You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
อภิรัชต์ คงสมพงษ์ บอกสื่อ "ต่อไปคงไม่ได้ให้ข่าว" หลังรับตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง
พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) บอกกับผู้สื่อข่าวสายทหารในงานเลี้ยงอาหารเที่ยง ก่อนเกษียณอายุราชการของเขา ขอให้สื่อมวลชนยึดความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวที่เป็นสาระและอยู่บนพื้นฐานแห่งความจริง
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่าตั้งแต่เข้ามารับราชการทหารจนเป็น ผู้บัญชาการทหารบก 2 ปี ได้รู้จักกับสื่อมวลชนมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ (พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด) ซึ่งในห้วง 30 กว่าปีที่ผ่านมา ได้สัมผัสกับสื่อหลายคน ยังจำภาพความเปลี่ยนแปลงทั้งทางทหาร ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการ "disruption" ในวงการสื่อ
"อยากให้สื่อมวลชน ยึดความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวที่เป็นสาระและอยู่บนพื้นฐานแห่งความจริง ส่วนการพาดหัวข่าวทั้งหลาย ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน ที่จะดึงดูดให้เว็บไซต์ เพจ หนังสือพิมพ์ ของตัวเองเพื่อเรียกคนดู เปรียบเหมือนการตลาดอย่างหนึ่ง"
ผบ. ทบ. คนที่ 41 กล่าวว่า การให้ข่าวของ ผบ.ทบ.ในอดีตได้พิจารณาถึงความสอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ส่วนตัวเขาเมื่อให้ข่าวก็มีทั้งคนชมและคนด่าอยู่เสมอ แต่ก็ "ชินแล้ว เพราะผมโดนมาเยอะ" ตั้งแต่เป็นผู้การ ผู้พัน โดนพาดหัวในสื่อหลายฉบับมาตลอด
"หลายอย่างที่พูดออกมา ก็เป็นวาทกรรม แต่ทุกอย่างนั้น หากนำไปคิดก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในชาติบ้านเมือง " ผบ.ทบ.กล่าว
รองเลขาธิการพระราชวัง
หลังเกษียณอายุราชการจากกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ จะไปรับตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวังระดับ สามัญ 11 คู่กับ และ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ตามคำสั่งสำนักพระราชวังที่ 182/2563 ลงวันที่ 12 ก.ย. เรื่องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติรับโอนข้าราชการทหารและข้าราชการพลเรือนสามัญ มาบรรจุเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นพิเศษเฉพาะราย ลงนามโดย พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า หลังจากเกษียณราชการไป เขาคงไม่มีโอกาสมาให้ข่าวสื่อ แต่ขอให้สื่อรักษาจรรยาบรรณจริยธรรม เป็นสิ่งที่เรายังต้องดำรงอยู่ไว้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อชนิดใดก็ตาม
"การรักใคร ชอบใคร ต้องคำนึงถึงมนุษยธรรมและสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประเทศชาติบ้านเมือง ที่มีอัตลักษณ์ของประเทศชาติ ที่ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง จะเชียร์หรือด่า ผมไม่เคยรู้สึกอะไร ไม่ได้โกรธหรือน้อยใจ"
ไม่เล่น เฟซบุ๊ก แต่ชวนสื่อดู The Social Dilemma
พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เขาไม่เล่นเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม แต่ติดตามโซเชียลมีเดียตลอด เพื่อดูถึงความเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง แต่โซเชียลมีเดียไม่สามารถถ่ายทอดความสัมพันธ์ของทหารได้
"ทหารสิ่งสำคัญมากที่สุดคือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดความรู้สึกของเราในฐานะผู้บังคับบัญชาผ่านทางแอพพลิเคชันใดก็ตามในโลก ที่จะทำให้ลูกน้องรู้สึกว่า เราดูแลเอาใจใส่เขา ได้เท่ากับที่เราลงไปทำจริง ๆ"
นอกจากนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ยังแนะนำผู้สื่อข่าวสายทหารให้ไปดูภาพยนตร์เรื่อง The Social Dilemma ทาง Netflix
The Social Dilemma เป็นภาพยนตร์แนวสารคดีชีวิตจริงบวกเรื่องที่แต่งขึ้น ผ่านบทสัมภาษณ์ของผู้บริหารและพนักงานที่ร่วมก่อตั้งสื่อสังคมออนไลน์ระดับโลก ที่ออกมาพูดถึงผลร้ายของการใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไป