ข่าวเด่น 2562 : รวม 4 เรื่องเอ็กซ์คลูซีฟบีบีซีไทย

บีบีซีไทยนำเสนอเรื่องราวที่เจาะลึกและเอ็กซ์คลูซีฟตลอดช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ทั้งการสัมภาษณ์พิเศษบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองภายหลังประเทศไทยมีการเลือกตั้ง ย้อนรอยคดีโจรกรรมข้ามชาติอันโด่งดัง ประวัติศาสตร์เหตุการณ์ล้อมปราบ 6 ตุลา 2519 และชีวิตของผู้ลี้ภัยการเมืองของไทยในต่างประเทศ

มาย้อนดูกันว่าข่าวสำคัญของบีบีซีไทยในปีนี้มีเรื่องอะไรบ้าง

ทักษิณ ชินวัตร กับ "ปรากฏการณ์ 8 กุมภาฯ" และ วาทะ "เราไม่เคยคิดดึงฟ้าต่ำ"

หลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. และงานแต่งงานของลูกสาวคนเล็ก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ฮ่องกง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รวมทั้งบีบีซีไทย

นอกจากเรื่องผลการเลือกตั้งแล้ว หนึ่งในเรื่องสำคัญที่บีบีซีไทยถามอดีตนายกฯ ผู้นี้ คือ การเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) หรือ "ปรากฏการณ์ 8 กุมภาฯ"

หลายฝ่ายเชื่อว่า เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการเสนอพระนามเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของ ทษช. แต่ทักษิณปฏิเสธเรื่องนี้โดยระบุว่า "ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง"

หลังพระราชโองการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่เป็นประหนึ่ง "โองการ" ยุติการเสนอชื่อบุคคลในราชวงศ์เข้าสู่การเมืองในอีก 13 ชั่วโมงต่อมา ข้อกล่าวหา "ดึงฟ้าต่ำ" ถาโถมไปยังนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ผู้พลัดถิ่น นายทักษิณปฏิเสธเรื่องนี้ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย

"เราไม่เคยคิดดึงฟ้าต่ำ เรามีแต่ยกฟ้าสูง แต่บังเอิญว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านทรงสละ ต้องมองให้ดีว่าท่านรักบ้านเมือง รักประชาชน ท่านอยากทรงเสียสละที่จะมาทำงานให้บ้านเมือง ในเมื่อว่าพระเจ้าอยู่หัวท่านบอกว่าไม่ได้ ไม่ได้ก็ท่านก็จบ ไม่ได้ ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น อย่าไปคิดว่าดึงฟ้าต่ำ คนที่ดึงฟ้าต่ำจริง ๆ ไม่ใช่ผมหรอก ผมมีแต่ยกย่องเทิดทูน แน่นอน"

30 ปี คดีเพชรซาอุฯ กับปากคำแรงงานไทยในวังซาอุฯ ผู้ก่อคดี

แม้จะผ่านมาสามทศวรรษ คดีเพชรซาอุฯ ก็ยังคงเป็นที่จดจำในสังคมไทย และทิ้งปริศนาสำคัญถึงการหายไปของ "บลูไดมอนด์" เพชรเก่าแก่หายากสีน้ำเงินขนาด 50 กะรัต ประจำราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย

บีบีซีไทยกลับไปย้อนเรื่องราวของคดีนี้ และคุยกับเกรียงไกร เตชะโม่ง ผู้เคยก่อคดีสะเทือนโลก ในวันที่เขากลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายตามปรารถนาในวัย 61 ปีที่ จ.ลำปาง บ้านเกิด

"ของกลางเราก็คืนไปหมดแล้ว แล้วเราก็อยู่ในเรือนจำชดใช้ความผิดที่เราได้ก่อไป จะให้เราไปขอโทษที่ซาอุฯ ก็คงไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าไปก็เท่ากับเราไปตาย"

เดือน ส.ค. 2532 เกรียงไกร เตชะโม่ง แรงงานไทยชาวลำปาง คนงานในพระราชวังของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด โจรกรรมเพชร ทอง และอัญมณี ช่วงที่เจ้าชายไฟซาลเสด็จไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ สื่อไทยรายงานว่าเขาขโมยเครื่องเพชรออกมาได้นับร้อยชิ้น น้ำหนักรวมกันกว่า 90 กก. รวมทั้ง "บลูไดมอนด์"

หลังเกิดเหตุ ซาอุฯ ติดต่อทางการไทยหาตัวผู้ก่อเหตุและส่งของมีค่าทั้งหมดคืน ในปี 2533 ตำรวจภายใต้การทำหน้าที่หัวหน้าชุดสืบสวนของ พล.ต.ท ชลอ เกิดเทศ สามารถจับกุมนายเกรียงไกรมาดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ได้สำเร็จ เขาให้การรับสารภาพ และถูกศาลตัดสินจำคุกนาน 3 ปี

แต่ทว่าคดียังไม่จบแค่นั้น เมื่อการตามหาเพชรของกลางที่หายไปกลับกลายเป็นมหากาพย์อันซับซ้อนและมีผู้คนล้มตายหลายชีวิต

เหตุการณ์ลอบสังหารนักการทูตซาอุฯ การฆาตกรรมสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ครอบครัวพ่อค้าเพชร และเพชรปลอมที่ทางการไทยส่งคืน ทำให้เพชรซาอุฯ เป็นคดีในตำนานที่สั่นสะเทือนความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ มาจนถึงทุกวันนี้

6 ตุลา : ภารกิจ "สืบต่อความทรงจำ" กับวาระ "รื้อคิดความเป็นไทย" ของ 2 ผู้รอดชีวิต

ผ่านมา 43 ปี สำหรับเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาและประชาชนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 6 ตุลา 2519 ทว่าประวัติศาสตร์หน้านี้ยังมืดมิด ไม่ถูกชำระสะสางอย่างจริงจัง ปริศนาที่ว่าใครคือผู้บงการยังไม่คลี่คลาย ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย จาก 45 รายยังไม่อาจระบุตัวตนได้

บีบีซีไทยสนทนากับ 2 ผู้มีประสบการณ์ตรงใน 6 ตุลา 2519 และเหตุการณ์ต่อเนื่อง คนหนึ่งคือ ศ. กิตติคุณ ดร. ธงชัย วินิจจะกูล แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ ม. วิสคอนซิน-แมดิสัน อดีตผู้นำนักศึกษาและผู้ปราศรัยคนสุดท้ายบนเวทีชุมนุม

"หยุดยิงเถิดครับ เราไม่มีอาวุธ เราชุมนุมอย่างสันติ" ธงชัยอ้อนวอนผ่านไมโครโฟนซ้ำไปซ้ำมา ขณะกำบังตัวอยู่ข้างหลังถังเหล็กที่ถูกแปรสภาพให้เป็นฐานเวทีปราศรัย

ภารกิจ "สืบต่อความทรงจำ" ของธงชัยกำลังถูกบันทึกลงในหนังสือซึ่งเขาตั้งชื่อภาษาไทยว่า "ลืมไม่ได้ จำไม่ลง" เตรียมตีพิมพ์เผยแพร่ในปี 2563

"สังคมไทยไม่เปิดให้มีการพูดคุยสะสาง ถ้ามีการพูดคุยสะสางกันอย่างสุด ๆ เลย สอบสวน และเรียกหาความยุติธรรม มันก็อาจจะจบลงสักวันหนึ่ง แต่อาจจะอยู่นานขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ผมคิดมาตลอด ก็คิดง่าย ๆ แค่ว่าก็สืบต่อความทรงจำนี้ให้นานที่สุด" ธงชัยระบุ

อีกคนคือ ศ.ดร. เกษียร เตชะพีระ แห่งคณะรัฐศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์ อดีต "สหาย" ที่เข้าป่าจับอาวุธ เพื่อให้ "ความทรงจำ" ของพวกเขาได้ส่งเสียง และเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้เกิด "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"อีก

"ผมคิดว่าการฆ่าหมู่ การเกลียดชังกันขนาดนั้นที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในหมู่คนไทยด้วยกัน มันต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางการเมืองวัฒนธรรมจำนวนหนึ่งที่หล่อเลี้ยงพยุงมันไว้ผลักดันมันไปให้ถึงจุดนั้น หน้าที่ผมคือรื้อสิ่งเหล่านี้ รื้อด้วยการเมืองวัฒนธรรม ให้การฆ่ากันแบบนั้นเป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้อีก"

ลี้ภัยการเมือง คนเห็นต่างหรือพวกหนักแผ่นดิน

ตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 เป็นต้นมา มีคนไทยไปลี้ภัยในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 100 คน ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีนักเคลื่อนไหวอย่างน้อย 6 คนที่หายตัวปริศนา อีก 2 คนกลายเป็นศพ ถูกคว้านท้องและยัดด้วยเสาปูน

บีบีซีไทยได้สืบค้นเรื่องราวของผู้ลี้ภัยไทยในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นวงดนตรีที่หนีการขู่สังหารไปยุโรป, แม่ผู้เฝ้ารอวันที่ลูกชายที่หายตัวปริศนาจะกลับบ้าน, นักเคลื่อนไหววัย 20 กว่าปีในเกาหลีใต้ผู้ทิ้งบ้านเกิดเพื่อเสรีภาพในการแสดงออก และนักข่าวในสหรัฐฯ ที่ขับอูเบอร์ไปด้วยเพื่อหาเงินมาผลิตรายการ

"ไฟเย็น" วงดนตรีที่เคยลี้ภัยอยู่ในลาวกว่า 5 ปี เพิ่งได้สิทธิลี้ภัยในฝรั่งเศสเมื่อต้นเดือน ส.ค. สมาชิกทั้ง 4 คนไม่มีหนังสือเดินทางไทยติดตัว แต่มาด้วยเอกสารอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษ (laissez-passer ในภาษาฝรั่งเศส) ซึ่งออกโดยสถานทูตฝรั่งเศสในประเทศต้นทาง ผ่านการประสานงานโดยโครงการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยนานาชาติ

พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยเสียงเพลงหลังการสลายการชุมนุมปี 2553 แล้วลี้ภัยไปลาวหลังรัฐประหารปี 2557 โดยสมาชิกส่วนใหญ่มีหมายจับฐานขัดคำสั่งให้ไปรายงานตัวของคณะรัฐประหารในนาม คสช. และฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

หนึ่งในสมาชิกยังเปิดเผยช่วงชีวิตที่ลี้ภัยอยู่ในลาวว่า กระบวนการขอลี้ภัยล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้บอกว่าไม่กลัว แต่สมาชิกวงก็แทบไม่ออกจากบ้านหากไม่จำเป็นจริง ๆ และเขาเชื่ออย่างปักใจว่าทางการไทยอยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของนักเคลื่อนไหวทั้ง 8 คน ตั้งแต่เริ่มมีเพื่อนนักเคลื่อนไหวหายตัวช่วงกลางปี 2559 ไฟเย็นเริ่มผลัดเวรกันเข้านอนเพราะเชื่อว่าพวกเขาจะเป็นเป้าถูกอุ้มฆ่ารายต่อไป

วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนศรีบูรพา เป็นอีกคนที่ลี้ภัยจากลาวไปยังฝรั่งเศส

หลัง "ภูชนะ" หรือ ชัชชาญ บุปผาวัลย์ เพื่อนร่วมบ้านในลาวกลายเป็นศพในแม่น้ำโขง และ สยาม ธีรวุฒิ คนที่เขาใกล้ชิด ผูกพันราวกับเป็นพ่อลูก หายตัวไปในเวียดนาม วัฒน์เป็นผู้ลี้ภัยไทยคนแรก ๆ จากกลุ่มผู้ลี้ภัยในลาวที่เดินทางหนีไปฝรั่งเศสได้สำเร็จก่อนที่ไฟเย็นจะตามมา ชีวิตระหกระเหินของวัฒน์เป็นภาพแทนอย่างดีของชะตากรรมนักเคลื่อนไหวในประวัติศาสตร์ที่ดูเหมือนจะเป็นวงจรซ้ำรอยอย่างไม่จบไม่สิ้น