มหาเศรษฐีไทย : พิษเศรษฐกิจทำเศรษฐีไทยจนลง แต่ตระกูลเจียรวนนท์ยังรวยสุด

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ก้าวลงจากตำแหน่งประธานกลุ่มซีพีในปีพ.ศ. 2560

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายธนินท์ เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้งเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ก้าวลงจากตำแหน่งประธานกลุ่มซีพีในปีพ.ศ. 2560

ภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อทุกคนในสังคมไม่เว้นแม้แต่มหาเศรษฐี ล่าสุด นิตยสารฟอร์บส ประเทศไทย เปิดทำเนียบมหาเศรษฐีไทย 50 อันดับประจำปี 2563 เมื่อ 3 เม.ย. พบว่า บุคคลร่ำรวยที่สุดมีสินทรัพย์รวมกันลดลงถึง 2.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ราว 9 แสนล้านบาท ธุรกิจค้าปลีก-ท่องเที่ยวร่วง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความมั่งคั่งของบรรดามหาเศรษฐีลดลงกว่า 18% มาอยู่ที่ 1.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4.31 แสนล้านบาท คือ เศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปีที่ผ่านมาอันเป็นผลจากการส่งออกลดลงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยืดเยื้อ

แม้ที่ผ่านมารัฐบาลไทยจะประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยงบประมาณ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5.2 แสนล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่ต้องพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวนั้น กำลังถูกซ้ำเติมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั้งภาคการผลิต การส่งออก การท่องเที่ยว ภาคบริการ การเงินและการลงทุนต้องเผชิญภาวะชะงักงัน

ตระกูล "เจียรวนนท์" ยังยืนหนึ่ง

ฟอร์บสยังรายงานอีกว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทยยังทรุดหนักโดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปแล้วเกือบ 1 ใน 3 เทียบจากเดือนเมษายน 2562 เป็นผลให้มหาเศรษฐี 38 คนในทำเนียบมีทรัพย์สินสุทธิลดลง ในจำนวนนี้มี 6 คนที่ความมั่งคั่งลดลงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.26 หมื่นล้านบาท ขณะที่มีเพียง 8 รายชื่อเท่านั้นที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น

โดยภาพรวมของธุรกิจเกี่ยวกับค้าปลีกและท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ในขณะที่วิกฤตโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, โดยภาพรวมของธุรกิจเกี่ยวกับค้าปลีกและท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ในขณะที่วิกฤตโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้

กลุ่มพี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังครองตำแหน่งอันดับหนึ่ง แต่ว่าทรัพย์สินรวมกลับลดลง 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 2.73 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ส่วนอันดับที่สอง คือ นายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับโลกอย่าง Red Bull ร่วมกับตระกูลของเขา และเขายังเป็นหนึ่งใน 8 ผู้มีรายชื่อในทำเนียบที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น แม้ภาพรวมจะย่ำแย่ โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.99 หมื่นล้านเมื่อปีก่อน เป็น 2.02 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้

สำหรับอันดับที่ 3 คือนายเจริญ สิริวัฒนภักดี จากเครือไทยเบฟเวอเรจ ได้ขยับขึ้นมาในอันดับที่ 3 ด้วยทรัพย์สิน 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทว่าทรัพย์สินสุทธิของเขาลดลงจาก 1.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา

กลุ่มตระกูลจิราธิวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้บริหารธุรกิจโรงแรมและค้าปลีกรายใหญ่ หล่นจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้วมาอยู่ในอันดับ 4 ในปีนี้ ด้วยความมั่งคั่งที่ลดลงกว่าครึ่งไปอยู่ที่ 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินลดฮวบอีกคนคือ นายอาลก โลเฮีย นักธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 26 แต่ทรัพย์สินของเขาได้ลดลงจาก 2.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 1.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อราคาหุ้นบริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส ของเขาดิ่งฮวบลงถึง 57% ในช่วง 11 เดือนผ่านมา

เศรษฐีธุรกิจพลังงานมาแรง

ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกอยู่ในภาวะตกต่ำ แต่ฟอร์สบ์รายงานว่า มหาเศรษฐีจากวงการพลังงานของไทย 3 ใน 4 คนกลับมีทรัพย์สินงอกเงย ทั้งนี้เป็นผลจากการที่พวกเขาพุ่งความสนใจไปที่ก๊าซธรรมชาติและพลังงานทดแทน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการหันไปหาเชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น ในจำนวนนี้ มีนายสารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าของ บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ มีความมั่นคงมากขึ้นด้วยทรัพย์สินสุทธิ 6.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายฮาราลด์ ลิงค์ นักธุรกิจรุ่นที่ 3 แห่ง บ.บีกริม กรุ๊ป ก็มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 12% และเขาอยู่ในลำดับ 12 ของทำเนียบปีนี้ ส่วนอีกคนคือ นายวิระชัย ทรงเมตตา แห่งบริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ ผู้ผลิตพลังไฟฟ้าชีวมวล ที่สามารถไต่ขึ้นอันดับ 40 ในทำเนียบนี้เป็นครั้งแรก

ปีนี้ฟอร์บส์กำหนดทรัพย์สินสุทธิขั้นต่ำสำหรับผู้ที่จะมีรายชื่ออยู่ในทำเนียบที่ 460 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจาก 565 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2019

นายกฯขอมหาเศรษฐีไทยช่วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุในระหว่างแถลงทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่าเมื่อ 17 เม.ย. ว่า ในสัปดาห์หน้า เขาจะออกจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 คน เพื่อขอให้แบ่งปันความสามารถ ความฉลาดหลักแหลม รวมทั้งมุมมองอันมีวิสัยทัศน์มาช่วยกันจัดการกับวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ในวันนี้

หลังคำแถลงของพล.อ.ประยุทธ์ โลกทวิตเตอร์ ก็อื้ออึงไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ #รัฐบาลขอทาน กลายเป็นแฮชแท็กที่ขึ้นเทรนดิ้งอันดับหนึ่งในไทย

เป็นที่น่าสงสัยว่า รัฐบาลนี้จะอ้างอิงการจัดอันดับจากที่ไหน แต่หากมาจากนิตยสารฟอร์บสแล้ว พบว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกจัดอยู่ในอับดับ 16 ของประเทศ มีทรัพย์สินรวม 6.04 หมื่นล้านบาท

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า นายทักษิณ ผู้ซึ่งน้องสาวของเขา น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูก พล.อ.ประยุทธ์ ใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจการบริหารประเทศไปเมื่อ 22 พ.ค. 2557 จะได้รับจดหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ด้วยหรือไม่

ทักษิณ

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ฟอร์บสประเมินว่า ทักษิณ ชินวัตร มีทรัพย์สินราว 6.04 หมื่นล้านบาท จัดให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 16 ของไทย