น้ำท่วมอุบลฯ : รัฐบาลตั้งโต๊ะรับบริจาคช่วยน้ำท่วม

ที่มาของภาพ, MCOT
ค่ำวันนี้ (17 ก.ย.) รัฐบาลจัดรายการ "ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรีออกรายการโทรทัศน์ขอรับบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย
ชาวบ้านหลายอำเภอในจังหวัดอุบลราชธานี เผชิญน้ำท่วมหนักในรอบ 20 ปี มาตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2562 หรือกว่าสองสัปดาห์มาแล้ว
และก่อนหน้านี้กลุ่มองค์กรช่วยเหลือภาคเอกชนและภาคประชาสังคม รวมทั้งชาวบ้านพยายามหาทางบรรเทาความเดือดร้อนกันเอง โดยอาศัยสื่อสังคมออนไลน์ที่ทั้งกระจายข้อมูลข่าวสารร่วมแก้วิกฤตและวิพากษ์วิจารณ์มาตรการรับมือของรัฐบาล
#SaveUbon #SaveUbon2019 #บิณฑ์บรรลือฤทธิ์ เป็นแฮชแทกที่ชาวเน็ตใช้ในการสื่อสารขอความร่วมมือร่วมใจบริจาคสิ่งของและเงินทองช่วยผู้ประสบภัย ส่วน #ประยุทธ์อยู่ไหน คือแฮชแทกที่ถูกใช้เพื่อถามหาผู้รับผิดชอบแก้ไขความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ อดีตนักแสดงที่ผันตัวมาเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ลงพื้นที่ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. เขาขอรับบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัยจนถึงขณะนี้มียอดได้รับบริจาคเกือบ 250 ล้านบาท ค่ำนี้รัฐบาลขอให้บิณฑ์ วางมือจากการลงพื้นที่มาช่วยรับโทรศัพท์ที่ช่อง 9 ด้วย

ที่มาของภาพ, MCOT
นับตั้งแต่เกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงนี้ รัฐบาลถูกวิจารณ์ว่าไม่สามารถรับมือได้ทันท่วงทีทั้งการให้ความช่วยเหลือและแจ้งข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ประสบภัย ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ในท้องถิ่นกลายเป็นผู้นำทำหน้าที่ส่วนนี้
ไม่มีเนื้อหานี้
ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.สิ้นสุด Facebook โพสต์
เฟซบุ๊กเพจ วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2.5 แสนคน เป็นหนึ่งในนั้น

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
แอดมินเพจบอกกับบีบีซีไทยว่าเขาคอยอัพเดทสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำมูล โดยอาศัยรายงานของกรมชลประทาน แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ที่สื่อสารออกไปได้มาจากการแสวงหาข้อมูลของเขาและชาวอุบลฯ เอง ที่ช่วยแจ้งข่าว ทำให้ประเมินสถานการณ์ และวางแผนรับมือได้
"เหมือนเช้ามาถนนเส้นไหนปิด เขาต้องวางแผนไปเส้นไหน ผมก็มีลูกเพจเยอะพอสมควร ก็โพสต์ว่าใครใช้เส้นทางไหนให้มาแชร์กัน ลูกเพจก็จะถ่ายรูปรายงานเข้ามา ผมก็จะได้ภาพสดตอนวินาทีนั้น ให้ทุกคนวางแผนการเดินทางได้ และมีอัพเดตตลอดเวลา"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"Ubon Connect อุบลคอนเนก" เพจข่าวสารท้องถิ่นที่มีผู้ติดตามกว่า 6 หมื่นคน ลงพื้นที่ถ่ายทอดสดสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจริง เพื่อเร่งให้ภาครัฐลงพื้นที่โดยเร็ว แต่สุชัย เจริญมุขยนันท แอดมินเพจอุบลคอนเนก ซึ่งคุ้นเคยกับปัญหาการจัดการน้ำในพื้นที่ดี ไม่เชื่อว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขกันอย่างจริงจัง
"ตั้งแต่ปี 45 ผมจำได้ว่านักวิชาการมาคุยกันเยอะเลย ว่าเราจะทำอย่างนั้น จะทำอย่างนี้ มีงบประมาณมา มีการทำแบบจำลอง หลังจากนั้นพอน้ำไม่ท่วมก็เงียบไป ครั้งนี้ก็น่าจะมาคุยกันอีกแหละ แล้วเดี๋ยวก็เงียบไปอีก"
สุชัย พูดถึงการศึกษาแนวทางระบายน้ำบริเวณแก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร ที่เคยเผชิญสภาพน้ำหนุนทะลักจากทั้งแม่น้ำมูล แม่น้ำชี และแม่น้ำโขง เมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมหนักในปี 2545
มัสยา คำแหง ผู้ประสานงานจากศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นอุบลราชธานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย นักวิชาการและหนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ บอกบีบีซีไทยว่าอุบลราชธานีเป็นพื้นที่รับและระบายน้ำจากแม่น้ำสายหลักในภาคอีสาน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในฤดูน้ำหลากจะเกิดน้ำท่วมได้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันที่มีน้ำท่วมที่พักอาศัย และเส้นทางคมนาคมถือว่าไม่ปกติ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"ไม่ใช่ภาวะปกติ จากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ ประการแรก ปริมาณฝนตกสูงกว่าที่ผ่านมา และมากกว่าปี 2554 ประการถัดมา คือ ไม่มีการวางแผนการบริหารจัดการน้ำที่ดีพอ ส่วนประการสุดท้ายคือ การสื่อสารของภาครัฐที่ด้อยประสิทธิภาพกว่าสื่อสังคมออนไลน์"
มัสยาเห็นว่าหน่วยงานรัฐทำได้เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำทั้งในเขื่อนและฝายต่าง ๆ และระบายออกได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้น้ำยังคงท่วมขังเป็นเวลานาน
"โชคดี ที่มีสื่อมวลชน ทั้งสื่ออาชีพ สื่อสาธารณะ สื่อภาคประชาชน ส่งข่าวถึงกันและกัน รายงานทั้งปริมาณน้ำจากสถานีวัดน้ำ อ่านค่าตรงนี้ได้เลย จึงทำให้การจัดการช่วยเหลือภาคประชาชนได้อย่างรวดเร็ว" เธอกล่าว
เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าระดับน้ำในแม่น้ำมูลที่สถานีวัดน้ำ M.7(สะพานเสรีประชาธิปไตย) ลดลงต่อเนื่อง แต่ยังมีน้ำล้นตลิ่งทางด้านของฝั่งอำเภอวารินชำราบ ประมาณ 3.76 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 4,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม./วินาที)
ขณะที่โครงการชลประทานอุบลราชธานี ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจจุดระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ หากระดับน้ำในแม่น้ำมูลลดลงต่ำกว่าตลิ่งแล้ว จะได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ กว่า 100 เครื่อง สูบเร่งระบายน้ำให้แห้งโดยเร็วที่สุด

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ทำเนียบรัฐบาลชี้แจง
เฟซบุ๊กเพจ ไทยคู่ฟ้า ของทำเนียบรัฐบาล ชี้แจงในวันนี้ว่า รัฐบาลโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัยผ่านสื่อทุกช่องทางอย่างต่อเนื่องก่อนฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 62 ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 32 จังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนักที่สุดคือ จ.อุบลราชธานี
รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแบบเฉพาะหน้าอย่างทั่วถึง และพยายามระบายน้ำออกจากพื้นที่วิกฤตให้ได้มากที่สุด เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร จิตอาสา บูรณาการอพยพผู้ประสบภัย ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว จัดส่งอาหาร น้ำ ยารักษาโรค ระดมเครื่องมืออุปกรณ์ เรือ เข้าช่วยเหลือประชาชนและขนย้ายทรัพย์สิน พร้อมทั้งผลักดันน้ำ ที่ท่วมขังในทุกรูปแบบ โดยมีอาสาสมัครกู้ภัยเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่พิษณุโลก สุโขทัย ยโสธร อุบลราชธานี และตรวจความพร้อมการบริหารจัดการน้ำภาคใต้ ที่นครศรีธรรมราช และ สั่งการให้เร่งสำรวจความเสียหายหลังน้ำลด และฟื้นฟูให้กลับสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้งจ่ายเงินชดเชยเยียวยากรณีเสียชีวิต บ้านพักอาศัยเสียหาย พื้นที่เกษตรและเครื่องมือประกอบอาชีพเสียหาย ฯลฯ อย่างเต็มที่"หากใครที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะพบว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการแก้ไขปัญหาและดูแลประชาชน ที่ผ่านมามีทั้งรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่าย ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและทำงานกันอย่างหนัก หลายคนอาจจะรู้สึกว่าหน่วยงานราชการทำงานล่าช้าและไม่ทั่วถึง แต่ท่ามกลางสภาพพื้นที่ประสบภัยที่กว้างขวางและมีข้อจำกัด จำนวนผู้เดือดร้อนที่มีมากมาย เจ้าหน้าที่และจิตอาสาต่างทุ่มเท เสียสละ เพื่อประชาชนแบบปิดทองหลังพระ"
รัฐบาลชี้แจงด้วยว่า การใช้จ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยนั้น มีในแผนอยู่แล้วเช่นเดียวกับทุกครั้ง แต่การเบิกจ่ายเงินซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดิน จำเป็นต้องมีความถูกต้องชัดเจน เพื่อไม่ให้ถูกครหาว่าไม่โปร่งใส และจะต้องไม่เลือกปฏิบัติ ต้องสำรวจและให้ความช่วยเหลือในทุกมิติ เช่น การครองชีพพื้นฐาน ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร เครื่องมือทำมาหากิน ฯลฯ ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง









