ศาลยกฟ้อง จาตุรนต์ ฉายแสง คดีแถลงข่าวต้านรัฐประหาร 57 ชี้ใช้ “สิทธิเสรีภาพโดยสุจริต”

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รับดอกไม้ให้กำลังใจจากผู้สนับสนุน หลังเสร็จสิ้นการรับฟังคำพิพากษา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง รับดอกไม้ให้กำลังใจจากผู้สนับสนุน หลังเสร็จสิ้นการรับฟังคำพิพากษา

ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พิพากษายกฟ้องนายจาตุรนต์ ฉายแสง คดียุยงปลุกปั่นฯ จากการเปิดแถลงข่าวต่อต้านการรัฐประหาร 2557 ชี้เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ

นายจาตุรนต์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกระทรวง ใช้เวลา 6 ปี 6 เดือน 26 วัน ในการต่อสู้คดีที่เขาตกเป็นจำเลยในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, ผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) และฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 37/2557 จากกรณีเปิดแถลงข่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2557

คดีนี้เป็นคดีที่โอนมาจากศาลทหารกรุงเทพ หลังจากหัวหน้า คสช. ออกคำสั่ง ยกเลิกการนำตัวพลเรือนขึ้นสู่ศาลทหาร หลังการเลือกตั้งปี 2562

ภายหลังรัฐประหาร 2557 นายจาตุรนต์เป็นหนึ่งในบุคคลที่ คสช. มีคำสั่งเรียกไปรายงานตัว แต่เขาไม่ได้เดินทางเข้ารายงานตัว ซ้ำยังไปเปิดแถลงข่าวบรรยายผลกระทบของการรัฐประหารให้แก่ผู้สื่อข่าวชาวไทยและต่างประเทศฟังที่ FCCT ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข้าเข้าควบคุมตัวคา FCCT และตั้งข้อหาในเวลาต่อมา

ความผิดตาม ม. 116 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยเพียงแต่ไปงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่างประเทศ มีผู้เข้าฟังประมาณ 80 คน และจำเลยได้แถลงเป็นภาษาอังกฤษใจความสรุปได้ว่าไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจของ คสช. ขอเรียกร้องให้คืนอำนาจให้ประชาชนโดยจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ขอให้ประชาชนอดทนและแสดงออกอย่างสันติวิธี

เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนายจาตุรนต์ ฉายแสง ลงลิฟต์ไป ทำให้การแถลงข่าวที่ FCCT ต้องยุติลงทันที

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนายจาตุรนต์ ฉายแสง ลงลิฟต์ไป ทำให้การแถลงข่าวที่ FCCT ต้องยุติลงทันที

แม้พยานฝ่ายโจทก์ให้เหตุผลว่า จำเลยเป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ และตำแหน่งสุดท้ายคือ รมว.ศึกษาธิการ เป็นคนที่มีประชาชนให้ความเชื่อถือ และการที่จำเลยได้แสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับ คสช. ในช่วงเริ่มแรกของการยึดอำนาจยังมีความไม่สงบในหลายพื้นที่ การกระทำของจำเลยอาจจะเป็นเหตุให้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้หลงเชื่อคล้อยตาม และออกมาต่อต้านการรัฐประหาร จนเกิดความไม่สงบในบ้านเมือง

แต่ความผิดตาม ม. 116 ต้องปรากฎโดยชัดแจ้ง เป็นการละเมิดกฎหมายของแผ่นดิน การที่จำเลยไปแถลงข่าวดังกล่าว เป็นไปตามสิทธิเสรีภาพโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการทางการแสดงออกโดยคำพูดที่ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับ ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก

อย่างไรก็ตามไม่ปรากฎว่าหลังจากจำเลยได้แถลงข่าวแล้ว มีประชาชนออกมาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายไม่สงบในสังคม และในข้อความที่จำเลยแถลงไม่มีข้อความใดที่เจตนาให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.

ความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ศาลเห็นว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดมาแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เฟซบุ๊ก Chaturon.FanPage กลับได้ข้อเท็จจริงจากพยานว่าหลังจากจำเลยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน จำเลยถูกควบคุมตัวและไม่อนุญาตให้จำเลยใช้โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ

สอดคล้องกับพยานจำเลยยืนยันว่าหลังจากทหารเข้าควบคุมตัว จำเลยถูกยึดโทรศัพท์มือถือและไม่มีเครื่องมือสื่อสารไม่สามารถติดต่อเครือญาติได้ เมื่อข้อความที่มีการโพสต์ในเฟซบุ๊กตามที่โจทก์ฟ้อง อยู่ในช่วงระหว่างที่จำเลยถูกควบคุมตัว

พยานหลักฐานของโจทก์จึงยังไม่มีมูลเพียงพอที่จะรับฟังได้ พิพากษายกฟ้อง

ศาลทหาร

ที่มาของภาพ, BBC Thai

นายจาตุรนต์ใช้เวลาต่อสู้คดีนี้ยาวนาน 6 ปี 6 เดือน 26 วัน และถือเป็นพลเรือนคนแรก ๆ ที่ต้องขึ้นศาลทหารหลังรัฐประหารปี 2557 ทำให้เขาบอกว่า "มีประสบการณ์โดยตรงและชัดเจนว่าคดีเกี่ยวกับความมั่นคง เช่น ความผิดตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นี้ถูกใช้เป็นเครื่องในการกลั่นแกล้ง สร้างความลำบากเดือดร้อนเพื่อบีบคั้นกดดันผู้ที่เห็นต่างจากผู้มีอำนาจ ไม่ให้แสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกทางการเมือง" ตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557 จนถึงปัจจุบัน

นายจาตุรนต์ประกาศว่าจะทำเรื่องเรียกร้องไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) 2 ประเด็น คือ

  • ขอให้ อสส. พิจารณาถอนฟ้องคดีนี้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรมและขัดหลักนิติธรรม
  • ขอให้ อสส. วางหลักเกณฑ์สำหรับการดำเนินคดีที่รับโอนมาจากศาลทหารเสียใหม่ เมื่อมีการโอนคดีจากศาลทหารมายังศาลอาญา ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายควรใช้ดุลยพินิจตรวจสอบสำนวนและความเป็นมาของคดีเสียใหม่ ซึ่งในการพิจารณาคดีนี้ในศาลยุติธรรม ปรากฏชัดเจนว่าคดีนี้ไม่ควรตั้งข้อหาและสั่งฟ้องมาตั้งแต่ต้น