41 ส.ส. : ประมวลกรณี ส.ส. ถือหุ้นสื่อ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตา

    • Author, ธันยพร บัวทอง
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เข้าสู่สัปดาห์ที่สองที่คำร้องขอให้วินิจฉัยกรณีการถือครองหุ้นสื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราฎร (ส.ส.) 41 คนจากพรรคฝ่ายรัฐบาล ถูกส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางการรอคอยการเปิดเผยโฉมหน้าอย่างเป็นทางการของคณะรัฐมนตรี "ประยุทธ์ 2/1"

สัปดาห์หน้าจึงเป็นห้วงเวลาที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เนื่องจากปมร้อนถือหุ้นสื่อที่อยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญนี้ อาจส่งผลต่อจำนวนเสียงของรัฐบาล "เสียงปริ่มน้ำ" และเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรี หากคนใดคนหนึ่งใน 41 ส.ส. ประสบ "ปัญหา" คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการเป็น ส.ส. และรัฐมนตรี

หากเทียบเคียงกับกรณีการ "โยกหุ้น" สื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ผลที่จะเกิดกับ ส.ส. กลุ่มนี้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณาก็คือ การต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

บีบีซีไทย ประมวลเส้นทางของการยื่นคำร้องถือหุ้นสื่อ ความพยายามต่อสู้ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งมี ส.ส. ที่ปรากฏชื่อถูกร้องมากที่สุดจำนวน 27 คน ข้อถกเถียงที่เทียบเคียงกับกรณีที่ศาลเคยมีคำวินิจฉัยต่อประเด็นการขาดคุณสมบัติที่เคยเกิดขึ้น

ใครเป็นผู้ร้อง

ส.ส. อนค. นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านนายชวน หลีกภัย ประธานแทนราษฎร ขอให้วินิจฉัยกรณี 41 ส.ส. พรรครัฐบาล ถือครองหุ้นสื่อ ทำให้มีคุณสมบัติต้องห้ามเป็น ส.ส. หรือไม่

เป็นการใช้สิทธิผ่านช่องทางตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดไว้ว่า ส.ส. จำนวน 1 ใน 10 คนขึ้นไป มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานสภา เพื่อให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส.

หลักฐานประกอบคำร้องที่ ส.ส. อนค. ยื่นต่อประธานสภา เป็นหนังสือบริคณห์สนธิ จดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมด้วยสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ของ ส.ส. พรรคฝ่ายรัฐบาล จำนวน 41 คน

ต่อมาสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ได้รับการยืนยันจาก อนค. ว่ามีทั้งสิ้น 42 คนประกอบด้วย พลังประชารัฐ (27) ประชาธิปัตย์ (11) รวมพลังประชาชาติไทย (1) ชาติพัฒนา (1) ภูมิใจไทย (1) และประชาภิวัฒน์ (1) อย่างไรก็ตามหัวหน้า ปชป. ระบุว่า ส.ส. ที่มีปัญหาถูกยื่นตรวจสอบมี 10 คน

นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ส่งคำร้องให้วินิจฉัยคุณสมบัติของ ส.ส. ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา

สัปดาห์นี้จึงเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง หากเทียบเคียงกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องคดีโยกหุ้นสื่อของนายธนาธร และมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 23 พ.ค. นั้น กรณีหลังเกิดขึ้นภายใน 7 วัน นับจากวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขึ้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 16 พ.ค.

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ผู้สมัครอนาคตใหม่-ประชาชาติ

นอกจากปัญหาการขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส. และเป็นผู้สมัคร ส.ส. ที่เกิดขึ้นกับนายธนาธรแล้ว ยังเกิดขึ้นกับผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร อนค. และผู้สมัคร ส.ส. อ่างทอง พรรคประชาชาติ (ปช.) ที่ถูก กกต. วินิจฉัยและมีบรรทัดฐานจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งออกมาแล้ว

19 มี.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งถอนชื่อ นายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร เขต 2 อนค. ออกจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากขาดคุณสมบัติจากการเป็นบุคคลต้องห้าม "เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ" ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ในมาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 42 (3)

นายภูเบศวร์ เคยชี้แจงผ่านสื่อว่า เคยจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดไว้เพื่อประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งที่สุดแล้วห้างหุ้นส่วนจำกัดนี้ยังไม่ได้ดำเนินกิจการใด ๆ จนถึงปัจจุบัน แต่ในขั้นตอนการจดจัดตั้งได้ใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูปที่มีการวัตถุประสงค์จดจัดตั้ง 43 ข้อ ครอบคลุมทุกอย่าง

คำพิพากษาศาลฎีกาฯ กรณีของนายภูเบศวร์ ชี้ว่า การเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์และออกหนังสือพิมพ์ ทำให้นายภูเบศวร์ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

ศาลฎีกายังระบุอีกว่า ตามข้อกฎหมาย 2 ข้อนี้ "ที่ผู้ถูกร้อง (นายภูเบศวร์) อ้างว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส มีวัตถุประสงค์ดังกล่าว แต่ไม่ได้ประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์และออกหนังสือพิมพ์ จึงฟังไม่ขึ้น" แม้นายภูเบศวร์จะจดทะเบียนเลิกกิจการในวันที่ 6 มี.ค. แต่เป็นช่วงที่นายภูเบศวร์ ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งไปแล้ว

เช่นเดียวกับกรณีที่เกิดขึ้นกับ นายคมสัน ศรีวนิชย์ ผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง เขต 1 ปช. ที่ศาลฎีกามียกคำร้องหลังจากนายคมสัน ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส. เป็นเจ้าของหรือถือครองหุ้นสื่อ

คำพิพากษาศาลฎีกาชี้ว่า การที่นายคมสัน เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ที.เอ็ม.อินเตอร์เนชั่นแนล อิมพอร์ท เอ็กซ์พอร์ท จำกัด ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบการกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่ายและออกหนังสือพิมพ์ จึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของ 41 ส.ส. ไม่แน่ชัดว่ามีจำนวนเท่าใดที่เข้าข่ายการจดทะเบียนธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์การทำธุรกิจแบบ "จดทะเบียนครอบจักรวาล"

อย่างน้อย 3 ใน 41 ส.ส. มีชื่อในโผ ครม. ส่อเป็น รมต. ตกเก้าอี้

จากเอกสารหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาบัญผู้ถือหุ้นที่พรรค อนค. ยื่นประกอบคำร้องและเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนนั้น บีบีซีไทยพบว่า มี ส.ส. อย่างน้อย 3 คน ที่มีชื่อติด "โผ ครม." ตามที่สื่อหลายฉบับรายงานไปในทิศทางเดียวกัน

  • นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สื่อหลายสำนักรายงานว่า เขามีชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถือครองหุ้นบริษัท แปซิฟิค เอ็กซ์คลูซิฟ ซิตี้ คลับ จำกัด วัตถุประสงค์ข้อ 19 ของบริษัท ระบุว่า ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์
  • ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) สื่อหลายสำนักรายงานว่า เขาเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถือครองหุ้นบริษัท เจ.ซี.ฟู๊ด คอร์ทส จำกัด วัตถุประสงค์ข้อ 19 ของบริษัท ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์
  • นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส. ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สื่อหลายสำนักระบุว่า เขาจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข วัตถุประสงค์ข้อ 19 ของบริษัท พี.ที.รุ่งเรืองคอนกรีต จำกัด ที่เขาถือหุ้น ระบุว่า ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่าย และออกหนังสือพิมพ์

เกี่ยวกับคุณสมบัติของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 160 ของรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดไว้ว่า ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ซึ่งมีบทบัญญัติใน (3) ว่าต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ

พลังประชารัฐ ดิ้นสู้ ขอจำหน่ายคดี- ขอศาลคุ้มครองชั่วคราว

พปชร. ซึ่งมี ส.ส. ที่ปรากฏชื่อถูกร้องมากที่สุดจำนวน 27 คน ใช้เกือบทุกกระบวนท่ามาต่อสู้ในประเด็นนี้ ตั้งแต่ยื่นศาลเพื่อให้จำหน่ายคดี และขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหากมีการระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.

รายงานข่าวจาก พปชร. ระบุว่า เตรียมนำรายชื่อส.ส. 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประมาณ 30 คน ที่เข้าข่ายมีหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน ยื่นต่อประธานสภา

ส่วนการใช้ข้อกฎหมาย นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อ 27 ส.ส. พปชร. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้พิจารณาจำหน่ายคดี โดยอ้างว่า ส.ส. อนค. ยื่นคำร้องไม่ถูกต้องตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ

พปชร. ยังยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ 27 ส.ส. หากศาลมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสภา และรัฐบาล

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวว่า กรณี 27 ส.ส. ของพรรค ต่างจากกรณีนายธนาธร เนื่องจากดำเนินกิจการสื่อจริง แต่ 27 ส.ส. เพียงระบุวัตถุประสงค์การก่อตั้งบริษัทในใบบริคณห์สนธิ ตามระเบียบกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น

ทว่าเรื่องนี้ก็ถูกตอบโต้โดยนายปิยบุตร เลขาธิการพรรค อนค. ที่ยก "แนวทางคำพิพากษาศาลฎีกา" ที่ออกมาแล้วในกรณีของผู้สมัคร ส.ส. อนค. และ ปช. ว่าทั้งสองคดี ศาลใช้ "หนังสือบริคณห์สนธิ" เป็นบรรทัดฐาน โดยถ้ามีข้อความระบุว่าทำกิจการที่เกี่ยวกับสื่อมวลชน ก็ให้ถือว่าบริษัทนั้นประกอบกิจการสื่อจริง

ส่วนข้อหักล้างที่เลขาฯ อนค. ตอบโต้กรณีการระงับการปฏิบัติหน้าที่ของนายธนาธรนั้น เป็นเพราะว่าศาลเห็นว่า "หากปล่อยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จะส่งผลให้เกิดปัญหาทางกฎหมายและการดำเนินงานที่สำคัญในการประชุมสภา"

นายปิยบุตร ยังชี้อีกว่า กรณีของนายธนาธรไม่เหมือนกรณี 41 ส.ส. เพราะมีการโอนหุ้นหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ในวันสมัครธนาธรจึงไม่มีชื่อในหุ้นสื่อใดอีก แต่ ส.ส. 41 คน ในวันรับสมัครยังคงถือหุ้นสื่ออยู่

ผลที่ตามมาทางการเมือง

หากเทียบเคียงกับกรณีการโยกหุ้นสื่อของนายธนาธร ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง ก่อนมีมติให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยว่าขาดหรือไม่ขาดคุณสมบัติ จึงเป็นที่น่าจับตาว่า กรณีของ ส.ส. ทั้ง 41 คน แนวทางของคำวินิจฉัยจะออกมาในทิศทางเดียวกับกรณีโยกหุ้นสื่อของนายธนาธรหรือไม่

เกี่ยวกับจำนวนเสียงในสภาของพรรคฝ่ายรัฐบาล 19 พรรค ที่มี 254 เสียง นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ตั้งข้อสังเกตว่า ผลกระทบต่อเสียงในสภาอาจเกิดขึ้นกรณีที่ ส.ส. ระบบแบ่งเขต ถูกวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติ

"พอขาดคุณสมบัติ เป็นปาร์ตี้ลิสต์ลำดับจะเลื่อนขึ้นมา แต่ว่าพอเป็น ส.ส. เขต ก็จะต้องเลือกตั้งกันใหม่ คราวนี้เลือกตั้งกันใหม่ ผลจะออกมายังไง และมีผลต่อเสียงในสภามากน้อยแค่ไหน" นายจาตุรนต์ วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองบนเฟซบุ๊ก

ในจำนวน ส.ส. พปชร. 42 คน สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า แบ่งเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ 4 คน และแบบแบ่งเขต 23 คน

เปิดรายชื่อ ส.ส. บางส่วนที่ถูกร้องสอบปมถือหุ้นสื่อ