รัฐธรรมนูญ 2560 : สภาผู้แทนฯ ยกมือเอกฉันท์ 445 เสียง ตั้งกมธ. 49 คน ศึกษาแก้ รธน. ใช้เวลา 120 วัน

ประชุมสภา

ที่มาของภาพ, STR/BBC Thai

สภาผู้แทนฯ ยกมือเอกฉันท์ 445 เสียง ตั้งกมธ. 49 คน ศึกษาแก้ รธน. ใช้เวลา 120 วัน นัดประชุมครั้งแรก 24 ธ.ค.

18 ธ.ค. ในวาระพิจารณาญัตติด่วน ให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 โดยผลการลงมติเป็นไปอย่างเอกฉันท์ มีผู้งดออกเสียง 3 เสียง คือ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ, นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง และ นายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาฯคนที่สอง

ก่อนการลงมติ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ฐานะผู้เสนอญัตติด่วน อภิปรายปิดท้ายว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และวิกฤตที่จะเกิดในอนาคต รวมถึงแก้ไขเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จำเป็นต้องอาศัยความมั่นคงของหลักนิติธรรม และเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ หากไม่แก้ไขต่อให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับมา หรือมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหลายคนไม่มีทางแก้ไขได้หากไม่ได้รับความเชื่อมั่น

"หากแก้ไม่ได้ หรือแก้ยาก จะเกิดสงครามการเมือง แก้โดยสันติไม่ได้ สิ่งที่จะเกิดคือรัฐประหาร ที่อ้างว่าเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นข้ออ้าง เราต้องแก้ไขก่อน ทั้งนี้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปตามความต้องการประชาชน และเพื่อให้เกิดการยอมรับต้องให้ประชาชน จึงเสนอตั้งกมธ.วิสามัญฯศึกษาแนวทางแก้อย่างไร และแก้ไขเมื่อใด"

ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายปิดส่วนของญัตติพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ปัญหาของรธน. 2560 มี 3 ประเด็น คือ

1.ความล้มเหลวของระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม

2.พรรคการเมืองอ่อนแอ

3.ขาดเนื้อหาพัฒนาประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งปัญหาของรัฐธรรมนูญทำให้เกิดความล่าช้าของการประกาศผลเลือกตั้ง , ปัญหาการคำนวณส.ส.พึงมี,สมาชิกภาพของส.ส.ที่ไม่แน่นอน มีพรรคการเมืองจำนวนมากทั้งในรัฐสภาและในรัฐบาล, จัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ส่งผลต่อการทำงานตามนโยบาย, ร่างกฎหมายงบประมาณ รวมถึงเกิดรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำมากที่สุด ซึ่งทำให้เกิดความล้มเหลว

"เงื่อนไขของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ขัดหลักการการแก้ไขโดยใช้เสียงข้างมาก เพราะต้องใช้เสียงสนับุสนุนจากพรรคฝ่ายค้าน ถึงร้อยละ 20 และ ใช้เสียของส.ว.จำนวน 84 เสียงจากเดิมที่เนื้อหาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขียนในรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับจะใช้หลักการเสียงข้างมากเกินครึ่ง, 2 ใน3 หรือ 3 ใน4 ของสมาชิกสภาฯ เท่านั้น"

ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ฐานะผู้เสนอญัตติ อภิปรายด้วยว่าตนยินดี หากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานกมธ. เพราะจากการทำงานร่วมกันใน กมธ. กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เป็นไปด้วยดี และเชื่อว่าจะทำให้การศึกษาแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้า ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจมีปัญหาที่ต้องใช้เสียง ส.ว. 84 เสียง ดังนั้นขอให้สภาฯ เร่งกดดันให้ส.ว.เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และสร้างกระแสสนับสนุนจากประชาชน เพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญ ที่ตนมองว่าเป็นระเบิดเวลา มีปัญหาจนนำไปสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญด้วยการรัฐประหารหรือลุกฮือของประชาชน

รายชื่อ กมธ.วิสามัญฯ ที่เสนอโดยพรรคการเมืองต่างๆ และน่าจับตา ได้แก่

- นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และผู้บริหารสื่อเครือเนชั่น

- นายพีระพันธุ์ ผู้ที่เพิ่งลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าถูกวางตัวเป็นประธานกมธ.

- นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งเคยปฏิเสธการเข้าร่วม

- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอดีต กรธ.

- นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.)

พรรคฝ่ายค้าน

- พรรคเสรีรวมไทย เสนอ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

- พรรคประชาชาติ เสนอ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค

- พรรคเพื่อไทย เสนอ นายชัยเกษม นิติศิริ, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายโภคิน พลกุล, นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา, นายวัฒนา เมืองสุข, นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นต้น

- พรรคอนาคตใหม่ เสนอชื่อ นายปิยบุตร, นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และมีสัดส่วนบุคคลภายนอก ได้แก นายเอกพันธ์ ปิณฑวณิช ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนศึกษาและสันติภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล, นายบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ก่อนหน้านี้ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมเสนอชื่อ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ตามมติของกลุ่มนักศึกษาที่เข้าร่วมเวทีเสวนาแก้รัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้านนั้น แต่ไม่พบการเสนอชื่อดังกล่าว