ไวรัสโคโรนา : นายกฯ เปลี่ยนแจกเงิน 2,000 บาทเป็นคืนเงินประกันมิเตอร์ค่าไฟบรรเทาวิกฤตโควิด-19

คณะรัฐมนตรีพิจารณาคืนเงินค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าประมาณ 3,000 บาทให้ประชาชนแทนการแจกเงินคนละ 1,000 บาทเป็นเวลา 2 เดือน

วันนี้ (9 มี.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง "มาตรการชุดที่ 1" ที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม. เศรษฐกิจ) เสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหญ่เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อน

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในมาตรการชั่วคราวที่เสนอให้แจกเงินให้ประชาชน 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือนนั้น จะยังไม่นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

"วันนี้ผมได้หารือกับกระทรวงพลังงานแล้ว เรื่องการจ่ายเงินคนละ 1,000 บาท จำนวน 2 เดือน ผมยังไม่จ่าย เอาไว้อีกระยะหนึ่ง ค่อยมาดู แต่วันนี้ได้พิจารณาจะคืนเงินให้ประชาชน เช่น ในเรื่องค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งจะมีการประกันอยู่มิเตอร์ละประมาณ 3,000 บาท รัฐจะคืนตรงนี้ให้ ซึ่งถือว่ามากกว่า 2,000 บาท จะได้ทุกบ้าน ยกเว้น ผู้ประกอบการขนาดใหญ่จะไม่ให้ คนที่จะได้คือผู้ที่มีบ้านเป็นของตัวเอง อย่างน้อยก็ประทังไปได้ 3,000 บาท ส่วนเงิน2,000 บาทเอาไว้ว่ากันภายหลัง ส่วนจะได้หรือไม่ได้ยังไม่รู้ ต้องขอไปดูเม็ดเงินก่อน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ อธิบายว่าเหตุที่ชะลอเรื่องการจ่ายเงินเพราะต้องคำนวณงบประมาณที่ต้องใช้ รวมถึงมาตรการลดผลกระทบอื่นๆ และไม่อยากถูกวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องการเมือง

นายกฯ กล่าวว่าขณะนี้การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่ 2 คือมีการติดต่อจากคนสู่คนในพื้นที่จำกัด ยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3 คือการแพร่กระจายของคนในประเทศ ส่วนเรื่องที่สังคมมีความกังวลว่าแรงงานที่กลับจากเกาหลีใต้จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างนั้น พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. รัฐบาลสามารถควบคุมได้ตั้งแต่ต้นทางคือตั้งแต่ขาออกจากเกาหลีใต้ เมื่อมาถึงไทยก็จะเข้าสู่ระบบกักกันโรค แต่ก่อนหน้าวันที่ 8 มี.ค. มีแรงงานที่กลับมาแต่หลบหนีการเข้ากระบวนการกักกันโรคจำนวนหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวอยู่

นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เตรียมพื้นที่ควบคุมโรคซึ่งเป็นสถานที่ปิดไว้กว่า 200 แห่ง ซึ่งมีระบบบริหารจัดการคล้ายพื้นที่กักกันโรคที่ฐานทัพเรือสัตหีบ

ยืนยันส่งหน้ากากอนามัยให้บุคลากรทางการแพทย์

นายกฯ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลนว่าจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าไทยมีกำลังการผลิตโดยประมาณเดือนละ 38 ล้านชิ้นที่ผลิตได้จาก 11 โรงงาน หรือเฉลี่ยวันละ 1.8 ล้านชิ้น ในจำนวนนี้ 8-9 แสนชิ้นจะจัดส่งให้บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก พร้อมกับย้ำว่าการกระจายหน้ากากอนามัยไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ มีสัดส่วนที่ชัดเจน รวมทั้งโรงพยาบาลเอกชนด้วย

"เท่าที่ดูตัวเลขตอนนี้ส่งไปครบถ้วน เพียงแต่จะเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่พอแล้วจะทำอย่างไร หลังแจกจ่ายไปให้บุคลากรทางการแพทย์แล้ว ในส่วนที่เหลือจะแจกจ่ายร้านค้าตามปกติ ซึ่งจะมีระบบส่งจากพ่อค้าคนกลางไปสู่ร้านค้า แต่วันนี้หลายร้านค้าไม่มีของ ก็ต้องไปดูว่าหายไปไหน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว พร้อมกับเปิดเผยว่าวันนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพื้นที่ 5 จุดที่ต้องสงสัยว่ามีการกักตุนหน้ากากอนามัย

กรมควบคุมโรคเล่าขั้นตอนการกักกันโรคแรงงานไทย

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วันนี้ว่า จำนวนผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 50 ราย ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล 16 ราย ในจำนวนนี้มีอาการหนัก 1 ราย กลับบ้านแล้ว 33 ราย เสียชีวิต 1 ราย

นพ. ธนรักษ์ อธิบายมาตรการรองรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางว่าแต่ละเที่ยวบินมีแรงงานไทยกลับจำนวนกี่คน และเมื่อเข้ามาที่สนามบินจะตรวจสอบข้อมูล และจัดโซนที่นั่งบนเครื่องบินเป็นสัดส่วน

เที่ยวบินที่มีแรงงานกลุ่มนี้เดินทางมา สายการบินจะแจ้งมายังการท่าอากาศยานซึ่งจะจัดให้มีจุดเทียบจอดโดยเฉพาะเพื่อให้ผู้โดยสารทั้งหมดเข้าสู่ระบบการคัดกรองตามมาตรฐาน โดยแรงงานไทยจะเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองทางช่องทางพิเศษ ก่อนที่จะคัดแยก และส่งต่อไปยังพื้นที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ เพื่อการป้องกันและกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน

นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานไทยที่เข้าสู่การกักกันโรคที่ฐานทัพเรือสัตหีบจำนวน 186 คน เป็นผู้ชาย 88 คน ผู้หญิง 98 คน มีกลุ่มที่ต้องดูแลพิเศษ 18 คน ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็กและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ในจำนวนนี้มี 8 คนที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงคือเมืองแทกูและคยองซังเหนือ

ส่วนการติดตามผู้สัมผัสกับนักศึกษาชายไทยจากอิหร่านซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยันลำดับที่ 47 นั้น มีผู้สัมผัสที่เสี่ยงติดเชื้อสูง 157 ราย ได้ดำเนินการติดตามตัว เฝ้าสังเกตอาการและเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยมีบางคนเดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว ส่วนที่อยู่ในประเทศไทยทีมสอบสวนโรคได้ตามตัวเพื่อเฝ้าระวังติดตามอาการว่าติดเชื้อหรือไม่