ภาพเขียนสีโบราณยะลา : นักโบราณคดีตั้งคำถามหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือเหมืองหิน สิ่งใดสำคัญกว่ากัน

ที่มาของภาพ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
- Author, สมิตานัน หยงสตาร์
- Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย
ผู้คนในแวดวงนักประวัติศาสตร์ และชาว จ.ยะลา ต้องตื่นตกใจไม่น้อย เมื่อราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศของกรมศิลปากรให้แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถานโดยลดพื้นที่ในเขตที่ดินโบราณสถานภาพเขียนสีเขายะลา ต.ลิดล-ต.ยะลา จ.ยะลา จากประมาณ 887 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ลงเหลือเพียง 697 ไร่ 75 ตารางวา
ประกาศฉบับนี้ลงวันที่ 30 ก.ย. 2562 และเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2563 ซึ่งนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี และหน่วยงานท้องถิ่น ได้ออกตัวคัดค้าน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าระหว่างความจำเป็นในการทำเหมืองหิน กับเหตุผลในการปกป้องหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สิ่งใดควรมาก่อนกัน

ที่มาของภาพ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
น.ส.วลัยลักษณ์ ทรงศิริ นักวิชาการจากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ อธิบายให้บีบีซีไทยฟังว่า "เขายะลา" หรือ"เขายะลอ" ตามคำเรียกของชาวบ้าน เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ของเส้นทางเดินระหว่างคาบสมุทรจุดสุดท้าย (ก่อนออกสู่ทะเล) ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังศึกษาค้นคว้าไม่จบสิ้น
ประกาศกรมศิลปากรลงนามโดยนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้นให้เหตุผลว่าเพื่อผ่อนคลายสภาวะขาดแคลนหินอุตสาหกรรมเพื่อใช้ในการก่อสร้าง และลดการก่อความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้
แต่ในฐานะนักวิชาการที่ทำงานศึกษาโบราณสถานในพื้นที่มากว่า 30 ปี น.ส.วลัยลักษณ์รู้สึกเสียดายหากเขายะลาจะต้องได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองหินในบริเวณใกล้เคียง โดยที่ไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างละเอียด

ที่มาของภาพ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
อนุมัติด้วยเหตุผลด้านเศรษฐกิจ
วานนี้ (6 มี.ค.) นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร คนปัจจุบันออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า กรมฯ ออกประกาศดังกล่าว เพราะมีการขอความร่วมมือทั้งจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ศูนย์อำนวยการบริหารส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงอุตสาหกรรม จังหวัดยะลา และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งในครั้งนั้นกรมศิลปากรพิจารณาแล้วเพื่อเหตุผลด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และความมั่นคงของประเทศ จึงให้ความร่วมมือ
นายประทีปกล่าวว่า การพิจารณาแก้ไขเขตพื้นที่ดังกล่าว "ยังอยู่ในเกณฑ์ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อแหล่งศิลปกรรมภาพเขียนสีเขายะลา"
อธิบดีกรมศิลปากรระบุด้วยว่า ประกาศฉบับนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนพื้นที่โบราณสถานให้เป็นแหล่งสัมปทานเหมืองหิน เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นแหล่งสัมปทานเดิมอยู่ก่อนแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปี ก่อนที่จะมีการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน และบริเวณดังกล่าวไม่ใช่ตำแหน่งที่ตั้งของแหล่งภาพเขียนสี

ที่มาของภาพ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
เมืองกึ่งกลางคาบสมุทร
น.ส.วลัยลักษณ์ นักวิชาการด้านโบราณคดีหญิง เล่าว่าในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พื้นที่ราบเชิงเขาสันกาลาคีรี ใน จ.ยะลาในปัจจุบัน เคยมีชุมชนโบราณตั้งอยู่เพราะบริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเดินทางข้ามคาบสมุทรระหว่างฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย บริเวณ "ทุ่งกาโล" ซึ่งเคยเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน ในละแวกใกล้เคียงยังเคยมีโคกเนินหลายแห่งแสดงหลักฐานว่าเคยเป็นพื้นที่ทำกิน
น.ส.วลัยลักษณ์อธิบายอีกว่า โบราณสถานและโบราณวัตถุที่พบในถ้ำเขาหินปูน ถ้ำพระนอน จ.ยะลา ยังชี้ว่าชุมชนโบราณนี้มีการรับพุทธศาสนาแบบมหายานและฮินดู เข้ามาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของการก่อตั้งคาบสมุทรมลายู-สยาม พื้นที่บริเวณนี้เปรียบเสมือนเป็น "พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์" และพบภาพเขียนสีจำนวนมาก

ที่มาของภาพ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
เขายะลา หรือ เขายะลอ
"ภาพเขียนสีดำ" และ "ภาพขี่ช้าง" ที่พบในเขายะลา คือเหตุผลสำคัญที่ น.ส.วลัยลักษณ์ เน้นย้ำว่าควรศึกษาค้นคว้าอย่างยิ่ง เพราะโดยปกติภาพเขียนสีที่พบมักมีสีแดงเป็นหลัก แต่บริเวณนี้กลับปรากฏเป็นสีดำ อีกทั้งยังมีภาพการขี่ช้างซึ่งไม่เคยปรากฏที่อื่นมาก่อน และแตกต่างจากภาพช้างที่กลุ่มชนเผ่าธรรมดามักใช้ในงานลากจูง หลักฐานนี้จึงอาจอธิบายความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมบริเวณดังกล่าวได้

ที่มาของภาพ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
เช่นเดียวกับนายทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล นักวิชาการโบราณคดี ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ให้ข้อมูลว่าเขายะลาเป็นภูเขาหินปูนลูกโดดทอดตัวตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของ จ.ยะลา มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร จุดที่กว้างที่สุดทางตอนใต้ ประมาณ 1 กิโลเมตร พบถ้ำและเพิงผาบนเขายะลาหลายแห่ง ตั้งแต่ส่วนตอนล่างของเขาไปจนถึงส่วนยอดที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบในลักษณะหุบเขา ปัจจุบันพื้นที่เขายะลาทางด้านทิศเหนือและตะวันออกบางส่วนถูกระเบิดทำลายจากการทำเหมืองหินปูน
"ในการสำรวจปี 51 ส่วนหัวเขาทางฝั่งทิศเหนือ มีการระเบิดเพื่อทำเหมืองอยู่แล้ว ส่วนทิศใต้มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ วิวสวย มีชุมชนอาศัยโดยรอบ ซึ่งน่าจะอยู่มากว่า100 ปีแล้ว" นายทนงศักดิ์เล่าประสบการณ์ครั้งมีโอกาสเขาไปสำรวจเขายะลา เมื่อปี 2551

ที่มาของภาพ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
การสำรวจบริเวณภายในพบแหล่งภาพเขียนสีบนผนังหินของเขายะลา 4 จุด คือ
- ภาพเขียนสีแดงบริเวณเพิงผาตอแล หรือตอลัง ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเขายะลา
- ภาพเขียนสีดำบริเวณโพรงถ้ำด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเขายะลา
- ภาพเขียนสีแดงบริเวณเพิงผาด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเขายะลา
- ภาพเขียนสีบริเวณด้านทิศใต้ของเขายะลา
นอกจากนี้ ยังพบแหล่งที่อยู่อาศัยชั่วคราวยุคก่อนประวัติศาสตร์ 2 พื้นที่ คือ
- บริเวณหุบเขาและโพรงถ้ำด้านตะวันตกของเขายะลา
- บริเวณหน้าเพิงผาภาพเขียนสีด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเขายะลา

ที่มาของภาพ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
"ภาพเขียนสีที่พบในเขายะลาส่วนที่เป็นสีแดงนั้น น่าจะมีอายุราว 2,000-3,000 ปี แล้ว แต่ส่วนที่เป็นสีดำนั้นเนื่องจากมีรายละเอียดของภาพค่อนข้างมาก จึงสันนิษฐานว่าเป็นช่วงสมัยประวัติศาสตร์แล้วครับ นอกนั้นยังพบโครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะ และเครื่องมือหินที่มีอายุไม่น้อยกว่า 5,000 ปีครับ" นายทนงศักดิ์กล่าว
ความกังวลของนักโบราณคดี
"การเดินทางข้ามคาบสมุทรทำให้เกิดบ้านเมืองเป็นสิ่งสำคัญมาก เรายังไม่ได้วิจัยเลยแต่จะระเบิดกันแล้ว คนในพื้นที่เองก็ยังไม่เคยเข้าไปถึงจุดนั้น เพราะเข้าไปยาก ช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมาแถบนั้นมีเหตุการณ์เยอะ ท่าสาป หน้าถ้ำ ถึงเขตยะลา มีความรุนแรงเยอะ" น.ส.วลัยลักษณ์ แสดงความกังวลว่าการแก้ไขพื้นที่เขตโบราณสถานครั้งนี้ จะทำให้หลักฐานที่สำคัญหายไปเสียหมด หรือบางส่วนก็อาจจะได้รับความเสียหายจากการระเบิดหินในบริเวณใกล้เคียง
ขณะที่ประกาศฉบับล่าสุดของกรมศิลปากรระบุว่า ภาพเขียนสีเขายะลายังคงสภาพเป็นโบราณสถานเหมือนเดิม และได้รับการปกป้องตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504








