ประชุมสภา : รัฐบาล “พลิกโหวต” คว่ำญัตติตั้ง กมธ. ศึกษาผลกระทบ ม. 44

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สภาผู้แทนราษฎรมีมติด้วยคะแนนเสียง 244 ต่อ 5 "ไม่เห็นชอบ" ให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 และงดออกเสียง 6
นี่ถือเป็นการที่รัฐบาลสามารถ "พลิกมติ" เดิมของสภาได้สำเร็จ โดยที่ฝ่ายค้านประกาศว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีประธานสภาสั่งให้ "ลงคะแนนใหม่" ไม่ใช่ "นับคะแนนใหม่"
ขณะเดียวกันมี ส.ส.ฝ่ายค้านจาก 4 พรรคการเมืองได้ "แหกมติ" คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ด้วยการอยู่เป็นองค์ประชุมช่วยรัฐบาล
หลังสภาใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายวันนี้ (4 ธ.ค.) ไปกับการปรึกษาหารือของสมาชิก และการตั้งกระทู้ถามจนเสร็จสิ้นลงในเวลา 17.35 น. นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้ตรวจสอบองค์ประชุมสภาเบื้องต้นพบว่ามีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมในวาระดังกล่าว 294 คน จากสมาชิกทั้งหมดในสภา 498 คน
จากนั้นได้แจ้งขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งเพื่อจะได้ดำเนินการ "นับคะแนน" ตามข้อบังคับข้อที่ 85 ต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อจากการประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าสภาเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 หรือไม่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ฝ่ายค้านประกาศส่งศาล รธน. ตีความ
ในระหว่างนี้มีสมาชิกขอหารือและเกิดข้อถกเถียงมากมาย โดยฝ่าย ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 2 คน นำโดยนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พยายามขอให้ประธานยึดองค์ประชุมตามที่สมาชิกลงชื่อไว้แต่ต้นในวันนี้ ตามข้อบังคับข้อที่ 25 เพราะเกิดกรณีลงชื่อได้องค์ประชุมครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อเข้าห้องประชุมกลับไม่เสียบบัตร และเดินออกจากห้องประชุมไป (วอล์กเอาต์) ทำให้สภาไม่สงบเรียบร้อย
"เรื่องนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมายนะครับ เพราะเป็นการตีกินนะครับ" นายนิโรธกล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ขณะที่ฝ่ายค้านให้ความเห็นออกเป็น 2 ทีม
ทีมแรก นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอให้รัฐบาลถอนญัตติขอนับคะแนนใหม่ แต่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ยืนยัน "ไม่ถอน" ทำให้ ส.ส.พท. อีกคน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ลุกขึ้นแจ้งว่า "ในฐานะเสียงข้างน้อยไม่มีวิธีการอื่นจริง ๆ ต้องขออนุญาตไม่อยู่ร่วมลงคะแนนด้วยครับ"
ส่วนอีกทีม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. กล่าวว่า "หากประธานดึงดันให้ลงคะแนนใหม่ ไม่ใช่นับคะแนนใหม่ พวกผมต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความข้อบังคับข้อที่ 85 เราจำเป็นต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อญัตติที่เกิดขึ้น"
นายสุชาติชี้แจงว่า ข้อบังคับสภานี้เขียนแบบข้อบังคับฉบับเดิมล้อกันมาเลย ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และปฏิบัติกันมาตลอด "การนับคะแนนใหม่คือการลงคะแนนใหม่ ผมอยู่ในสภามาหลาย 10 ปี แต่ถ้าท่านอ่านดี ๆ ก็ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้" และเดินหน้ากระบวนการนับคะแนนรอบใหม่
สภาไม่ล่มรอบ 3 เกณฑ์ ส.ส. มี "หมายจับ" ร่วมประชุม ได้ 10 ส.ส. ฝ่ายค้านช่วย
เวลา 18.10 น. นายสุชาติสั่งตรวจสอบองค์ประชุมโดยที่ฝ่ายค้านได้ทยอยวอล์กเอาต์ พบว่ามี 261 คน หรือเกินองค์ประชุมไป 12 คน (องค์ประชุมต้องอยู่ที่ 249 คน จาก ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 498 คน) โดยถือว่ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำสามารถรักษาองค์ประชุมเอาไว้ได้ หลังเกิดเหตุสภาล่มซ้ำ 2 ครั้งซ้อนเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ประธานวิปรัฐบาลกวาดต้อนทุกเสียงของ 18 พรรคร่วมรัฐบาลให้เข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียง
แม้แต่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พปชร. ซึ่งมีหมายจับศาลจังหวัดพัทยาให้ไปรับฟังคำพิพากษาวันที่ 15 ม.ค. 2563 คดีบุกล้มการประชุมอาเซียนที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อปี 2552 ก็เดินทางมาร่วมประชุมด้วย ซึ่งมีคำยืนยันจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่สามารถใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญได้แล้ว เนื่องจากเป็นกรณีที่ศาลตัดสินคดีและออกหมายจับแล้ว "หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวก็สามารถควบคุมตัวได้เลย"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ที่น่าสนใจคือ มี ส.ส. ฝ่ายค้านอยู่ร่วมเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาล 10 คน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 3 คน, พรรคอนาคตใหม่ 2 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน และพรรคประชาชาติ 1 คน
จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การ "นับคะแนน" ในญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 ซึ่งใช้การลงคะแนนโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อ
ผลปรากฏว่า สภามีมติด้วยคะแนนเสียง 244 ต่อ 5 "ไม่เห็นชอบ" ให้ตั้ง กมธ. วิสามัญศึกษาผลกระทบตามมาตรา 44 และงดออกเสียง 6 ทำให้ญัตติของฝ่ายค้านตกไป
ในการโหวต "ล้มญัตติ" ของฝ่ายค้าน พบว่า มีทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ส.รัฐบาลที่ "โหวตสวน" มติวิปของตัวเอง
ที่มา : บีบีซีไทยตรวจสอบและรวบรวมจากผลการลงคะแนนของสภาเมื่อ 4 ธ.ค. 2562
ปัจจุบัน 16 พรรคร่วมรัฐบาล และ 2 พรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายค้านอิสระ" ก่อนกลับใจกลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง มีเสียงรวมกัน 254 เสียง ทว่ามี ส.ส.รัฐบาลขาดประชุมโดยแจ้งให้ประธานวิปรัฐบาลรับทราบ 3 คน โดยแจ้ง "ลาป่วย" 2 คนคือ นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. และแจ้ง "ลากิจ" 1 คนคือ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ซึ่งไปต่างประเทศ ทำให้เหลือ ส.ส.รัฐบาลเป็นองค์ประชุม 251 เสียง
ขณะที่ ส.ส.ปชป. ที่เคย "โหวตสวน" ในการประชุมสภานัดก่อน วันนี้มี 4 คนที่ยืนยัน "โหวตสวน" ดังเดิม และอีก 2 คนเลือกอยู่ในองค์ประชุม แต่ "ไม่ได้ขานมติ" คือ นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก รวมถึง พ.ต.ท.ไวพจน์ด้วย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ย้อนเหตุการณ์จาก "สภาล่ม" ถึง "ล้มญัตติ" ฝ่ายค้าน
การเริ่มต้นนับคะแนนใหม่ในวันนี้ ถูกมองว่าเป็นการ "ลงมติซ้ำ" ในญัตติเดิม หลังจากเมื่อ 27 พ.ย. ที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบให้ตั้ง กมธ. ด้วยคะแนนเสียง 234 ต่อ 230 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 ตามที่ประธานขาน ทว่าตัวเลขที่ปรากฏในบันทึกการออกเสียงลงคะแนนทางเว็บไซต์รัฐสภาคือ เห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 236 ต่อ 231 งดออกเสียง 2 เป็นผลให้ประธานวิปรัฐบาลต้องรีบแก้เกมกลับด้วยการเสนอให้นับคะแนนใหม่ ท่ามกลางการคัดค้านของฝ่ายค้านและไม่อาจหาข้อยุติได้ ก่อนที่ ส.ส.ฝ่ายค้านจะทยอยวอล์กเอาต์ เป็นผลให้ "สภาล่ม" เป็นครั้งแรกนับจากเปิดประชุมนัดแรกเมื่อ พ.ค. 2562
วันรุ่งขึ้น (28 พ.ย.) เมื่อเข้าสู่วาระนี้อีกครั้ง องค์ประชุมก็ไม่ครบเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากฝ่ายค้านยืนยันไม่เข้าร่วมกระบวนการนับคะแนนใหม่
2ครั้ง สภาล่ม 2 วันติดต่อกันเมื่อปลาย พ.ย.
498เสียง ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้
249เสียง องค์ประชุมที่ต้องมี
252เสียง 16 พรรคร่วมรัฐบาล
2เสียง 2 พรรครัฐบาลอิสระ
244เสียง 7 พรรคฝ่ายค้าน
การ "แพ้โหวต" ของรัฐบาลเกิดขึ้นระหว่างสภาพิจารณาญัตติด่วน ขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบตามมาตรา 44 เสนอโดย ส.ส. อนค. รวม 5 คน นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการ อนค. ซึ่งปรากฏว่ามี ส.ส.รัฐบาล 6 คนได้ "แหกมติ" วิป ด้วยการลงมติสนับสนุนให้ตั้ง กมธ. ดังกล่าว ทำให้รัฐบาลต้อง "แพ้โหวตกลางสภา" เมื่อ 27 พ.ย. ก่อนพลิกกลับมาคว่ำญัตติของฝ่ายค้านได้ในวันนี้
ปธ.วิปฝ่ายค้านปูดถูก "แจกกล้วย 8 หลัก" แลกองค์ประชุม
ก่อนการประชุมสภาจะเริ่มขึ้น นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวอ้างว่า วานนี้ (3 ธ.ค.) มีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายรัฐบาลเพื่อล็อบบี้ ส.ส.ฝ่ายค้าน ทั้งที่องค์ประชุมสภาเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาลโดยตรง มีความพยายามยื่นข้อเสนอด้วยการ "แจกกล้วยให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน 20 คน ด้วยเงินจำนวน 8 หลักต่อคน" ซึ่งพรรคฝ่ายค้านจะมีการตรวจสอบต่อไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้ประสานงานพรรคการเมืองเล็ก ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องการ "แจกกล้วย" ส่วนตัวยังประสานงานกับพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม แต่ไม่มีการประสานงานหรือพูดคุยกับฝ่ายค้าน ส่วนเรื่ององค์ประชุม เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลที่จะดูแล เพราะมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการชิงไหวชิงพริบในเกมการเมือง
ร.อ.ธรรมนัสเคยเปรียบเปรยตัวเองเป็น "คนเลี้ยงลิง เลยต้องเอากล้วยให้ลิงกินตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้เชื่อว่ากินจนอิ่มแล้วน่าจะพอได้แล้ว" ในช่วงที่ "พรรคเสียงเดียว" ที่ถูกเรียกว่า "พรรคจิ๋ว" แสดงความไม่พอใจในการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ เมื่อเดือน ก.ย.
ประยุทธ์ปัดขู่ยุบสภา หากล่มซ้ำซาก
ส่วนที่สื่อบางสำนักรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุในวงประชุม ครม. วงเล็กว่า "ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้" พร้อมระบุว่าถ้าสภาล่มรอบ 3 "อย่างเบาก็ปรับ ครม. อย่างหนักคือยุบสภา" นั้น ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกมาปฏิเสธข่าวชิ้นนี้ โดยกล่าวว่า "ฉันไม่เคยพูดเลย พูดกันไปเอง"
เช่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาระบุว่าไม่มีเรื่องนี้ เพราะทุกคนล้วนมีสปิริต









