อธิบดีกรมการค้าภายในยื่นลาออกหลังถูกนายกฯ สั่งย้ายแบบฟ้าผ่าปมหน้ากากอนามัย

ที่มาของภาพ, BBC THAI/STR
อธิบดีกรมการค้าภายใน ยื่นลาออกจากราชการ หลังมีคำสั่งย้ายไปสำนักนายกฯ เจ้าตัวอ้างมีปัญหาสุขภาพ และอยากพักผ่อน ย้ำไม่เสียใจเพราะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว
จากกรณีการกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่เป็นประเด็นใหญ่เปิดโปงโดยเพจแหม่มโพธิ์ดำเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนเป็นเหตุให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้อธิบดีกรมการค้าภายในให้มาปฏิบัติหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี มีผลทันทีเมื่อวานนี้
ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 16 มี.ค. นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เดินทางมายังห้องประชุมกรมการค้าภายใน ชั้น 6 กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้นโยบายกับเจ้าหน้าที่พร้อมอำลาข้าราชการ จากรายงานได้มีการยื่นหนังสือลาออกจากราชการแล้ว โดยให้เหตุผลว่าต้องการพักผ่อนเพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นเวลา 6 เดือนก่อนกำหนดเกษียณอายุข้าราชการในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
โดยเมื่อวันที่ 15 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามคำสั่งโยกย้ายนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ระหว่างที่มีการตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัย
คำสั่งดังกล่าวระบุว่า
"เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กรณีมีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งสมควรมีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง โปร่งใสและเป็นธรรม ตลอดจนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การบริหารราชการของกรมการค้าภายใน ...นายกรัฐมนตรจึงมีคำสั่งให้นายวิชัย โภชนกิจ ตำแหน่ง อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดินทางสังกัดเดิม จนกว่าจะมีการตรวจสอบแล้วหรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง"
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาแต่งตั้งผู้รักษาการแทนอธิบดีกรมการค้าภายในด้วย
คำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้มีขึ้นหลังจากที่นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร ออกมาเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ากรมการค้าภายได้ในอนุญาตให้มีการส่งออกหน้ากากอนามัยระหว่างเดือน ม.ค.-ก.พ. จำนวนกว่า 330 ตัน ส่งผลให้นายวิชัยแจ้งความดำเนินคดีกับโฆษกกรมศุลกากรข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณานำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงมาเผยแพร่ออกสื่อ ทำให้ได้รับความเสียหาย

นายวิชัยแถลงข่าวชี้แจงเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ว่า การส่งออกหน้ากากอนามัยในเดือน ม.ค.2563 นั้นเกิดขึ้นก่อนที่หน้ากากอนามัยจะเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถห้ามการส่งออกได้ แต่หลังจากวันที่ 4 ก.พ.2563 เมื่อประกาศเป็นสินค้าควบคุม และมีมาตรการห้ามส่งออกแล้ว ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อพิจารณาการอนุญาตส่งออก
ผลการพิจารณาได้อนุญาตส่งออกในเดือน ก.พ. รวม 12.7 ล้านชิ้น จากที่ขอมาทั้งหมด 53.6 ล้านชิ้น และที่ให้ส่งออกได้กำหนดคุณสมบัติพิเศษ คือใช้ในทางการแพทย์ และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นสินค้าที่มีลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ และไม่สามารถนำมาใช้ในประเทศได้ รวมทั้งโรงงานผู้ผลิตที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะต้องผลิตเพื่อส่งออกทั้งหมด








