You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"มายด์ ภัสราวลี" ได้รับการประกันตัว หลังถูกจับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
น.ส. ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครและแกนนำกลุ่ม "ประชาชนปลดแอก" ได้รับการปล่อยตัวแล้วหลังจากศาลยกคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนและอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 20,000 บาท แต่ไม่ต้องวางเงินประกันเนื่องจากยังเป็นนักศึกษา
ภัสราวลีหรือ "มายด์" ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบราว 10 นาย แสดงตัวเข้าจับกุมที่ร้านกาแฟย่านราชวิถี เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. เมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) หลังจากเสร็จสิ้นการนำมวลชนหลายพันคนเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลาออก
"การจับกุมครั้งนี้ไม่ได้ทำให้หนูกลัว และบอกได้เลยว่าการจับกุมครั้งนี้ไม่ชอบธรรม เพราะพวกเขามาบุกจับหนูยามวิกาล การจับกุมแบบนี้จะต้องมีการแก้ไข ไม่สมควรที่จะต้องมีใครมาถูกกระทำแบบนี้อีก" ภัสราวลีให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังถูกแสดงหมายจับ
- กลุ่ม "ราษฎร" ไม่สน "ถอยคนละก้าว" ยัน "ประยุทธ์ต้องลาออก" จับแกนนำเพิ่ม
- ไม่รับปริญญา : "บัณฑิตของราษฎร" ปลุกกระแสเชิญชวนชาวธรรมศาสตร์ไม่เข้าหอประชุม
- ธงชัย วินิจจะกูล ชี้การเก็บหนังสือออกจากตลาดเป็นเรื่อง "ล้าสมัย"
- กระแสความนิยมหนังสือประวัติศาสตร์การเมืองในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เกี่ยวพันอย่างไรกับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย
เธอยอมรับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกออกหมายจับและถูกจับกุม แต่ก็ไม่กลัวและไม่กังวล "เรารู้ว่านี่เป็นเกมของรัฐบาลที่จะตัดทอนกำลังของเรา" ภัสราวลีกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนถูกตำรวจหญิงนำตัวขึ้นรถไป
เธอถูกควบคุมตัวไป สน. ลุมพินี เพื่อทำบันทึกการจับกุม จนกระทั่งเวลา 7.35 น. วันนี้ (22 ต.ค.) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ตำรวจได้แจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจากการจัดชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 15 ต.ค. จากนั้นตำรวจได้นำตัวขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลแขวงปทุมวัน
ก่อนเวลา 11.00 น. เล็กน้อย ศูนย์ทนายฯ รายงานว่าศาลแขวงปทุมวันได้ยกคำร้องขอฝากขังภัสราวลี และอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 20,000 บาท แต่เนื่องจากยังเป็นนักศึกษา จึงยังไม่ต้องวางเงินประกัน เมื่อผิดสัญญาประกันจึงจะจ่ายค่าปรับ
ศาลปล่อยตัวด้วยเหตุผลทางการศึกษา
ภายหลังถูกปล่อยตัว น.ส. ภัสราวลี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนพร้อมรอยยิ้มว่า วันนี้ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ต้องมีวางเงินหลักประกัน และไม่มีเงื่อนไข โดยศาลได้พิจารณาเห็นว่าคดีนี้เป็นโทษสถานเบา และตัวเธอเองยังเป็นนักศึกษาและอยู่ในช่วงสอบปลายภาค จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดูหนังสือเพื่อสอบเตรียมสอบปลายภาค ในขณะเดียวกันทนายของเธอก็ได้ยื่นเหตุผลในเรื่องการศึกษาด้วย
"ถือว่าได้รับความเป็นธรรม จริง ๆ แล้ว คดีนี้เป็นคดีที่มีโทษไม่เกินสองปี ถ้าตามกระบวนการจริง ๆ ไม่ควรจะต้องออกหมายจับก่อนแต่แรก พอมาขึ้นศาลแล้วก็ได้เห็นการไต่สวนที่เป็นธรรม ศาลได้เล็งเห็นว่าหนูยังเป็นนักศึกษาอยู่ การแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมือง ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนควรทำได้"
น.ส.ภัสราวลี เชื่อว่า ยังพอมีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่บ้างในสังคมไทย
ตั้งคำถามรัฐ เหตุใดจึงต้องเลือกจับกุมในยามวิกาล
อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวทางการเมืองรายนี้ กล่าวแสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ทำการจับกุมเธอเมื่อคืนที่ผ่านมา เพราะเป็นการบุกจับกุมยามวิกาล และใช้มอเตอร์ไซค์โฉบเข้ามาโดยไม่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและไม่มีการสวมเครื่องแบบของพนักงานเจ้าหน้าที่
"เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้หนูหยุด และบอกว่าอยากคุยกับหนู และไม่มีการแสดงหมายจับตั้งแต่แรก หนูมองว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจคงทำตามเจ้าหน้าที่ แต่นโยบายการจับกุมประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองในยามวิกาล หนูเชื่อว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่พยายามจับ(ประชาชน)แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนเช้าหนูมีสอบที่มหาวิทยาลัยและใช้ชีวิตตามปกติ เวลาตอนกลางวันเขาไม่จับ แต่เลือกมาจับตอนกลางคืน"
เธอมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมของพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่พวกเขาคงทำตามหน้าที่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้สั่งการนโยบาย และถึงเวลาที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสักที
"ไม่ควรที่ประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมืองผู้ใดต้องถูกกระทำแบบนี้" เธอกล่าว
"หมายจับแรก"
น.ส.ภัสราวลี กล่าวว่า การถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐครั้งนี้เป็นคดีแรกและคดีเดียวที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ แต่เธอก็ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อไป จนกว่าประชาธิปไตยจะเป็นของประชาชน
"สิ่งสำคัญนั้นก็คือ เมื่อวาน (21 ต.ค.) เราได้ยื่นข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลว่า ข้อหนึ่งคือ ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องลาออกและองคาพยพของเขาต้องลาออกทั้งหมด อย่างที่สอง คือต้องการให้รัฐบาลหยุดดำเนินคดีกับประชาชนที่เห็นต่างทางการเมือง และปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองก่อนหน้านี้"
เธอระบุว่า การใช้อำนาจของรัฐบาลไม่เหมาะสมและไม่ชอบธรรมเป็นอย่างมาก ที่ใช้อำนาจมาปิดปากปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน และเมื่อรัฐบาลนี้ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองตามแบบแผนที่ประชาชนต้องการ เพื่อประโยชน์ของประชาชน และประชาชนมีสิทธิมีเสียงพอที่จะพูด ออกมาเรียกร้องอะไรที่พวกเขาต้องการได้
กังวลใจเสรีภาพผู้ร่วมชุมนุมที่ยังถูกคุมขัง
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนอื่น ๆ ที่ยังคงถูกควบคุมตัวในเรือนจำ เธอบอกว่ามีความกังวลใจต่อเพราะไม่ทราบว่าขณะนี้เพื่อน ๆ มีสวัสดิภาพอย่างไรบ้าง
"หนูมองว่า การใช้กฎหมายกระทำต่อเพื่อนของเราแบบนี้ ไม่ชอบธรรมเลย พวกเราควรมีสิทธิที่จะได้พูดมีสิทธิที่จะได้เรียกร้องในสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่จะต้องได้รับ พวกเขาจะต้องได้รับสวัสดิภาพและเสรีภาพในการพูดมากกว่านี้ และไม่ควรถูกกระทำอย่างอาชญากร"
"มายด์" กับ "ม็อบ"
ภัสราวลี วัย 25 ปี เป็นนักศึกษาสาขาวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เกิดและเติบโตในสังคมชนชั้นกลาง พ่อแม่ประกอบอาชีพค้าขาย ความสนใจทางการเมืองของเธอเกิดขึ้นจากการได้เห็นภาพเหตุการณ์จับกุมนักศึกษาและนักกิจกรรมการเมืองที่ต่อต้านรัฐประหารหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ เมื่อปี 2558—หรือราว 1 ปีหลังรัฐประหารปี 2557 ภาพเหตุการณ์นั้นทำให้เธอตั้งคำถามว่าคนไทยมีสิทธิเสรีภาพแค่ไหน และประชาชนอย่างเธอมีอำนาจอะไรบ้างในประเทศนี้
การรวบตัวนายภาณุพงศ์ จาดนอก แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย พร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคนขณะชูป้ายประท้วง พล.อ. ประยุทธ์ ที่ลงพื้นที่ตรวจดูมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ได้กลายเป็นชนวนให้เกิดการชุมนุมประท้วงรัฐบาลลามไปทั่วประเทศ เริ่มจากการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 ก.ค. โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "เยาวชนปลดแอก"
จากนั้นก็มีการจัดชุมนุมทั้งในสถาบันการศึกษาและบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 3 ส.ค. กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตยซึ่งภัสราวลีเป็นแกนนำอยู่ ได้ร่วมจัดการชุมนุมภายใต้ธีม "แฮร์รีพอตเตอร์ เสกคาถาปกป้องประชาธิปไตย" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งได้กลายมาเป็นการชุมนุมครั้งประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นเวทีแรกที่นายอานนท์ นำภาได้พูดถึงการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในที่สาธารณะเป็นครั้งแรก ขณะที่กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มมอกะเสด ออกแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง ดังนี้
1.ให้ยกเลิกและแก้ไขกฎหมายที่มีผลเป็นการขยายพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อาจกระทบกับระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2.แก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้สอดคล้องกับระบบประชาธิปไตยและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน
3.ต้องรับฟังเสียงของนิสิตนักศึกษาและประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในขณะนี้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองให้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย
หลังจากนั้นภัสราวลีร่วมชุมนุมและขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม "ประชาชนปลดแอก"
ในวันที่ "คณะราษฎร 2563" ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ต.ค. ภัสราวลีได้ร่วมการแถลงข่าวด้วยในฐานะแนวร่วมของคณะราษฎร 2563 ซึ่งเป็นการชุมนุมที่ทำให้เธอถูกออกหมายจับเป็นครั้งแรกในชีวิต