เลือกตั้งอังกฤษ : เมื่อประชานิยมซ้าย ไม่สามารถเอาชนะเสียงข้างมากของ เบร็กซิท

ผลการเลือกตั้งครั้งของสหราชอาณาจักร ซึ่งนับคะแนนเสร็จแล้วรวม 650 เขต ชี้ว่า พรรคคอนเซอร์เวทีฟภายใต้การนำของนายบอริส จอห์นสัน ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย โดยได้ที่นั่งรวม 365 เพิ่มจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2017 จำนวน 47 ที่นั่ง สอดคล้องกับผลสำรวจหน้าคูหาเลือกตั้ง (เอ็กซิทโพล) จัดทำขึ้นสำหรับบีบีซี สถานีโทรทัศน์ไอทีวี และสกายนิวส์ ซึ่งออกมาหลังปิดหีบเลือกตั้ง

ผลการเลือกตั้งคราวนี้ สร้างสถิติใหม่หลายเรื่องของการเมืองอังกฤษ ประเทศหนึ่งที่ถือเป็นแม่แบบประชาธิปไตยของโลก ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ ได้แก่

คอนเซอร์เวทีฟ : นโยบายหลักของ นายบอริส จอห์นสัน ในการหาเสียงครั้งนี้ คือ ผลักดันให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ให้สำเร็จ หรือ Get Brexit Done ทำให้ พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ได้คะแนนเสียงท่วมท้น มากกว่าผลการเลือกตั้งปี 2017 และถือว่าประสบความสำเร็จที่สุดนับตั้งแต่ปี 1987 แม้ประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวนมากที่เคยลงประชามติต้องการออกจากอียู ก็มายกมือให้กับผู้สมัครพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

เลเบอร์ : ความไม่ชัดเจนทางจุดยืนของ พรรคเลเบอร์ ในเรื่อง เบร็กซิท และ นโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคมของพรรคที่นำเสนอระหว่างการหาเสียง ที่ถูกมองว่า "ซ้ายสุดโต่ง สังคมนิยมสุดขั้ว" ทำให้พรรคอันดับ 2 เข้าสู่ภาวะ "ตกต่ำที่สุด" นับจากปี 1935 นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรค แถลงยอมรับว่า "เป็นค่ำคืนที่น่าผิดหวังสำหรับพรรคเลเบอร์" และประกาศ "จะไม่เป็นผู้นำพรรคเข้าสู่สนามเลือกตั้งในอนาคต"

ลิเบอรัลเดโมแครต : พรรคอันดับ 4 ของประเทศ จากการเลือกตั้งปี 2017 และครั้งนี้ ชูนโยบาย ยกเลิกผลประชามติเบร็กซิทปี 2016 แล้วอยู่กับอียูต่อไป หากพรรคได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยจะจับมือกับ พรรคไพลด์คัมรีที่มีฐานคะแนนอยู่ในแคว้นเวลส์ และพรรคกรีน แม้นพรรคนี้พยายามใช้โซเชียลมีเดียเจาะกลุ่มคนหนุ่มสาว แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย ทำให้นางโจ สวินสัน หัวหน้าพรรค ต้องเสียที่นั่งในเขตเลือกตั้งของเธอ โดยพ่ายแพ้ให้แก่ผู้สมัครจากพรรคเอสเอ็นพีจากสกอตแลนด์ไปเพียง 149 คะแนน อีกทั้งที่นั่งรวมของพรรค หายไป 1 เหลือเพียง 11 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ชาตินิยมสกอตแลนด์ : ชื่อย่อคือ เอสเอ็นพี มีฐานเสียงอยู่ในสกอตแลนด์ ซึ่งผลการลงประชามติเบร็กซิทปี 2016 สกอตแลนด์ต้องการอยู่กับอียูต่อไป หัวหน้าพรรคนี้ คือ นางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ ผู้ชูนโยบายหาเสียงคือ สกัด เบร็กซิท ไม่ให้ คอนเซอร์เวทีฟ และ บอริส จอห์นสัน พาสหราชอาณาจักรออกจากอียูได้สำเร็จ เธอประกาศว่า หากนายจอห์นสันเดินหน้าทำเบร็กซิทให้สำเร็จ สกอตแลนด์ก็จะจัดลงประชามติรอบ 2 เพื่อขอแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร ด้วยนโยบายนี้ ผลการเลือกตั้งล่าสุด เอสเอ็นพีได้เก้าอี้เพิ่ม เป็น 48 จากคราวที่แล้ว ที่ได้เพียง 35 ต้องจับตาว่า เธอจะเดินเกมเรื่อง ประชามติรอบ 2 เพื่อขอแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรอย่างไร

มาดูกันว่า นักวิเคราะห์ไทย และ อังกฤษ มองผลการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างไร

ลี โจนส์ อาจารย์ด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แห่ง วิทยาลัยควีนแมรี แห่ง มหาวิทยาลัยลอนดอน บอกว่า บทเรียนสำคัญที่ทุกชาติสามารถเรียนรู้ได้จากผลการเลือกตั้งอังกฤษครั้งนี้ คือ ผลการออกเสียงตามกระบวนการประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องให้เกียรติและยอมรับ ไม่ว่าคุณชอบผลลัพธ์นั้นหรือไม่ก็ตาม พรรคเลเบอร์พ่ายในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะไม่ยอมรับผลลัพธ์ของประชามติเบร็กซิท

ต้นทุนของการไม่ให้เกียรติและยอมรับกระบวนการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนเห็นได้ชัดเจน และเป็นบทเรียนที่หลายฝ่ายในอังกฤษจำเป็นต้องเรียนรู้ด้วย

ผลลัพธ์ของการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบทเรียนให้กับพรรคลิเบอรัลเดโมแครตด้วย ที่กลายเป็นพรรคที่ต่อต้านประชาธิปไตยมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้

สมชัย สุวรรณบรรณ อดีตหัวหน้าแผนกวิทยุบีบีซีภาคภาษาไทย และ อดีตผู้อำนวยการไทยพีบีเอส มองว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และโปร่งใส สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังปิดหีบ ไม่ใช่ 3 เดือน เหมือนในบางประเทศ

บทบาทของโซเชียลมีเดียที่มีอิทธิพลต่อผู้มีสิทธิออกเสียงมากขึ้น ส่งผลให้นักการเมืองไม่ให้ความสำคัญต่อสื่อดั้งเดิม เช่น โทรทัศน์ ดั่งในอดีต ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ บอริส จอห์นสัน เลือกที่จะไม่มาให้สัมภาษณ์กับ ผู้ดำเนินรายการชื่อดังของบีบีซีซึ่งมีฉายา "ร็อตไวเลอร์" หรือ การไปแอบซ่อนตัวอยู่ในห้องเย็น ไม่ออกมาให้ทีมข่าวของไอทีวีสัมภาษณ์สดผ่านรายการช่วงเช้าตรู่

วิโรจน์ อาลี อาจารย์ด้านเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ว่า

คนไทยได้เห็นว่าแม้กระบวนการเบร็กซิท จะสลับซับซ้อนและ สร้างความขัดแย้งที่ค่อนข้างรุนแรง (สังเวยนายกรัฐมนตรี 2 คน ผ่านการเลือกตั้ง 3 ครั้ง) แต่ระบบการเมืองอังกฤษยังคงมุ่งเน้นการใช้กระบวนการเลือกตั้งเป็นทางออกในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง เพื่อให้ฝ่ายตนได้รับความชอบธรรมในการขับเคลื่อนนโยบาย ทำให้เห็นว่าประชาธิปไตยยังคงทำงานได้

อย่างไรก็ดี "ประชานิยมขวา" ในอังกฤษสามารถใช้กระแสชาตินิยม และการเมืองของอารมณ์ ขับเคลื่อน วาระทางการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมิได้อ่อนกำลังลงไปอย่างที่นักวิชาการหลายคนให้ความเห็น แม้ว่าบอริสจะถูกวิจารณ์อย่างหนักจากนักการเมืองและสื่อ ในแง่นี้การทำความเข้าใจต่อความรู้สึกนึกคิด การรับรู้ข้อมูลข่าวสารและอุดมการณ์ของผู้ลงคะแนน โดยเฉพาะฝ่ายอนุรักษ์นิยม เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาอย่างละเอียด

การเติบโตขึ้นมาของกระแสซ้ายใหม่ อย่างที่เห็นในอเมริกา กลับไม่ได้รับความนิยมในสหราชอาณาจักร และชี้ให้เห็นว่า กรณีอุดมการณ์และนโยบาย "ซ้ายตกขอบ" และความไม่ชัดเจนในจุดยืนเรื่องเบร็กซิท ในกรณีของ คอร์บิน สะท้อนออกมาในผลการเลือกตั้งที่พรรคเลเบอร์พ่ายแพ้ย่อยยับ แพ้แม้กระทั่งเขตเลือกตั้งหรือในหมู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เคยเลือกพรรคเลเบอร์ สะท้อนกระแสไม่เอาคอร์บินยิ่งกว่าไม่เอาเบร็กซิท ในนโยบายที่ใช้หาเสียง ของพรรครอบนี้ มีเรื่องก้าวหน้าหลายประเด็น แต่เรื่องใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งนี้คือเรื่องเบร็กซิท ซึ่งพรรคไม่ชัดเจน แต่นำเสนอว่าจะให้ทำประชามติใหม่ ไม่พอ และรอบนี้หาเสียงกับคนรุ่นใหม่น้อยมาก เมื่อเทียบกับครั้งก่อน

วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักวิชาการไทย ที่วิทยาลัยโซแอส แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน เห็นว่า ผลเลือกตั้งครั้งนี้ในทางหนึ่งตีความได้ว่าประชาชนต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ แม้ผู้คนในสังคมจะมีความเห็นแตกต่างกันมากเรื่อง เบร็กซิท แต่เมื่อเสียงข้างมากได้มีมติตัดสินใจออกจากสหภาพยุโรป และแม้มีเสียงข้างน้อยจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว แต่มาวันนี้มีเสียงข้างน้อยจำนวนไม่น้อยที่พร้อมเดินหน้าเคารพมติเสียงข้างมากโดยเปลี่ยนการลงคะแนนเสียง

เห็นได้จากฐานเขตเลือกตั้งที่เคยครองโดยพรรคเลเบอร์ พลิกกลับมาเลือกคอนเซอร์เวทีฟ แสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการรัฐบาลมีเสถียรภาพเดินหน้าจัดการปัญหาของประเทศต่อไปได้ และเบื่อหน่ายกับสภาพรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำที่ไม่สามารถบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลับมามองประเทศไทย น่าคิดว่าเรามีเสียงข้างน้อยพร้อมจะเคารพมติเสียงข้างมากเพื่อให้มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพเดินหน้าจัดการปัญหาของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเราอยู่ในสภาพกลับตาลปัตรที่เสียงข้างน้อยอยู่เหนือเสียงข้างมากและนำมาสู่รัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพที่ดำรงอยู่ได้ด้วยเพียงอำนาจอื่นที่ไม่ได้มาจากมติประชาชนหรือไม่