีนมีความชัดเจนมากขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้ฉีดเฉพาะคนที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี
  • เดือน พ.ค. องค์การเภสัชกรรมสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มอีก 2 ล้านโดส คาดว่าจะมาถึงในสิ้นเดือน พ.ค. รวมวัคซีนซิโนแวคที่ไทยสั่งซื้อทั้งหมด ณ สิ้นเดือน พ.ค. จำนวน 6 ล้านโดส

3. "ซีพี" กับ "ซิโนแวค"

หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 ม.ค. อนุมัติงบกลางกว่า 1,200 ล้านบาท ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดซื้อวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวน 2 ล้านโดสจากซิโนแวค และต่อมาคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรมได้เห็นชอบสำรองงบประมาณในการสั่งซื้อไปก่อน 1 พันกว่าล้านบาท ก็ปรากฏข่าวว่าบริษัท ซีพี ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป ซึ่งเป็น บริษัทในเครือซีพี ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ได้เข้าถือหุ้น 15.03% ของซิโนแวคตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2563

ซีพีจึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวละครสำคัญในการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลไทย

ข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัท ซีพี ฟาร์มาซูติคอล กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีพีของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ดำเนินธุรกิจยาในประเทศจีนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในนามบริษัท ซิโนไบโอฟาร์มาซูติคอล จำกัด ระบุว่าบริษัทซิโนไบโอฟาร์มาซูติคอลได้ทุ่มเงินกว่า 515 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 15,400 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้น 15.03% ของบริษัทซิโนแวคเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2563

โดยซีพี ฟาร์มาซูติคอลระบุว่า การเข้าถือหุ้นในครั้งนี้จะส่งผลดีต่อทั้งบริษัทและผู้ถือหุ้น และตอบสนองยุทธศาสตร์ของบริษัทในการ "รับผิดชอบต่อสังคมด้วยการช่วยควบคุมการระบาดของโควิด-19 ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนจีนและผู้คนทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการขยายธุรกิจจากเน้นที่การรักษาเป็นการป้องกันโรค"

ขณะที่เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจรายงานคำชี้แจงของซีพีกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงผลประโยชน์ที่บริษัทยาในเครือซีพีได้รับจากการที่รัฐบาลไทยสั่งซื้อวัคซีนจากซิโนแวคจำนวน 2 ล้านโดสว่า ยอดการสั่งซื้อวัคซีนของซิโนแวคจำนวน 2 ล้านโดสของไทย คิดเป็นเพียง 0.33% ของกำลังการผลิต 600 ล้านโดสต่อปี เพื่อกระจายวัคซีนไปทั่วโลก

"นั่นจึงคงไม่ใช่เหตุผลที่ซีพีเข้าไปลงทุนในครั้งนี้" ฐานเศรษฐกิจรายงานคำชี้แจงของซีพี ซึ่งย้ำด้วยว่าบริษัทซิโนไบโอฟาร์มาซูติคอลของซีพีมีหุ้นในซิโนแวคเพียงส่วนน้อยคือ 15.03% และดีลนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ซิโนแวคขยายข้อตกลงจัดหาวัคซีนโคโรนาแวค และทดลองกับหลายประเทศเพิ่มมากขึ้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พ.ค. เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธความเกี่ยวข้องในการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคของรัฐบาล

"เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ขอแจ้งให้ทราบว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด" ซีพีระบุพร้อมให้ข้อมูลประกอบว่า การจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค เป็นแบบรัฐบาล ต่อรัฐบาล (G2G) เท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับซีพีทั้งทางตรง และทางอ้อม

นอกจากนี้ ซีพียังชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นการถือหุ้น บ.ซิโนแวคใน 3 ประเด็นคือ

1) Sino Biopharmaceutical เป็นบริษัทเวชภัณฑ์ของจีน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยในบริษัท Sino Biopharmaceutical เท่านั้น

2) ผู้ขายหุ้นคือ Sinovac Life Sciences เป็นบริษัทลูกของบริษัท ซิโนแวค ต้องการระดมทุน เพื่อต้องการขยายกำลังการผลิตวัคซีนซิโนแวค

3) Sino Biopharmaceutical เข้าไปถือหุ้นใน Sinovac Life Sciences จำนวน 515 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 15.03% ถือเป็นการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าวเอง โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ได้มีหุ้นใด ๆ และไม่ได้มีสิทธิการเป็นเจ้าของ ในบริษัท Sinovac Life Sciences ใด ๆ ทั้งสิ้น

"เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยใน Sino Biopharmaceutical ที่เข้าไปลงทุนผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ไม่มีสิทธิในการบริหารและแทรกแซงการตัดสินใจใด ๆ ใน Sinovac และเครือเจริญโภคภัณฑ์ของยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม กับการสั่งซื้อวัคซีน Sinovac ของรัฐบาล เข้ามาในประเทศไทย" ซีพีระบุในแถลงการณ์ และกล่าวว่าหากพบว่ายังมีการเจตนานำข้อมูลไปบิดเบือนและสร้างความเสียหาย ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

4. ประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค

ก่อนที่วัคซีนของซิโนแวคล็อตแรกจะมาถึงไทย มีการเผยแพร่บทความวิชาการในวารสารทางวิทยาศาสตร์ เดอะแลนแซต ระบุว่ามีข้อมูลจากการทดลองวัคซีนโคโรนาแวคในระยะแรกและระยะที่สองเท่านั้น

บทความนี้ยังระบุด้วยว่าผลจากการฉีดวัคซีน ซึ่งอ้างอิงจากผู้เข้าร่วม 144 คนในการทดลองระยะที่หนึ่ง และ 600 คนในการทดลองระยะที่สอง ระบุไว้ว่าวัคซีน "เหมาะสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน"

ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสเกี่ยวกับประสิทธิภาพของโคโรนาแวค หลังจากที่บริษัทเปิดเผยผลการทดลองฉีดวัคซีนโคโรนาแวคระยะที่สามในตุรกีว่าได้ผลมากถึง 91.25% แต่บริษัทไม่ได้เปิดเผยตัวเลขจริง

การทดลองระยะที่สามในตุรกีเริ่มขึ้นเมื่อ ก.ย. 2563 โดยมีผู้เข้าร่วมทดลองในเฟสที่สาม 7,000 คน และผลรายงานออกมาเมื่อเดือน ธ.ค. โดยอ้างอิงผลจากผู้เข้าร่วมเพียงแค่ 1,322 คนเท่านั้น โดยทางตุรกีซึ่งมีประชากรมากกว่า 84 ล้านคน ได้สั่งวัคซีนตัวนี้ไปถึง 50 ล้านโดส

ซิโนแวครายงานด้วยว่าอาสาสมัครรับวัคซีน "บางคนมีอาการอ่อนเพลียหรือไม่สบายเพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่เกิน 5%"

ต่อมาในเดือน ต.ค. ได้มีการทดลองวัคซีนตัวนี้ในบราซิลซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่การทดลองก็ต้องหยุดชะงักลงในเดือน พ.ย. หลังจากมีรายงานการเสียชีวิตของอาสาสมัคร แต่กลับมาดำเนินการต่อหลังจากพบว่าการเสียชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงกับวัคซีน

แม้จะยังมีข้อกังขา หลายประเทศก็ตัดสินใจเดินหน้าสั่งซื้อและฉีดวัคซีนซิโนแวคให้ประชาชน แต่แล้วประเด็นเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวคก็กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งเมื่อวันที่ 10 เม.ย. เมื่อ นายเกา ฟู่ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคระบาดของจีน (China Centers for Disease Control-CDC) แถลงยอมรับว่า วัคซีนของจีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน "อัตราป้องกันเชื้อไม่ได้สูงมากนัก" พร้อมระบุว่า รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาว่าควรใช้ร่วมกับวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคนิคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือไม่

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนออกมายอมรับว่าวัคซีนของตนมีประสิทธิภาพต่ำ หลังจากผลการทดสอบที่ประเทศบราซิล พบว่าวัคซีนของบริษัทซิโนแวคมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ที่ 50.4% เกินกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 50% ขณะที่วัคซีนของบริษัท ไฟเซอร์ ไบโอเอ็นเทค ป้องกันได้ถึง 97%

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นนายเกา ฟู่ได้ออกมากลับลำว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความเข้าใจผิด

ด้าน บ.ซิโนแวค ผู้ผลิตวัคซีนสัญชาติจีนชี้แจงว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันของวัคซีนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ วัยของผู้รับวัคซีน และสายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา นอกจากนี้ หากทิ้งระยะเวลาการฉีดวัคซีนระหว่างเข็มที่ 1 กับเข็มที่ 2 มากเท่าใด ก็จะยิ่งได้ผลดีมากขึ้นเท่านั้น จึงมีคำแนะนำให้เพิ่มระยะห่างของการฉีดวัคซีนสองเข็มจากเดิม 14 วัน เป็น 21 วัน

ในประเทศไทย รัฐบาล ผู้บริหาร สธ. และหน่วยงานด้านวัคซีนต่างออกมาประสานเสียงยืนยันว่าวัคซีนของซิโนแวคเป็นวัคซีนที่ดีและปลอดภัย เช่น นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. ยืนยันว่าวัคซีนจากซิโนแวคเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายแบบดั้งเดิม มีความปลอดภัยสูง หลังฉีดยังไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง และคาดว่าจะได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศจีนเร็ว ๆ นี้ เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน

ขณะที่ นพ. นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า จากการศึกษาเปรียบเทียบวัคซีนโควิด-19 ที่มีผลการทดสอบประสิทธิภาพในมนุษย์ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนการขึ้นทะเบียนพบว่า

  • วัคซีนของไฟเซอร์ มีประสิทธิผล 95% โดยฉีด 2 โดส ห่างกัน 21 วัน
  • วัคซีนของโมเดอร์นา มีประสิทธิผล 94.5% ฉีด 2 โดส ห่างกัน 28 วัน
  • วัคซีนของแอสตราเซนเนกา มีประสิทธิผล 62-90% ขึ้นกับปริมาณการฉีด โดยฉีด 2 โดสห่างกัน 28 วัน
  • วัคซีนของรัสเซีย มีประสิทธิผล 92% ฉีด 2 โดส ห่างกัน 14-21 วัน
  • วัคซีนของซิโนฟาร์ม ประเทศจีน มีประสิทธิผล 79% ฉีด 2 โดส ห่างกัน 21 วัน
  • วัคซีนของซิโนแวค ประเทศจีน มีประสิทธิผล 78%

ด้าน ศ. ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้สรุปรายงานผลการประเมินประสิทธิภาพทางคลินิก ระยะที่ 3 ของวัคซีนซิโนแวค จากประเทศบราซิล ซึ่งทำการทดสอบในบุคลากรทางการแพทย์ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ติดเชื้อสูงมากจำนวนกว่า 10,000 คน ดังนี้

-วัคซีนสามารถป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงและป้องกันการเสียชีวิตได้ 100% สามารถป้องกันการป่วยได้ 83.7% และป้องกันการติดเชื้อได้ 50.7% และมีความปลอดภัยสูงมาก

-กลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนไม่มีรายใดเลยที่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงหรือเสียชีวิต ส่วนผลข้างเคียงจากวัคซีนนั้น คล้ายกับวัคซีนอื่นๆ ซึ่งมีผลข้างเคียงน้อยและไม่รุนแรง

-วัคซีนจะเริ่มมีผลป้องกันโรคได้ 2 สัปดาห์หลังฉีดเข็มแรก รวมทั้งการเพิ่มระยะห่างระหว่างเข็มที่หนึ่งและเข็มที่สองจากที่กำหนดไว้ 2 สัปดาห์ เพิ่มเป็นประมาณ 4 สัปดาห์ อาจจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากขึ้นอีก

สำหรับประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อกลายพันธุ์นั้น รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่าข้อมูลในขณะนี้พบว่าวัคซีนของซิโนแวคสามารถต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อังกฤษได้บ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่ ส่วน สายพันธุ์เซาท์แอฟริกันได้ผลไม่ค่อยดี

5. อาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน

นับตั้งแต่เริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนอยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งแพทย์ได้แบ่งเป็นอาการไม่พึงประสงค์ชนิดไม่รุนแรงและชนิดรุนแรง ซึ่งเป็นอาการที่เกิดได้กับวัคซีนทุกชนิด

  • อาการข้างเคียงชนิดไม่รุนแรง มีไข้ต่ำ ปวดศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดบริเวณที่ฉีด ซึ่งเกิดได้ 20-30% และสามารถหายได้เองในเวลาไม่นาน
  • อาการข้างเคียงรุนแรง ไข้สูง แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดศีรษะรุนแรง ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีจุดเลือดออกจำนวนมาก ผื่นขึ้นทั้งตัว อาเจียนมากกว่า 5 ครั้ง ชัก/หมดสติ หากมีอาการเหล่านี้ผู้ได้รับวัคซีนต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที

สำหรับกรณีอาการข้างเคียงรุนแรงที่มีการพูดถึงมาก คือ กรณีกลุ่มบุคลากรที่หน่วยงานสาธารณสุขใน จ.ระยอง 6 รายที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรืออาการอื่น ๆ ที่คล้ายโรคหลอดเลือดสมองหลังฉีดวัคซีนของซิโนแวคในช่วงวันที่ 5-9 เม.ย. ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสรุปว่าเป็นกลุ่มอาการทางระบบประสาทที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน เพราะว่าเกิดภายใน 5-10 นาทีหลังฉีด ทุกรายได้รับการรักษาตามมาตรฐานและอาการกลับมาเป็นปกติภายใน 3 วัน

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ผู้รับวัคซีนรายหนึ่งเป็นผู้ชาย มีโรคประจำตัวคือหลอดเลือดแดงโป่งพองในช่องท้อง เสียชีวิตราว 2 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีนเมื่อต้นเดือน มี.ค. ซึ่งแพทย์ได้สรุปแล้วว่าเขาเสียชีวิตจากโรคประจำตัวคือหลอดเลือดโป่งพอง ซึ่งบังเอิญมาเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน แต่วัคซีนไม่ได้เป็นสาเหตุของการทำให้ผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิต

6. องค์การอนามัยโลกอนุมัติใช้กรณีฉุกเฉิน

วันที่ 1 มิ.ย. องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกแถลงการณ์ว่าได้อนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 "โคโรนาแวค" ที่ผลิตโดยบริษัทซิโนแวค ประเทศจีนในกรณีฉุกเฉิน (WHO Emergency Use Listing : EUL) หลังผ่านการพิจารณาแล้วว่าวัคซีนมีความปลอดภัย มีประสิทธิผลและกระบวนการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานสากล ถือเป็นวัคซีนตัวที่ 6 ที่ได้รับการรับรองจาก WHO ต่อจาก วัคซีนของไฟเซอร์ แอสตร้าเซนเนก้า จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โมเดอร์นา และซิโนฟาร์ม

WHO ระบุว่าแนะนำให้ใช้ในวัคซีนของซิโนแวคผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปโดยไม่กำหนดอายุสูงสุด วัคซีนมีประสิทธิผลป้องกันอาการป่วยที่มีอาการได้ 51% และป้องกันการป่วยที่รุนแรงและอาการป่วยที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ 100%

ขณะที่ สธ. ระบุในเอกสารข่าวแจกเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ว่าวัคซีนซิโนแวคมีข้อดีคือเก็บรักษาภายใต้อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ทำให้บริหารจัดการได้ง่าย ปัจจุบันทั่วโลกฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้วกว่า 400 ล้านโดส ไม่พบผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากวัคซีน