ยูเอ็นเรียกร้องไทยยอมให้ชุมนุมโดยสันติ-ปล่อยตัวผู้ถูกคุมอย่างไม่มีเงื่อนไข

ที่มาของภาพ, EPA
คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับประกันเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการชุมนุมอย่างสันติและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้หยุดการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงโดยสันติ
คณะผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็น คือ นายเคลมองต์ วูเล ผู้ตรวจการพิเศษด้านสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสันติ, น.ส.ไอรีน ข่าน ผู้ตรวจการพิเศษด้านส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก และ น.ส.แมรี ลอว์เลอร์ ผู้ตรวจการพิเศษด้านสถานการณ์ของผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า
"การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเป็นหนึ่งในมาตรการรุนแรงล่าสุดที่มีเป้าหมายเพื่อปราบปรามการชุมนุมโดยสันติ และทำให้การแสดงความเห็นต่างเป็นสิ่งผิดกฎหมาย"
"เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยอมให้นักเรียนนักศึกษา กลุ่มผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาชนกลุ่มอื่น ๆ สามารถจัดการชุมนุมประท้วงได้โดยสันติ ประชาชนไทยควรได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นและแบ่งปันความเห็นทางการเมืองได้อย่างเสรี ทั้งในโลกออนไลน์และในโลกแห่งความเป็นจริงโดยไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย"

ที่มาของภาพ, Reuters
ถ้อยแถลงของยูเอ็นมีขึ้นหลังจากที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ "ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง" ในเขตกรุงเทพฯ รวมทั้งประกาศและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ที่ลงนามโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มีผลตั้งแต่ เวลา 12.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563
ยูเอ็นระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยถูกจับกุมแล้วอย่างน้อย 80 คน ในจำนวนนี้ 27 คนยังคงถูกคุมขัง บางรายถูกตั้งข้อหากระทำการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และจัดให้มี "การชุมนุมที่ผิดกฎหมาย" ขณะที่บางคนถูกตั้งข้อหาในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการใช้บัญชีโซเชียลมีเดียเชิญชวนให้มวลชนออกมาร่วมการชุมนุม ส่วนอีก 2 คนอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกตลอดชีวิต หลังถูกตั้งข้อหาประทุษร้ายต่อสมาชิกราชวงศ์

ที่มาของภาพ, EPA
"เรามีความกังวลอย่างยิ่งเรื่องที่ผู้ร่วมการชุมนุมประท้วงอย่างสันติถูกตั้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเราได้เคยแสดงความวิตกกังวลมาแล้วในอดีต"
ถ้อยแถลงครั้งนี้มีขึ้น หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น.ส.ราวินา ชัมดาซานิ โฆษกสำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยแสดงความกังวลเรื่องที่ทางการไทยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ชี้จะส่งผลเสียต่อการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน พร้อมแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่ทางการไทยสลายการชุมนุมและตั้งข้อหาหนักต่อผู้ร่วมการชุมนุมอย่างสันติ
คณะผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นยังเรียกร้องให้ทางการไทยปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมเพียงเพราะได้ใช้เสรีภาพขั้นพื้นฐานของตนเองโดยทันทีและโดยไม่มีเงื่อนไข
นอกจากนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นยังอ้างอิงถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ทางการใช้ "มาตรการฉุกเฉินที่รุนแรง" ต่อผู้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ เช่น การใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงในการสลายการชุมนุม โดยระบุว่า
"หน่วยงานความมั่นคงได้ใช้กำลังรุนแรงโดยไม่จำเป็นต่อผู้ประท้วงอย่างสันติ...ความรุนแรงดังกล่าวเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ลุกลาม แทนที่จะพยายามปิดปากกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างสันติ เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเปิดการเจรจาอย่างเปิดกว้างและจริงใจกับพวกเขาแทน"

ที่มาของภาพ, EPA












