คนละครึ่งเฟส 2: "ดีแทค" เตรียมออกมาตรการชดเชย หลังผู้ลงทะเบียนบางส่วนพลาดสิทธิเพราะระบบล่ม

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBC Thai
ประชาชนแห่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 เต็มจำนวน 5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงหลังจากกระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. ด้านดีแทค ซึ่งมีลูกค้าเสียสิทธิการลงทะเบียนดังกล่าว เพราะระบบส่งรหัส OTP ล่ม ยืนยันเตรียมออกมาตรการชดเชยโดยเร็วที่สุด
"สิทธิคงเหลือ 0 สิทธิ" เว็บไซต์ คนละครึ่ง.com รายงานจำนวนสิทธิคงเหลือเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. แต่การลงทะเบียนดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในแง่ของการที่ต้องไป "แย่ง" กันลงทะเบียนก่อนโควต้าจะเต็ม ปัญหาในการยืนยันกับแอปพลิเคชั่น "เป๋าตัง" และกรณีที่หผู้ใช้งานเครือข่ายดีแทค ไม่สามารถลงทะเบียนได้เพราะไม่ได้รับรหัส OTP เนื่องจากระบบดังกล่าวล่มตั้งแต่เวลา 04.00 - 08.00 น. ทำให้ประชาชนบางส่วนเสียสิทธิการลงทะเบียน
โครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการที่รัฐช่วยผู้ซื้อจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าครึ่งหนึ่งของราคาไม่เกินวันละ 150 บาท หรือสูงสุดไม่เกิน 3,500 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ
สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 หรือ "คนละครึ่งเฟส 2" ประกอบด้วยผู้ใช้สิทธิในระยะที่ 1 กว่า 9.5 ล้านคนซึ่งจะได้วงเงินเพิ่มอีก 500 บาท จากเดิม 3,000 บาท เป็น 3,500 บาท และประชาชนกลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการ ซึ่งจำกัดจำนวนที่ 5 ล้านคน
ประชาชนจำนวนมากเฝ้ารอการลงทะเบียนตั้งแต่เช้าตรู่ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด คือ มีผู้ใช้สิทธิลงทะเบียนเต็มจำนวน 5 ล้านคนในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ทั้งที่กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนได้จนถึงเวลา 23.00 น.
อย่างไรก็ตามหลายคนพบปัญหาในการลงทะเบียน โดยเฉพาะขั้นตอนการรับรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ที่ล่าช้า บางคนต้องรอนานเป็น 10 นาทีกว่าจะได้รหัส OTP ขณะที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างดีแทคถูกวิจารณ์มากที่สุดเนื่องจากระบบการรับข้อความรหัส OTP เกิดขัดข้องในช่วงที่เปิดลงทะเบียนพอดี
"ขณะนี้ระบบ 1678 call center, dtac application, การรับข้อความรหัส OTP, การชำระเงิน-เติมเงินขัดข้องชั่วคราว อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ" ดีแทคประกาศแจ้งลูกค้าเมื่อเวลา 07.20 น.

โครงการนี้คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 ก.ย. เห็นชอบให้กระทรวงการคลังเดินหน้าโครงการคนละครึ่ง วงเงิน 30,000 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานรากสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่แผงลอยเพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเปิดลงทะเบียนครั้งแรกเมื่อ 16 ต.ค. และเริ่มมีการใช้จ่ายวันแรกเมื่อ 23 ต.ค.
ต่อมา ครม. มีมติเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. อนุมัติให้กระทรวงการคลังทำโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 โดยรับผู้ลงทะเบียนใหม่ไม่เกิน 5 ล้านคน ระยะเวลาใช้จ่าย 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2564
เปิดสถิติ "คนละครึ่ง"
กระทรวงการคลังเผยสถิติโครงการคนละครึ่งเฟส 1 (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ธ.ค.) ดังนี้
- ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 970,000 ร้าน
- ผู้ใช้สิทธิ 9,537,093 คน
- ยอดการใช้จ่ายสะสม 43,330.80 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 22,156.50ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่าย 21,174.3ล้านบาท
- จังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ สงขลา ชลบุรี เชียงใหม่และนครศรีธรรมราช
ทวงสิทธิที่หายไป หลังระบบดีแทคล่ม
ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากการลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 2 คือ ผู้ลงทะเบียนบางส่วนไม่ได้รับรหัส OTP เพื่อลงทะเบียนได้ เนื่องจากระบบเครือข่ายของดีแทคล่ม จนทำให้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์พากันติดแฮชแท็ก #dtac และ #คนละครึ่งเฟส2 ติดเทรนด์ทั้งในไทยและของโลก ในเวลาราว 8.00 น. ที่ผ่านมา
ต่อมาผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ชี้แจงผ่านการโพสต์ข้อความผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ว่าระบบคอลเซ็นเตอร์ ดีแทคแอปพลิเคชั่น และการรับข้อความรหัส OTP รวมถึงการชำระเงินและเติมเงินขัดข้องชั่วคราว บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขปัญหา
ทว่า ผู้ที่พลาดสิทธิลงทะเบียนต่างตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบจากดีแทคที่ทำให้พวกเขาเสียสิทธิ



ด้านมูลนิธิผู้บริโภคได้ทวีตข้อความเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาดำเนินการเพื่อให้ดีแทคออกมาเยียวยาผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบ โดยสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ รายละ 3,500 บาท

ต่อมาเวลา 12.55 น. ดีแทคได้โพสต์ทวิตเตอร์อีกครั้ง ระบุว่าทุกระบบสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติและทางบริษัทจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการออกมาตรการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ
"ดีแทคเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและผลกระทบต่อลูกค้า และต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ทั้งนี้ ดีแทคพร้อมที่จะแสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศมาตรการชดเชยให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวต่อไป"
คาดเตรียมออกมาตรการชดเชยโดยเร็วที่สุด
หลังจากมีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนผ่านโซเชียลมีเดียว่าพลาดสิทธิ์การลงทะเบียนเพราะได้รับรหัส OTP ล่าช้า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เรียกตัวแทนของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทคเข้าชี้แจงสาเหตุที่เกิดขึ้น โดย นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์จากดีแทคอธิบายว่า ระบบการรับ OTP เกิดปัญหาล่มระหว่างเวลา 04.00 - 08.00 น. จึงทำให้ไม่สามารถรับกรองข้อมูลลูกค้าของตัวเองจากแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งดำเนินการโดยธนาคารกรุงไทย เพื่อเข้าระบบกลางของดีแทคได้ ดังนั้นดีแทคจึงไม่สามารถรับรู้ความต้องการของลูกค้าดีแทค และไม่สามารถนำส่งรหัส OTP มายังกลุ่มลูกค้าที่ลงทะเบียนคนละครึ่งได้
ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ทางหน่วยงานได้กำชับให้ดีแทคชดเชยให้แก่ประชาชนที่เสียสิทธิอย่างเหมาะสม

ที่มาของภาพ, กสทช.
นายนฤพันธ์บอกว่า ขณะนี้บริษัทกำลังประสานงานขอข้อมูลของจากธนาคารกรุงไทยเพื่อให้ทราบว่ามีผู้เสียสิทธิ์จำนวนเท่าไหร่ ผู้บริหารรายนี้บอกว่ามาตรการเยียวยาจะเป็นไปเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า แต่คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะต้องครอบคลุมตามระยะเวลาของโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 ซึ่งกระทรวงการคลังกำหนดระยะเวลาใช้จ่ายไว้ที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2564 อย่างไรก็ตาม อาจไม่สามารถชดใช้เป็นเงินสดให้ลูกค้า ได้แต่อาจออกมาในลักษณะของสิทธิพิเศษ เช่น ส่วนลดค่าบริการ ส่วนลดค่าเครื่อง หรือการให้บริการข้อมูล
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะให้สิทธิ์เป็นมูลค่า 3,500 บาทหรือไม่ เพราะต้องรอผู้บริหารระดับสูงพิจารณา ซึ่งจะแจ้งให้ทราบโดยเร็ว

ที่มาของภาพ, กสทช.
"ทั้งนี้ ทางบริษัทกำลังพิจารณาเรื่องการแสดงตนของลูกค้า ด้วยการถ่ายภาพหน้าจอที่แสดงผลการลงทะเบียนมา เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานในการรับการเยียวยา" นายนฤพนธ์อธิบาย
ปัจจุบัน ดีแทค เป็นผู้ประกอบการอันดับที่ 3 ของตลาดโทรคมนาคม โดยมีจำนวนลูกค้าทั้งหมด 18.6 ล้านราย
นายกฯ อ้างเป็นเจ้าของความคิด "คนละครึ่ง"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการโครงการคนละครึ่งว่า รัฐบาลจะพิจารณาดูว่างบประมาณเพียงพอหรือไม่และจำเป็นต้องทำต่อหรือเปล่า ส่วนจะมีระยะที่ 3 หรือ 4 ต่อไปหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 และสถานะทางการเงินการคลังของรัฐบาลด้วย
เมื่อถามว่าใครเป็นคนต้นคิดโครงการคนละครึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าเขาอยู่ในระดับนโยบาย เมื่อมีผู้เสนอโครงการให้รัฐจ่ายเงินให้ประชาชน เขาเห็นว่ารัฐไม่ควรจ่ายข้างเดียว ต้องมีการจ่ายสมทบจากฝั่งประชาชน จึงให้เจ้าหน้าที่ไปคิดรายละเอียดมาให้คุ้มค่า
นายกฯ กล่าวว่าเขาให้นโยบายว่าทุก 3 เดือนต้องมีโครงการช่วยเหลือประชาชนโดยคำนึงถึงว่าต้องรักษางบประมาณของรัฐให้นานที่สุด
"นายกฯ ทำงานอย่างนี้ ไม่จำเป็นต้องไปคิดข้างล่างเอง ไม่เช่นนั้นจะมีกระทรวงไว้ทำไม ผมบอกทุกอย่าง หนึ่ง-จ่ายตรงได้จ่าย สอง-ถ้าจ่ายตรงไม่ได้ ถ้าใช้งบประมาณสูงก็ต้องจ่ายสมทบ นี่คือหลักการของผม แต่จะทำอย่างไรก็ไปทำมา" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว









