นวลปรางกลางดงระเบิด วางงานดาราศาสตร์มาเป็นตร.หญิงพิสูจน์หลักฐานในยะลา

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, เธอชอบอาชีพนี้เพราะว่าได้ช่วยเหลือผู้คน
    • Author, เรื่องโดย หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
    • Role, วิดีโอโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง ผู้สื่อข่าววิดีโอ

มีผู้หญิงน้อยคนที่จะได้เสื้อเกราะเป็นของขวัญในวันเริ่มงานใหม่ และมีชุดทำงานอยู่ชุดเดียวทุกวัน ร.ต.อ.หญิงนวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล คือผู้หญิงคนนั้น ผู้ปฏิบัติหน้าที่ใน จ. ยะลา

ด้วยตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน (ศพฐ.) 10 ทำให้เธอมีส่วนร่วมตรวจสอบวัตถุพยานในคดีน้อยใหญ่มาแล้ว 700 คดี ในรอบ 6 ปี โดยหวัง "ยืนยันความบริสุทธิ์ให้ผู้คนไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว"

แรกเริ่มเดิมที นวลปรางไม่เคยคิดฝันจะรับราชการตำรวจ เพราะเธอหลงใหลในเสน่ห์ของวิทยาศาสตร์-ดาราศาสตร์ สนใจพิสูจน์ความจริงของธรรมชาติ สนุกกับการค้นหาความลับของดวงดาว ถึงขั้นประดิษฐ์กล้องดูดาวเป็นโครงการจบการศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ ม. ศิลปากร แต่งานตำรวจได้กลายเป็นอาชีพแรกและ อาชีพเดียวของเธอนับจากเรียนจบเมื่อปี 2556 ถึงปัจุบัน

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

"เราก็เป็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่เป็นตำรวจ เป็นผู้ช่วยพนักงานสอบสวน" นวลปรางให้นิยามการทำหน้าที่ในศูนย์พิสูจน์หลักฐาน งานที่เธอบอกว่าได้ใช้ความรู้ครบทุกสาขาตามที่ร่ำเรียนมา

  • วิทยาศาสตร์ : คิด วิเคราะห์ แยกแยะเหตุการณ์
  • ฟิสิกส์ : ดูร่องรอยการเฉี่ยวชนของวัตถุ
  • เคมี : ดูเขม่าปืนและสารระเบิด
  • ศิลปะ : ถ่ายรูป และจัดทำแผนผังสถานที่เกิดเหตุ

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากคำให้สัมภาษณ์ของ ร.ต.อ.หญิงนวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, เธอต้องสวมใส่ชุดเกราะและพกปืนทุกครั้ง ในระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่

ในวันปฏิบัติราชการ หญิงวัย 28 ปีผู้ปฏิบัติหน้าที่ "หัวหน้าชุด" ตรวจสถานที่เกิดเหตุ จะอยู่ในชุดเดิม-ชุดเดียว สวมเสื้อยืดสีฟ้า กางเกงคาร์โก (tactical cargo) หมวกแก๊ปสีดำ รองเท้าคอมแบตสีดำ เตรียมพร้อมอยู่เสมอที่จะออกไปตะลุยพื้นที่ 4,521 ตร.กม. ของยะลา โดยมีอุปกรณ์เสริมเป็นชุดเกราะน้ำหนัก 7.5 กก. ปืนพก และไฟฉายที่พร้อมหยิบฉวยไปใช้งานทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ

ส่วนในรถกระบะแปลงสภาพให้เป็นรถปฏิบัติการของหน่วยพิสูจน์หลักฐาน มีเครื่องมือต่าง ๆ อีกอย่างน้อย 4 กระเป๋า ประกอบด้วย ชุดเก็บลายนิ้วมือแฝง ชุดเก็บเขม่าปืนและสารระเบิด ชุดตรวจเก็บรหัสพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) และชุดเก็บร่องรอย เพื่อเก็บ-กวาดทุกพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนบรรจุลงกระเป๋าใบที่ 5 ชุดหีบห่อวัตถุพยาน

ตลอด 3 วันที่บีบีซีไทยเฝ้าสังเกตการณ์การทำงานของนวลปราง เคราะห์ดีที่ไม่เกิดคดีความมั่นคงขึ้นในพื้นที่ ภารกิจเดียวที่ทำให้เธอต้องเคลื่อนตัวออกจาก ศพฐ. 10 คือเหตุผู้ต้องสงสัยเมาสุรายิงรถยนต์

เมื่อได้รับคำยืนยันจากตำรวจ สภ.เมืองยะลา ให้เข้าตรวจสอบรถของกลางได้ นวลปรางก็นำผู้ช่วย 1 นาย ลูกทีม 4 นาย ออกไปเก็บตรวจ-เก็บพยานหลักฐาน โดยมีตำรวจจาก "หน่วยพิเศษ" อีก 2 นายซึ่งถูกเรียกว่า "ชุด cover" พร้อมอาวุธครบมือ รับหน้าที่คุ้มกันความปลอดภัยของทีมงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อน

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

"เจ้าหน้าที่เหล่านี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ถือเป็นบุคลากรทรงคุณค่า ต้องดูแลชีวิตเขาให้ดี ถ้าสูญเสียไป กว่าจะผลิตขึ้นมาได้แต่ละคนเป็นเรื่องยาก" นายตำรวจชุด cover กล่าวระหว่างยืนควบคุม-เฝ้าระวังพื้นที่ทำงานของทีมนวลปรางที่ลานจอดรถ สภ. เมืองยะลา

ไม่ว่าคดีเล็กหรือใหญ่ เป็นเหตุระเบิด เหตุวางเพลิงเผาทรัพย์ เหตุชีวิต หรือเหตุอาชญากรรมรายวัน การทำงานของตำรวจพิสูจน์หลักฐานก็จะยึดแนวปฏิบัติเดียวกัน ทันทีที่ไปถึงสถานที่เกิดเหตุ พวกเขาเริ่มงานด้วยการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากพนักงานสอบสวนว่าพบอะไรบ้าง มีผู้เห็นเหตุการณ์หรือไม่ เพื่อประเมินพื้นที่ ในระหว่างรอหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ตรวจสอบและปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงลงมือจัดทำแผนผังค้นวัตถุพยาน ถ่ายภาพทุกแง่มุม ตรวจวัตถุพยาน กำหนดป้ายหมายเลข เก็บวัตถุพยานบางส่วนกลับไปตรวจสอบที่ ศพฐ. หรือสถานีตำรวจเจ้าของคดี และปิดท้ายที่การทำบันทึก

"ขอให้ปลอดภัย" คำอวยพรซ้ำ ๆ จากแม่ผู้ห่างไกล

ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน หญิงสาวชาวกาญจนบุรีที่ชื่อนวลปรางเดินทางมาเหยียบ "พื้นที่สีแดง" เป็นครั้งแรก ไม่มีช่อดอกไม้รอรับน้องใหม่ สิ่งแรกที่ได้จากตำรวจรุ่นพี่ที่ไปรอรับเธอที่สนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา คือเสื้อเกราะ

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, กสก.ศพฐ.10

คำบรรยายภาพ, บางครั้งเธอต้องเดินเท้าเข้าไปในป่าเขาเพื่อไปยังจุดเกิดเหตุ

ตลอดเส้นทางที่รถของเธอแล่นผ่านจากสงขลาถึงยะลา นวลปรางมองป้ายชื่อถนนด้วยความรู้สึกคุ้นชินเพราะเคยเห็นข่าวตามหน้าสื่ออยู่บ่อย ๆ ส่วนหูก็เปิดรับฟังคำบรรยายสภาพพื้นที่

"พี่เขาเล่าว่าตรงนั้นมีเหตุ พอพวกเราไปถึงต้องทำอย่างนี้ ๆ พอรถผ่านไปอีกจุด พี่เขาก็เล่าต่อว่าตรงนี้ก็มีเหตุ มีตลอดทางเลย" นวลปรางย้อนนึกถึงประสบการณ์แรกในพื้นที่ปลายด้ามขวาน

กว่าจะได้ไปใช้ชีวิตที่ "ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดนใต้" นวลปรางต้องอธิบาย-ให้เหตุผลกับแม่อย่างหนัก

ก่อนสอบรับราชการที่ ศพฐ. แม่อวยพรให้ลูกสาวคนเดียว "โชคดี" แต่เมื่อรู้ว่าเธอเลือกบรรจุในพื้นที่ยะลา ก็มีคำสั่งห้ามรับงานตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น ด้วยเพราะนวลปรางซึ่งขณะนั้นอายุ 22 ปี ไม่เคยออกไปใช้ชีวิตเพียงลำพังนอกบ้าน-นอกพื้นที่ภาคกลางเลย

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่นี่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสองศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ดีที่สุดของไทย

"แม่บอกให้ลาออก" นวลปรางกล่าวก่อนที่เสียงจะขาดหายไป เธอพยายามสกัดกั้นไม่ให้น้ำตารื้นออกมา แต่ไม่ทันแล้ว

"สงสารแม่น่ะค่ะ" เธอพูดพลางปาดน้ำตา

ที่บ้านของเด็กสาว ทั้งพ่อ ลุง ป้า น้า อา ช่วยกันเกลี้ยกล่อมแม่อย่างหนัก ขอโอกาสให้นวลปรางได้ลองทำหน้าที่ก่อน ขณะที่ตัวเธอเองก็วิงวอนแม่อีกทางโดยยกสารพัดเหตุผล เช่น เป็นโอกาสดีที่จะมีอาชีพการงานมั่นคง ได้เป็นข้าราชการได้รับใช้ชาติ

"เราจะได้ช่วยคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นะแม่" นวลปรางเล่าเหตุผลที่ทำให้แม่ยอมเปลี่ยนใจ

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

ในเวลาราว 21.00 น. ของทุกวัน เป็นช่วงที่ตำรวจหญิงผู้ไกลบ้านแอบคิดถึงแม่อยู่บ่อย ๆ เพราะถ้าอยู่บ้าน เธอมักหลับไปพร้อมกับแม่ กิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้จึงเป็นการ "โทรศัพท์ข้ามภาค" ไปพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกับแม่วัย 63 ปี และไม่ลืมกลับบ้านเกิดทุกครั้งที่มีโอกาส

"แม่ก็จะพูดแบบเดิม ขอให้ปลอดภัย ๆ" เธอเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

คดีใหญ่คดีแรก คดีกลัวสุด คดีลืมไม่ลง

แม่เป็นเรื่องเดียวในชีวิตที่ทำให้ผู้กองนวลปรางต้องเสียน้ำตา ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงไม่เคยทำให้เธอร้องไห้แม้แต่ครั้งเดียว แม้รู้สึก "กลัว" และ "กดดัน" บ้าง แต่ก็เห็นเป็นเรื่องปกติ

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, กสก.ศพฐ.10

คำบรรยายภาพ, ร.ต.อ.หญิงนวลปรางนำทีมไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเผารถทัวร์สายเบตง-กรุงเทพฯ ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อ ธ.ค. 2560

คดีใหญ่คดีแรก ที่นวลปรางรับหน้าที่หัวหน้าชุดรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุคือ เหตุเผารถโดยสารประจำทางสายเบตง-กรุงเทพฯ ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อ ธ.ค. 2560 ผู้ก่อเหตุเปิดปฏิบัติการด้วยพฤติการณ์ตามสูตรคือ ตัดต้นไม้ขวางทาง โปรยตะปูเรือใบขวางอีกชั้น ก่อเหตุเผายาง เผารถทั้งคัน และยิงรถ

"ตอนนั้นไม่ได้กลัวนะ สิ่งที่คิดในหัวคือต้องเก็บอะไร ใช้เวลาเท่าไร เพราะถ้าใช้เวลามาก ชาวบ้านก็จะเดือดร้อนเพราะเราต้องปิดถนน" นวลปรางระบุ

ภารกิจนั้นผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ใช้เวลาถึง 3 วันในการตรวจสอบและเก็บกู้พยานหลักฐานต่าง ๆ

ส่วน "คดีกลัวที่สุด" คือ เหตุระเบิดบ้านบัวทอง อ. ธารโต เมื่อ เม.ย. 2560 ซึ่งนวลปรางนำทีมลงพื้นที่ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. โดยต้องเดินเท้าขึ้นไป "มันเป็นพื้นที่ป่า รถเข้าไปไม่ได้ ตอนเดิน ๆ ไปแม้สวมเสื้อเกราะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยไหม อาจมีการซุ่มยิงหรือลอบวางระเบิดระหว่างทางได้ แต่โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, กสก.ศพฐ.10

คำบรรยายภาพ, ระหว่างตรวจสอบเหตุวางเพลิงที่ อ. กาบัง จ. ยะลา

ส่วน "คดีลืมไม่ลง" คือ เหตุระเบิดเสาไฟฟ้าที่ อ. ยะหา เมื่อ ส.ค. 2562 เนื่องจากจุดที่ทีมนวลปรางไปตั้งฐานปฏิบัติการ หรือ command post ตามที่หน่วยอีโอดีแนะนำ พบระเบิดลูกที่ 3 ตามมาในเวลา 1 เดือนหลังจากวันเกิดเหตุครั้งนั้น

"ทุกวันนี้ก็ยังคุยกับลูกทีมว่าโชคดี ยังขนลุกไม่หายเลยค่ะ" นวลปรางนึกถึงประสบการณ์เฉียดตาย

เปรียบชีวิตเป็น "ต้นไม้" กลางไฟใต้

ท่ามกลางสถานการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กินเวลายาวนานถึง 15 ปี สาววัย 20 ปีเศษ ไปทำงาน-ใช้ชีวิตในพื้นที่มา 5 ปีเศษ หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของห้วงที่ "ไฟใต้" คุกรุ่น ทว่าเธอไม่เคยคิดว่าทุกครั้งที่ออกไปทำงานจะไม่มีโอกาสกลับบ้านอีก

"ที่ยังอยู่ตรงนี้ เพราะคิดว่าถ้าประชาชนในพื้นที่เขาอยู่ได้ เราก็ต้องอยู่ได้... เราก็อยู่เป็นปกติ ใช้ชีวิตปกติ ถ้าไม่ประมาทก็จะปลอดภัย" นวลปรางบอก

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ปัจจุบันเธอก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าชุด พร้อมประสบการณ์ 700 คดี

เธอเปรียบชีวิตเป็นเสมือนต้นไม้ "ทุกวันต้องเจริญเติบโต โดยสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้เราเติบโตขึ้น เป็นปุ๋ย ก็คือประสบการณ์ ยิ่งอยู่ตรงนี้ก็ยิ่งได้ประสบการณ์มาก"

ถึงวันนี้ นวลปรางร่วมทำคดีมาแล้วกว่า 700 เหตุนับจากเป็น "ผู้ช่วย" ก่อนขยับขึ้นเป็น "หัวหน้าชุด" เธอกำลังสะสมประสบการณ์เพิ่มเติมเพื่อสอบเลื่อนชั้นเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร (สบ.) 2

หน้าที่หลักของตำรวจพิสูจน์หลักฐานตามความคิดของนวลปรางคือ "นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ และยืนยันความบริสุทธิ์ให้คนไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว"

จริงอยู่ที่การแสวงหาพยานหลักฐานเป็น "ต้นทางของกระบวนการยุติธรรม" แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านักสิทธิมนุษยชนและประชาชนบางส่วนยังรู้สึกหวาดระแวง-ไม่วางใจในพยานหลักฐานที่อยู่ในมือเจ้าหน้าที่รัฐ และมักเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่เนือง ๆ เรื่องการ "ตั้งธง" ในการทำคดี

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ห้องแล็บคืออีกหนึ่งสถานที่ทำงานของเธอ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นวลปรางยืนยันว่าหน่วยงานเธอทำงานอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ทำตามพยานหลักฐาน และสามารถตรวจสอบได้ ไม่ได้เป็นการทำตามความรู้สึก เสียงวิจารณ์ หรือกระแสสังคมแต่อย่างใด

ความฝันสูงสุดของ "สตรีผู้จับอาวุธ" คือเป็นผู้กำกับ

นวลปรางเป็น 2 ใน 3 หัวหน้าชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุของ ศพฐ. 10 ที่เป็นผู้หญิง จึงน่าสนใจว่าเธอใช้ศิลปะบริหารจัดการทีมงานซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นชายอกสามศอกอย่างไร

"เราทำได้ เขาก็ต้องทำได้" หมวดนวลปรางเผย ก่อนขยายความว่าเธอเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้ทีมงาน แรก ๆ อาจถูกท้าทายบ้างว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ทำแบบนี้ในพื้นที่นี้ไม่ได้ แต่ที่สุดก็คือทุกคนทำได้

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, หลังรถกระบะที่ดัดแปลง จะเต็มไปด้วยอุปกรณ์สำหรับการเก็บพิสูจน์หลักฐาน

"เวลาทำงาน ก็มีดุบ้างเหมือนกัน เคยบอกทีมว่าถ้าไม่เอาใจมาทำงานก็ไม่ต้องมา ลาไปเลย" หัวหน้านวลปรางโชว์คำพูดสุดเฮี้ยบ

ในทัศนะของนวลปราง ความเป็นหญิงมี "ข้อดี" ในอาชีพตำรวจ เพราะผู้หญิงมีความละเอียดกว่า ช่างสังเกตกว่า ทำให้งานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และในคดีละเอียดอ่อนอย่างคดีข่มขืน การใช้พนักงานสอบสวนหญิงจะสร้างความไว้วางใจให้แก่ผู้ถูกล่วงละเมิดได้ดีกว่า แต่ขณะเดียวกันเธอยอมรับใน "ข้อด้อย" ยามต้องใช้อาวุธป้องกันและปราบปราม ติดตามจับกุม ผู้หญิงอาจทำได้ไม่ดีนักหากเทียบกับผู้ชาย

เหตุเครียด-ตึง-รุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลักดันให้ผู้หญิงหลายคนเข้าไปมีบทบาทในกระบวนการสร้างสันติภาพและทำงานด้านมนุษยธรรม แต่สำหรับนวลปรางจัดอยู่ในกลุ่ม "สตรีผู้จับอาวุธ"

นวลปราง พิทักษ์กาญจนกุล ตำรวจหญิง พิสูจน์หลักฐาน สามจังหวัดชายแดนใต้ บีบีซี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ในระหว่างอภิปรายงบระมาณปี 2563 ส.ส. พรรครัฐบาลเปิดเผยว่า เหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทำให้มีหญิงหม้าย 3,075 คน เด็กกำพร้า 6,574 ราย

เธอให้เหตุผลว่าต้องถืออาวุธเพื่อความปลอดภัย เพราะระหว่างออกพื้นที่อาจถูกซุ่มยิง หรือจู่โจมได้เสมอ แต่ถึงกระนั้นเธอไม่นิยมความรุนแรง และหวังจะเห็นความสงบสุขในพื้นที่ไม่ต่างจากที่ประชาชนทั่วไปรู้สึก

ส่วนความใฝ่ฝันสูงสุดในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คือการได้ติดดาว 3 ดวงบนบ่า มีมงกุฏครอบ ติดยศ "พันตำรวจเอก" เป็น "ผู้กำกับหญิง" ในสักวัน