You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
โฆษก ทบ. ขออย่าเชื่อมโยงความเห็นของ “ผู้พันเจี๊ยบ” กับกองทัพบก หลังเปรียบเปรย “เยาวชนปลดแอก” เป็น “ม็อบมุ้งมิ้ง”
นักกิจกรรมการเมืองและนักศึกษานัดชุมนุมหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เย็นวันนี้ เพื่อตอบโต้กรณีอดีตรองโฆษก ทบ. เรียกการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชนเมื่อวันเสาร์ว่า "ม็อบมุ้งมิ้ง"
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. กล่าวว่า "ยังไม่ทราบว่าจะมากันหรือไม่"
เวลา 17.00 น. นายอานนท์ นำภา ทนายความและนักกิจกรรมการเมือง นัดหมายประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้ไปชุมนุมและรับฟังการ "ปราศรัยเขย่ากองทัพบก" หน้า บก.ทบ. หลัง พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร นายทหารประจำกรมยุทธการทหารบก แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 18 ก.ค. เป็นรายข้อ
"ม็อบมุ้งมิ้งของน้อง ๆ เนี่ย ตีกันเอง ระแวงกันเองจน สลายชุมนุมกันเอง" พ.อ.หญิง นุสรา หรือ "ผู้พันเจี๊ยบ" โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อ 19 ก.ค. ก่อนลบข้อความทิ้งในวันเดียวกัน
พ.อ. วินธัยแถลงว่า การโพสต์ข้อความของ พ.อ.หญิง นุสรา เป็นการ "แสดงความเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนในสังคมไทย" และ "แสดงความห่วงใยในฐานะผู้ใหญ่" และปัจจุบันเจ้าตัวก็ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่รองโฆษก ทบ. จึงขอให้สังคมใช้วิจารณญาณในการบริโภคข่าวสาร และอย่าเชื่อมโยงประเด็นนี้กับองค์กร เนื่องจากในระยะหลังพบว่ามีบางกลุ่มบางบุคคลพยายามแสดงความเห็นต่อ ทบ. รวมถึงผู้บังคับบัญชาในลักษณะเชิงอคติและไม่เป็นธรรม เช่น กรณีข่าวใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีการโพสต์แสดงความคิดเห็นทำนองชี้นำปั่นกระแสให้เกิดภาพลบต่อผู้บังคับบัญชาและองค์กร
"กองทัพบกไม่ได้ห้ามกำลังพลโพสต์แสดงความคิดเห็นในเชิงที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ การไปห้ามเท่ากับไปทำให้เขาเสียสิทธิในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่งหรือไม่" พ.อ. วินธัยกล่าว
การชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ 18 ก.ค. ถือเป็นการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดหลังจากรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "เยาวชนปลดแอก" (Free Youth) และสหภาพ นักเรียน นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) เป็นโต้โผจัดกิจกรรม ทั้งนี้ผู้จัดการชุมนุมประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 2,000 คน
ผู้ชุมนุมประกาศว่าจะกลับมาชุมนุมอีกครั้งใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า หาก 3 ข้อเรียกร้องไม่ได้รับการพิจารณาจากรัฐบาล ได้แก่ 1. ให้นายกฯ ประกาศยุบสภา 2. หยุดคุกคามประชาชน และ 3. ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
อย่างไรก็ตามรองนายกฯ อย่างน้อย 2 คนได้ปฏิเสธจะให้ความเห็นต่อการตั้งข้อหาแกนนำจัดการชุมนุมโดยเฉพาะการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดย พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า "ต้องไปถามเจ้าหน้าที่ ถามผมไม่รู้หรอก" เช่นเดียวกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย บอกว่า "ไม่มีความเห็น"
สำหรับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นพื้นที่รอยต่อของสถานีตำรวจนครบาล (สน.) 3 แห่งคือ สน.สำราญราษฎร์ สน.นางเลิ้ง และ สน.ชนะสงคราม
ภายหลังการชุมนุมยุติลง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ทราบรายละเอียดตัวบุคคลว่ามีใครเข้าไปในพื้นที่บ้าง เข้าไปทำกิจกรรมอะไร เพื่อพิจารณาว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมโรคหรือไม่
ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ช่วงเช้าวันนี้ (20 ก.ค.)
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในส่วนกลางในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ทำให้เกิดการนัดหมายชุมนุมขับไล่รัฐบาลในอีกหลายพื้นที่ อาทิ ที่ จ.เชียงใหม่ และ จ. อุบลราชธานี
ขณะที่ในวันนี้นอกจากการจัดกิจกรรมทางการเมืองที่หน้า บก.ทบ. แล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้าจะมีการจัดกิจกรรมแสดงออก เพื่อคัดค้านการทำงานของรัฐบาลในอีกหลายจังหวัด