รัฐประหาร: แจ้งความเอาผิดเลขาฯ คปส. ฐานเรียกร้อง "รัฐประหาร-ชัตดาวน์ประเทศ"

การออกมาประกาศต่อสาธารณะของนายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร เลขาธิการเครือข่ายประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (คปส.) เมื่อวันที่ 8 พ.ย. โดยเรียกร้องให้ "ชัตดาวน์ประเทศ" และ "รัฐประหาร" ก่อนที่เขาจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการทหารบก ในวันถัดมา เป็นเหตุให้เขาถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาใช้ให้ผู้อื่นกระทําความผิดฐานเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113

วันนี้ (11 พ.ย.) มีบุคคลอย่างน้อย 2 คน คือ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ตัวแทนภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และนายวรา จันทร์มณี เลขาธิการเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับนายกฤตย์

นายวิญญัติกล่าวถึงการเข้าแจ้งความว่า แม้ต่อมานายกฤตย์จะเปลี่ยนคำพูดหรือหลีกเลียงไม่ใช้คำว่ารัฐประหาร แต่วิธีการนำเสนอและคำพูดที่ระบุถึงการชัตดาวน์ การใช้กฎหมายพิเศษ หรือวิธีการพิเศษหรือทำอะไรก็ได้เพื่อให้ประเทศหยุดหรือชัตดาวน์ เป็นการแสดงออกชัดเจนถึงการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง หรือใช้วิธีการนอกรัฐธรรมนูญ

"มันเป็นวิธีการที่ต่อเนื่องทั้งการโพสต์เฟซบุ๊ก การแสดงออก การพูดจะเปลี่ยนแปลงยังไงก็ตาม ก็ถือว่ามันสำเร็จตั้งแต่วันแรกแล้ว" ทนายความตัวแทนภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าว

นายกฤตย์อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของเขาขณะยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ว่าไม่ได้เรียกร้องให้มีการก่อรัฐประหาร

เขากล่าวว่าการชัตดาวน์ การรัฐประหาร หรือการใช้กฎอัยการศึก "อาจจะเป็นวิธี เป็นช่องทาง " พร้อมย้ำถึงจุดยืนเพียงอย่างเดียวว่าจะปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไม่ได้โดยเด็ดขาด แต่ไม่ขัดข้องหากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือยกเลิกในส่วนของรัฐธรรมนูญ

"ชัตดาวน์ประเทศคือวิธีการอะไรก็ตาม อาจจะเป็นการออกมาของรัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ รวมถึงนักการเมืองทุกคน ไปบอกประชาชนในฐานราก ในชุมชนของตัวเอง ว่าหยุดเถิดนี่คือการชัตดาวน์" เขาขยายความ

ระหว่างการยื่นจดหมายเปิดผนึกที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายกฤตย์ยังได้ร่ำไห้ออกมาว่า "สิ่งที่ขยี้หัวใจชาวไทยส่วนใหญ่ คือการออกมาโพสต์ของ อานนท์ นำภา โดยรวมผมอ่านแล้ว ผมสะเทือนใจมาก... รวมถึงจดหมายที่ส่งถึงสำนักพระราชวัง"

ฐานความผิดของการแจ้งความ นายวิญญัติอธิบายไว้ว่าเขาได้ร้องทุกข์ทั้งหมด 4 ข้อหา คือ

  • ก่อให้ผู้อื่นด้วยการยุยงส่งเสริมให้เป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ประกอบ มาตรา 84
  • ยุยงทหารหรือตำรวจให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่หรือให้ก่อการกำเริบ ตามมาตรา 115 พฤติการณ์ข้อกล่าวหาจากการใชำคำว่า "ชัตดาวน์ประเทศ"
  • ทำให้ปรากฎต่อประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่ในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลฯ มาตรา 116 (1) เจตนาพิเศษเพื่อให้เปลี่ยนแปลง
  • ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) จากการโพสต์เนื้อหาดังกล่าวลงบนเฟซบุ๊ก

นายวิญญัติ กล่าวด้วยว่าการเข้าแจ้งความเลขาธิการ คปส. เพื่อเป็นการยืนยันว่าระบบการปกครองของบ้านเมืองและวิถีทางที่ถูกต้องที่ประชาชนเรียกร้องนั้นคือการปฏิเสธอำนาจเผด็จการหรืออำนาจที่ไม่ชอบธรรมนอกรัฐธรรมนูญ

ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นายวรา จันทร์มณี เลขาธิการเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม ได้เข้าร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับนายกฤตย์ กรณีออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการทำรัฐประหารหรือล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยในฐานความผิดเช่นเดียวกับที่นายวิญญัติหยิบยกมา

"ถึงเวลาที่เราจะกลบฝังการรัฐประหารให้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย เราต้องชัตดาวน์รัฐประหาร" นายวราระบุในแถลงการณ์

"ปัจจุบัน คนไทยต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากการที่เรามีผู้ทำรัฐประหาร รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาจากคณะรัฐประหาร เราจึงต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลงกลบฝังสิ่งปฏิกูลเลวร้ายที่บั่นทอนระบอบประชาธิปไตย ผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเร็วที่สุด" นายวราระบุ

เปิดข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ฐานความผิดที่นายวิญญัติและนายวรากล่าวหานายกฤตย์ มีดังนี้

  • มาตรา 84 ประมวลกฎหมายอาญา: ผู้ใดก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวานหรือยุยงส่งเสริม หรือด้วยวิธีอื่นใด ผู้นั้นเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิด
  • มาตรา 113 ประมวลกฎหมายอาญา: ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ (1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ (2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารหรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญหรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ (3)แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
  • มาตรา 115 ประมวลกฎหมายอาญา: ผู้ใดยุยงทหารหรือตำรวจให้หนีราชการ ให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่หรือให้ก่อการกำเริบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
  • มาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญา: ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นกำรกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (1)เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (2)เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3)เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี
  • มาตรา 14(3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์: นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา