โควิด-19: ศบค. ประกาศ 3 มาตรการควบคุมการเดินทางในพื้นที่ควบคุมสูงสุด พร้อมระบุอาจมีลงโทษผู้ติดเชื้อโควิด หากไม่มีแอป "หมอชนะ"

ที่มาของภาพ, Reuters
ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประกาศยกระดับการควบคุมการเดินทาง โดยเฉพาะ 5 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พร้อมย้ำให้คนไทยติดตั้งแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนโรค
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวแถลงข่าวในวันนี้ (7 ม.ค) ว่า หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้ลงนามในข้อกำหนดเพิ่มเติม ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548. (ฉบับที่ 17) ซึ่งจะยกระดับมาตรการควบคุมการเดินทาง โดยเฉพาะใน 5 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พร้อมย้ำทุกคนต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" หากพบติดโควิด-19 แต่ไม่มีการติดตั้ง นับว่ามีความผิดตามกฎหมาย
"นี่คือสิ่งที่เราจะมีความยุ่งยากกันมากขึ้น แต่ยังไม่หนักขนาดห้ามเดินทาง ท่านยังเดินทางได้แต่ขอความจำเป็นจริง ๆ"
สำหรับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 17 มีใจความสำคัญ 3 ประเด็น คือ
1. การยกระดับการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค ให้มีการปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย
- การรักษาระยะห่าง
- สวมหน้ากากอนามัย
- การล้างมือ
- การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย
- ติดตั้งแอปพลิเคชันที่กำหนด ตลอดจนยอมรับการกักกันตามระยะเวลาที่กำหนดหากอยู่ในข่ายต้องรับการกักกัน
โฆษกศบค. กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการสนับสนุนให้ใช้แอปพลิเคชัน "หมอชนะ" ควบคู่กับแอปพลิเคชันเดิมคือ "ไทยชนะ" เพื่อประโยชน์ของการสืบสวนโรค เพราะหลายครั้งไม่สามารถติดตามไทม์ไลน์ผู้ป่วยได้

ที่มาของภาพ, เว็บไซต์แอปเปิล
"ต่อไปนี้ใครที่ติดเชื้อโควิด-19 นี้แล้ว และพบว่าไม่มีการติดตั้งแอปหมอชนะ ก็จะถือว่าท่านละเมิดกฎหมายตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฉบับที่ 17"
สำหรับโทษผู้ฝ่าฝืนข้อกำหนดซึ่งออกตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ย่อมเป็นความผิดซึ่งอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มาของภาพ, Reuters
2. การยกระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่จำเป็นต้องมีมาตรการเข้มงวดอย่างยิ่ง ประกอบด้วย
- ตรวจสอบและควบคุมการใช้เส้นทางคมนาคมในการเดินทางเข้าออกพื้นที่ควบคุมสูงสุด ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง และสมุทรสาคร
- จัดตั้งจุดตรวจสกัดการเดินทางเข้าออกพื้นที่ และให้ผู้ที่อยู่ในเขตควบคุมติดตั้งระบบแอปพลิเคชันหมอชนะ
- บุคคลที่ประสงค์จะเดินทางอกนอกพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด ต้องแสดงเหตุความจำเป็น โดยแสดงบัตรประชาชน หรือบัตรแสดงตนควบคู่ไปกับเอกสารรับรองความจำเป็นที่จะออกโดยเจ้าหน้าที่ เว้นแต่ผู้ที่ได้รับการยกเว้นตามที่ ศบค. กระทรวงมหาดไทยกำหนด

ที่มาของภาพ, Getty Images
นพ.ทวีศิลป์ เน้นย้ำว่า พื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งมีความเข้มข้นของผู้ติดเชื้อสูง หากยังมีการติดต่อกันระหว่างคน จะทำให้ไม่สามารถควบคุม "รังของโรคได้" จึงต้องใช้มาตรการลดการเคลื่อนย้าย แต่เขาก็ยอมรับว่า ไม่ได้ปิดกั้นการสัญจรได้ทั้งหมด จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
3. การปราบปรามและลงโทษผู้กระทำความผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค ได้แก่
- ตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้กระทำผิด
- สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) หน่วยงานความมั่นคง กวดขันและเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมือง รวมถึงลักลอบเล่นการพนันผิดกฎหมาย
- สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้แจ้งเบาะแส ผ่าน ศบค.
โฆษกศบค. กล่าวว่า จะมีการดำเนินการปราบปรามและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนย้ายแรงงานข้ามชาติ รวมถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่ออำนวยให้มีการเปิดบ่อนการพนัน จนเกิดการระบาดของโรคจนส่งผลกระทบรุนแรง
โดยเมื่อมีการประกาศใช้จะส่งผลให้พื้นที่ 28 จังหวัด ต้องปฏิบัตตามอย่างเคร่งครัด นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า มีการแจ้งให้แต่ละจังหวัดดำเนินการ ดังนี้
- ตั้งจุดตรวจในเส้นทางหลัก บริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัด
- ตั้งด่านตรวจในเส้นทางรอง โดยเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่น
- ประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในหมู่บ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชน "งด" หรือ "ชะลอ" การเดินทาง
สำหรับ 5 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ต้องมีมาตราการพิเศษ 5 ข้อเพิ่มเติม คือ การตรวจวัดอุณหภูมิและสังเกตอาการ สอบถามความจำเป็นและเส้นทางปลายทาง ตรวจสอบการติดตั้งแอป "หมอชนะ" ตรวจหนังสือรับรองผู้เดินทาง รวมถึงบันทึกข้อมูลผู้เดินทาง
ชาวเน็ตวิพาก์วิจารณ์ รัฐบังคับดาวโหลดแอป "หมอชนะ"
หลังจากมีกระแสข่าวเรื่องบทลงโทษต่อผู้ที่ไม่ดาวน์โหลดแอป "หมอชนะ" ออกมา ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ จนทำให้ #หมอชนะ กลายเป็นเทรนด์บนทวิตเตอร์อันดับหนึ่งในช่วงบ่ายที่ผ่านมา
หนึ่งในจำนวนนั้น คือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีทวิตเตอร์ว่า "คิดแบบนี้ได้อย่างไร จะลงโทษผู้ติดโควิดแต่ไม่มี'หมอชนะ' จำคุก 2 ปีปรับสี่หมื่นบาท ต่อจากนี้เราจะเห็นกลุ่มเสี่ยงที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย หลีกเลี่ยงไม่ตรวจโควิด เพราะกลัวติดคุก แล้วใช้ชีวิตปกติในชุมชน ไม่เปิดเผยตัว ประชาชนเจ็บมากพอแล้ว หยุดลงโทษประชาชน!"

ที่มาของภาพ, Twitter/@SurapongSueb
ขณะที่ ผศ.ดร. พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์ประจำวิชาสายกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ว่า "ผมเห็นว่ามาตรการให้ติดตั้งแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือของรัฐ โดยกำหนดโทษทางอาญา (ล่าสุดหมอทวีศิลป์พูดเรื่อง "หมอชนะ") น่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญ..."

ที่มาของภาพ, Twitter/@pornson
การบังคับโหลดแอป "หมอชนะ" เฉพาะ 28 จังหวัดเท่านั้น
ในเวลาต่อมา นพ.ทวีศิลป์ ยอมรับว่าพอประกาศเรื่องถ้าไม่โหลดแอปจะผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วประชาชนกังวลมาก นายกฯ ก็บอกให้รีบชี้แจงเพิ่มเติม
สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถโหลดแอปฯ ได้เช่นมือถือรุ่นเก่าหรือมีปัญหาอื่น ๆ โฆษก ศบค. กล่าวว่า "จริง ๆ แล้วไม่ได้ถึงขนาดว่าจะเอาติดคุกติดตาราง" พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่าเป้าหมายคือต้องการบันทึกตำแหน่งที่อยู่ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสอบสวนโรค ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะบันทึกด้วยวิธีอื่นก็ได้
ขอย้ำว่าข้อบังคับเรื่องการโหลดแอปฯ บังคับเฉพาะใน 28 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่านั้น
ขณะเดียวกัน โฆษกรัฐบาล ออกมายืนยันว่า การเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่มีแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" ไม่ผิดกฎหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกเว้นจงใจปกปิดข้อมูล
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีการแถลงข่าว ของ ศบค. ที่ระบุว่าหากผู้ติดเชื้อไม่มีการโหลดแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" จะถือเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ขอทำความเข้าใจว่าแอปพลิเคชันเป็นการช่วยตรวจดูการเคลื่อนที่ของประชาชน ที่ผ่านมาใช้ในการตรวจสอบว่าอยู่ที่ใดมาบ้างแล้ว หากไม่มีความสะดวกอาจใช้การบันทึกหรือแผนการเดินทางที่ด่านได้
อย่างไรก็ตาม หากเจตนาปกปิดข้อมูล ในเกิดการแพร่ระบาดถือเป็นความผิด แต่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ว่าหากมีสมาร์ทโฟนเจ้าหน้าที่จะช่วยในการโหลดและติดตั้ง เพื่อลดการแพร่ระบาด ไม่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบและควบคุมอาจทำให้การบันทึกไทม์ไลน์เป็นไปอย่างล่าช้า แต่ยืนยันว่าไม่ถือเป็นความผิด หากเว้นแต่จงใจปกปิดข้อมูลหรือบิดเบือนข้อมูลให้ถือมีโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
Nope
สถานการณ์ผู้ป่วยรายใหม่
สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยในรอบ 24 ชั่วโมง จากการรายงานของศบค. วันนี้ (7 ม.ค.) มีข้อมูลสำคัญดังนี้
- พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 305 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 193 ราย และเป็นกลุ่มแรงงานในประเทศเพื่อนบ้านที่มาจากการค้นหาเชิงรุก 109 ราย และอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 6 ราย
- ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 9,636 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตสะสม 67 ราย
นพ. ทวีศิลป์ ให้ข้อมูลรายละเอียดผู้เสียชีวิตรายที่ 67 ว่าเป็นชายไทยอายุ 88 ปี มีโรคประจำตัว คือ มะเร็ง มีประวัติติดเชื้อจากลูกชายที่เดินทางไปพื้นที่เสี่ยง จ.ระยอง ก่อนจะยืนยันติดเชื้อ เมื่อป่วยก็เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 2 ม.ค. จนมีอาการไข้สูง และระดับออกซิเจนลดลง ก่อนที่ 5 ม.ค. อาการแย่ลงจนเสียชีวิต
โดย นพ. ทวีศิลป์ ยังกล่าวว่า มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าขณะนี้ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งไม่เคยพบผู้ป่วยรายใหม่มาก่อนก็ได้พบผู้ติดเชื้อแล้ว โดยจะมีการรายงานในลำดับถัดไป









