ไวรัสโคโรนา : ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 120 ราย

ภาพประกอบ

ที่มาของภาพ, Getty Images

ผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย เป็นชายไทยอายุ 79 ปี ในจังหวัดชายแดนใต้ มีประวัติเดินทางไปมาเลเซีย และนักธุรกิจไทยอายุ 58 ปี ซึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอังกฤษ ทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็น 12 ราย

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ (1 เม.ย.) มีเพิ่มอีก 120 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อสะสม 1,771 ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 11 เป็นชาย อายุ 79 ปี อาศัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวาน ไตวายเรื้อรัง มีประวัติเดินทางไปงานแต่งที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 7 มี.ค. เริ่มมีอาการป่วยวันที่ 20 มี.ค. ต่อมาวันที่ 23 มี.ค.เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยนอก จนวันที่ 29 มี.ค. เข้ารักษาในโรงพยาบาล พบมีอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และมีอาการปอดอักเสบ จนเสียชีวิตในวันที่ 31 มี.ค.

ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่ 12 เป็นชายไทยอายุ 58 ปี เป็นนักธุรกิจที่เดินกลับจากประเทศอังกฤษ วันที่ 12 มี.ค. มีอาการป่วย เดินทางถึงไทยวันที่ 14 มี.ค. เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เสียชีวิตในวันที่ 31 มี.ค.

กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 51 ราย ได้แก่

  • กลุ่มสนามมวย 1 ราย
  • สถานบันเทิง 11 ราย
  • สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า 38 ราย
  • งานบุญมาเลเซีย 1 ราย

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 39 ราย ได้แก่

กลุ่มผู้เดินทางจากต่างประเทศ

เป็นคนไทย 6 ราย

  • เป็นคนไทยที่ไปร่วมพิธีกรรมทางศาสนา ที่อินโดนีเซีย 16 ราย

ต่างชาติ 2 ราย

  • กลุ่มผู้ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 14 ราย
  • กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 1 ราย

กลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อแต่อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค 30 ราย

ภาพประกอบ

ที่มาของภาพ, Getty Images

เตือนคนที่ยังเดินทางในกรุงเทพฯ เสี่ยงติดเชื้อทั้งสิ้น

นพ.ทวีศิลป์ ได้ระบุถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจำนวน 120 ราย ในวันนี้ (1 เม.ย.) เป็นผู้ติดเชื้อในกรุงเทพมหานคร 43 ราย รวมยอดสะสมในกรุงเทพฯ 850 ราย เมื่อใช้เกณฑ์โอกาสการติดเชื้อในเมือง ผู้ติดเชื้อ 1 คน สามารถแพร่เชื้อให้ 3 คน โดยประมาณ คนกรุงเทพฯ จึงต้องช่วยกันลดความเสี่ยงต่าง ๆ

"คนที่เดินทางอยู่ในกรุงเทพมหานคร มีความเสี่ยงทั้งสิ้นที่ท่านจะติดเชื้อจากคนเหล่านี้ และคนเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็คือเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอยู่แล้ว แต่ก็มีคนแวดล้อมคนเหล่านี้ 850 คูณประมาณสัก 2 เท่า ถึง 3 เท่าที่มีอัตราการแพร่เชื้ออยู่ จะทำให้ตัวเลขโดยมาตรฐานเพิ่มขึ้น ๆ.... เราไม่อยากเห็นตัวเลขของคน กทม. เพิ่มขึ้นคูณ 3 เข้าไปอีก"

หยุดอยู่บ้านอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องเพิ่มระยะห่างในบ้าน

นพ.ทวีศิลป์ ชี้ว่าตัวเลขผู้ป่วยช่วงปลายเดือน มี.ค. เพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงต้นเดือน มี.ค. หมายความว่ามาตรการของการให้อยู่บ้าน แต่ยังไม่เพิ่มระยะห่างของบุคคลในบ้าน ก็ยังทำให้ตัวเลขการติดเชื้อไม่ลดลง จึงต้องมีการเพิ่มระยะห่างระหว่างบุคคลไม่ต่ำกว่า 2 เมตรด้วย

"มีการรณรงค์ให้อยู่บ้าน กลับบ้าน แต่จำนวนการติดในบ้านไม่ลดลง ยังน่ากังวล"

กราฟิกประกอบ

ที่มาของภาพ, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)

โฆษก ศบค. กล่าวว่า ในกรณีการติดเชื้อในบ้าน หากบ้านใดมีสมาชิกในบ้านมากกว่า 1 คน นับว่ามีความเสี่ยงทั้งคู่ ซึ่งคนใดคนหนึ่งอาจมีโอกาสสัมผัสเชื้อจากกิจกรรมนอกบ้านทั้งสิ้น ดังนั้น การอยู่บ้านต้องหมั่นล้างมือบ่อย ๆ ยิ่งใส่หน้ากากอนามัยในบ้านได้ยิ่งดี นอนแยกกัน ช้อนใครช้อนมัน

ชี้จังหวัดที่ไม่เคยมีผู้ป่วยก่อนหน้า 2 สัปดาห์ ปรากฏผู้ติดเชื้อจากนอกพื้นที่

โฆษก ศบค. แถลงอีกว่า ในรายจังหวัดที่ก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์ไม่พบผู้ป่วยเลยจำนวน 13 จังหวัด แต่ขณะนี้พบเพิ่มขึ้นนั้น มีปัจจัยเสี่ยงมาจาก "คนนอกพื้นที่" โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่มีประวัติเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง ได้แก่ จ.ชุมพร นครพนม พิษณุโลก พะเยา หนองคาย อำนาจเจริญ มุกดาหาร ลำพูน นอกจากนี้ยังมาจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น การสัมผัสผู้ป่วยยืนยันนอกพื้นที่ การเดินทางกลับจากต่างประเทศ

line
สถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19. ติดเชื้อ: 4,026 เสียชีวิต: 60 หายแล้ว: 3,822. .

ในกรณีผู้ป่วยที่พบจากการเดินทางมาจากต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่มาจากประเทศฝั่งยุโรป สหรัฐอเมริกา ร่วมถึงปากีสถานที่มากขึ้นในช่วงหลัง โดยเจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนการกักกันซึ่งอาจไม่ได้มีการประกาศประเทศเสี่ยงเพิ่มเติม แต่มีการเฝ้าระวังเพิ่มทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังกลุ่มอื่น ๆ ที่มีตัวเลขที่น่าสนใจ

  • กลุ่มผู้ติดเชื้อที่เพิ่มจากมาตรการกักกันผู้เดินทางกลับ ตัวเลขยังพุ่งทะยานขึ้น
  • กลุ่มผู้ติดเชื้อจากงานบุญมาเลเซีย จำนวนเริ่มลดลง
  • มาตรการปิดสถานที่ชุมชนหรือลดปริมาณคน กราฟช่วงสุดท้ายของเดือน มี.ค. ยังสูงอยู่
  • กรณีสถานบันเทิง ผู้ติดเชื้อเพิ่มยังพุ่งทะยาน

โฆษก ตร. แจงการเคอร์ฟิวในบางจังหวัด

พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่ายังมีประชาชนบางส่วนยังไม่ปฏิบัติตามมาตรการรัฐที่ขอความร่วมมือ ทั้งการรวมกลุ่มมั่วสุม กักตุนสินค้า ทั้งแอลกอฮอล์ล้างมือและหน้ากากอนามัย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและริบของกลาง อีกทั้งเมื่อมีการปิดที่ชุมชนต่างก็มีการฝ่าฝืน อย่างกรณีการเปิดบ่อนไก่ช่อนกลางสวนยาง เป็นต้น

กรณี จ.นนทบุรี ขอความร่วมมือไม่ออกนอกเคหะสถาน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนที่ต้องมาทำงานในกรุงเทพฯ นั้น พล.ต.ท. ปิยะ ชี้ว่าเป็นการขอความร่วมมือในเวลา 22.00-05.00 น. ซึ่งไม่ใช่เวลาการทำงานโดยปกติ แต่ในกรณีบางจังหวัดเช่น แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีการประกาศปิด 100 % ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อนั้น ก็เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดที่บังคับใช้กฎหมายได้อย่างเคร่งครัด

"4 ทุ่มถึงตี 5 คงไม่มีบริษัทที่ไหนเปิด ศูนย์ราชการที่ไหนก็ไม่เปิด เพราะฉะนั้นคนจะเดินจะเดินทางต้องจำเป็นโดยแท้...ขนส่งปัจจัยสี่ ส่งยา คนป่วย อย่างนี้ไม่มีปัญหา" โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี จ.นนทบุรี

สำหรับจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้อำนาจขอความร่วมมือให้ประชาชนไม่ออกนอกเคหะสถานตามเวลาที่กำหนด มีอย่างน้อย 3 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน

การเว้นระยะห่างทางสังคมทั่วโลก

พญ.ปฐมพร ศิรประภาศิริ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ ชี้ว่าการเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นมาตรการที่ใช้กันเป็นวงกว้างในตอนนี้ ทั้งไม่ออกข้างนอกยามค่ำคืน ไม่เดินเกาะกันเป็นกลุ่ม และมีหลายประเทศที่ประชาชนไม่ทำตาม ซึ่งจะถูกดำเนินการทางกฎหมาย ทั้งในอิตาลี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี

การรณรงค์ทำความสะอาดมือเพื่อลดความเสี่ยงรับเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, การรณรงค์ทำความสะอาดมือเพื่อลดความเสี่ยงรับเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

มีบางประเทศขยับใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้น เช่นในตูนีเซีย ตำรวจใช้แก๊สน้ำตายิงใส่กลุ่มวัยรุ่นกว่า 40 คน ที่มีมาร่วมกิจกรรมแกะชน ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยม หรือการใช้กระสุนยางยิงใสบรรดานัดช็อปในแอฟริกา

โดยมีหลายประเทศที่ทำได้ดี เช่น สิงคโปร์ มีการกำหนดการเว้นระยะห่างทางสังคมทั้งการซื้อของ การรับประทานอาหาร และปิดโรงเรียน

ประยุทธ์เตรียมเรียกประชุมนัดพิเศษ 3 เม.ย.

ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เตรียมเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษช่วงเช้าวันที่ 3 เม.ย. เพื่อหารือวาระเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมนัดนี้จะเป็นการประชุมเต็มคณะที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ไม่ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มีวาระสำคัญ 2 เรื่องคือ

  • การรับฟังข้อมูลจากกระทรวงต่าง ๆ เพื่อออกเป็นมาตรการเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในระยะ 3 และ 4 ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. นี้
  • การหารือเรื่องงบประมาณ กรอบวงเงิน การจัดลำดับความสำคัญของโครงการต่าง ๆ รวมทั้งพิจารณาแหล่งที่มาของงบประมาณ

วิดีโอน่ารู้เกี่ยวกับไวรัสโคโรนา

ข้าม YouTube โพสต์ , 1
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์, 1

ข้าม YouTube โพสต์ , 2
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์, 2