ยูเอ็นเรียกร้องไทยยอมให้ชุมนุมโดยสันติ-ปล่อยตัวผู้ถูกคุมอย่างไม่มีเงื่อนไข

Protesters hold up posters of pro-democracy activist Wanchalerm Satsaksit during an anti-government protest in Bangkok, Thailand, 18 October 2020

ที่มาของภาพ, EPA

คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับประกันเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการชุมนุมอย่างสันติและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้หยุดการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงโดยสันติ

คณะผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็น คือ นายเคลมองต์ วูเล ผู้ตรวจการพิเศษด้านสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสันติ, น.ส.ไอรีน ข่าน ผู้ตรวจการพิเศษด้านส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก และ น.ส.แมรี ลอว์เลอร์ ผู้ตรวจการพิเศษด้านสถานการณ์ของผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า

"การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเป็นหนึ่งในมาตรการรุนแรงล่าสุดที่มีเป้าหมายเพื่อปราบปรามการชุมนุมโดยสันติ และทำให้การแสดงความเห็นต่างเป็นสิ่งผิดกฎหมาย"

"เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยอมให้นักเรียนนักศึกษา กลุ่มผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาชนกลุ่มอื่น ๆ สามารถจัดการชุมนุมประท้วงได้โดยสันติ ประชาชนไทยควรได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นและแบ่งปันความเห็นทางการเมืองได้อย่างเสรี ทั้งในโลกออนไลน์และในโลกแห่งความเป็นจริงโดยไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย"

Pro-democracy demonstrators attend an anti-government protest in Bangkok, Thailand October 18, 2020.

ที่มาของภาพ, Reuters

ถ้อยแถลงของยูเอ็นมีขึ้นหลังจากที่ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ "ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง" ในเขตกรุงเทพฯ รวมทั้งประกาศและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ที่ลงนามโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มีผลตั้งแต่ เวลา 12.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ยูเอ็นระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยถูกจับกุมแล้วอย่างน้อย 80 คน ในจำนวนนี้ 27 คนยังคงถูกคุมขัง บางรายถูกตั้งข้อหากระทำการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และจัดให้มี "การชุมนุมที่ผิดกฎหมาย" ขณะที่บางคนถูกตั้งข้อหาในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการใช้บัญชีโซเชียลมีเดียเชิญชวนให้มวลชนออกมาร่วมการชุมนุม ส่วนอีก 2 คนอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกตลอดชีวิต หลังถูกตั้งข้อหาประทุษร้ายต่อสมาชิกราชวงศ์

Riot police stand guard behind barbed wire road block during an anti-government protest in Bangkok, Thailand, 21 October 2020.

ที่มาของภาพ, EPA

"เรามีความกังวลอย่างยิ่งเรื่องที่ผู้ร่วมการชุมนุมประท้วงอย่างสันติถูกตั้งข้อหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเราได้เคยแสดงความวิตกกังวลมาแล้วในอดีต"

ถ้อยแถลงครั้งนี้มีขึ้น หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น.ส.ราวินา ชัมดาซานิ โฆษกสำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่นครเจนีวา ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยแสดงความกังวลเรื่องที่ทางการไทยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ชี้จะส่งผลเสียต่อการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน พร้อมแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่ทางการไทยสลายการชุมนุมและตั้งข้อหาหนักต่อผู้ร่วมการชุมนุมอย่างสันติ

คำบรรยายวิดีโอ, ยูเอ็น : "เรายังมีความเป็นห่วงอย่างยิ่ง เรื่องการตั้งหลายข้อหาร้ายแรง"

คณะผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นยังเรียกร้องให้ทางการไทยปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมเพียงเพราะได้ใช้เสรีภาพขั้นพื้นฐานของตนเองโดยทันทีและโดยไม่มีเงื่อนไข

นอกจากนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นยังอ้างอิงถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ทางการใช้ "มาตรการฉุกเฉินที่รุนแรง" ต่อผู้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ เช่น การใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงในการสลายการชุมนุม โดยระบุว่า

"หน่วยงานความมั่นคงได้ใช้กำลังรุนแรงโดยไม่จำเป็นต่อผู้ประท้วงอย่างสันติ...ความรุนแรงดังกล่าวเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ลุกลาม แทนที่จะพยายามปิดปากกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างสันติ เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเปิดการเจรจาอย่างเปิดกว้างและจริงใจกับพวกเขาแทน"

Pro-democracy protester holds a placard with a message "Free our friends" as they gather for an anti-government protest at Kaset Intersection in Bangkok,

ที่มาของภาพ, EPA