ไวรัสโคโรนา : สธ.ขอให้คนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่-กักกันตัวเอง 14 วัน

วัดอุณหภูมิร่างกาย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟหัวลำโพงวัดอุณหภูมิผู้โดยสารก่อนขึ้นรถไฟเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.)

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศให้ผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ กลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและกักกันตัวเองอยู่ที่บ้าน 14 วันอย่างเคร่งครัด หลังจากพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ (23 มี.ค.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 122 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 721 ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก สธ.กล่าวว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เนื่องจากการเดินทางเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนาของแรงงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งก่อนและหลังจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ออกประกาศปิดสถานที่และสถานประกอบการชั่วคราว 26 ประเภท ระหว่างวันที่ 22 มี.ค.-12 เม.ย.

สำหรับผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว สธ.ขอให้ไปแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เจ้าหน้าที่ที่อำเภอ โรงพยาบาลในท้องถิ่นหรือสาธารณสุขจังหวัด และขอให้กักกันตัวเองอย่างเคร่งครัดเป็นเวลา 14 วัน โดยให้แยกตัวออกจากสมาชิกในครอบครัว งดใช้ข้าวเครื่องใช้หรือรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสสู่คนในชุมชน นพ.ทวีศิลป์กล่าว

ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข

คนซื้อตั๋วรถไฟ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะขอความร่วมมือแรงงานในกรุงเทพฯ งดเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในต่างจังหวัด แต่สถานีรถไฟหัวลำโพงยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยไปเข้าคิวซื้อตั๋วรถไฟ

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยืนยันวันนี้ 122 ราย เป็นผู้ติดเชื้อลำดับที่ 600-721 แบ่งเป็นกลุ่ม ดังนี้

กลุ่ม 1 ผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้า 20 ราย

  • สนามมวย 4 ราย ประกอบด้วย นักมวย เซียนมวย ผู้ปล่อยแถวนักมวย และผู้ชมซึ่งมาจาก จ.นนทบุรี นครปฐม อุบลราชธานี
  • สัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า 16 ราย

กลุ่ม 2 ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 ราย

  • ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 4 ราย เป็นคนไทย 2 รายที่เดินทางกลับจากกัมพูชาและเยอรมนี และชาวต่างชาติ 2 ราย สัญชาติสวิสและฝรั่งเศส
  • ผู้ที่อยู่ในย่านชุมชนที่มีคนหนาแน่นหรือทำงานใกล้ชิดนักท่องเที่ยว 6 ราย เป็นพนักงานในสถานบันเทิงและพนักงานขับรถ อยู่ใน จ.สุราษฎร์ธานี ร้อยเอ็ด ภูเก็ต และกรุงเทพฯ

กลุ่ม 3 ยืนยันการพบเชื้อแล้ว แต่รอสอบสวนโรค 92 ราย

จำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในต่างจังหวัดเพิ่ม "เท่าตัว"

ประเด็นที่ สธ.กำลังให้ความสำคัญและเป็นห่วงอยู่ขณะนี้คือจำนวนของผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าเกิดจากการติดเชื้อจากผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด เนื่องจากคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนวัยหนุ่มสาว ซึ่งเมื่อติดเชื้อแล้วมักจะไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย จึงไม่รู้ตัวว่าตัวเองติดเชื้อ ระหว่างการเดินทางหรือเมื่อถึงบ้านแล้วจึงแพร่เชื้อได้ หรืออาจได้รับเชื้อระหว่างการเดินทาง

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ที่น่าเป็นห่วงคือเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 127 รายในวันที่ 22 มี.ค. เป็น 236 รายหรือเกือบเท่าตัวในวันนี้ (23 มี.ค.)

กราฟแท่ง
คำบรรยายภาพ, กราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในต่างจังหวัด ที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด สธ. ย้ำว่าการเดินทางออกต่างจังหวัดในช่วงนี้มีความเสี่ยงทั้งเป็นผู้รับเชื้อและแพร่เชื้อ เนื่องจากหากเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะก็จะต้องอยู่ในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวกร่วมกันเป็นเวลานาน

"หลายคนเก็บข้าวของกลับบ้าน บอกว่าจะไปอยู่กับพ่อแม่คุณย่าคุณยาย ตรงนี้ต้องระวังนะครับ เพราะหากท่านติดเชื้อแล้วยังไม่รู้ตัว กลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดก็ไปคลุกคลีกับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ท่านอาจเป็นคนเอาเชื้อไปติด และหากติดเชื้อแล้ว ผู้สูงอายุเหล่านั้นมีโอกาสจะเสียชีวิตสูงมาก" นพ.ศุภกิจกล่าว

รองปลัด สธ.กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วง "เวลาทอง" กล่าวคือยังมีโอกาสที่จะควบคุมการระบาดและควบคุมไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูงมาก ๆ ได้หากประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของ สธ.

"พอมีคำสั่งปิดร้านอาหาร สถานประกอบการ ท่านก็ไปสุมหัว ตั้งวง ก๊งเหล้ากันที่อื่น ถ้าประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ วันหนึ่งรัฐอาจมีความจำเป็น...เราไม่อยากให้ไปถึงขั้นล็อกดาวน์ บังคับทุกคนให้อยู่ในบ้าน" นพ.ศุภกิจกล่าว