มวย : จากเด็กหญิงถูกรังแก สู่นักมวยหญิงแกร่ง กับความฝันครอง 3 แชมป์สังเวียนนักสู้ระดับโลก

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
- Author, เรื่อง-ภาพ โดย ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
- Role, ผู้สื่อข่าววิดีโอ บีบีซีไทย
การต่อสู้ทุกสังเวียนของ "แสตมป์ แฟร์เท็กซ์" ในรอบปีที่ผ่านมานับได้ว่าเธอมาไกล "เกินฝัน" จากเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่มักโดนเพื่อนรังแก แสตมป์ฝ่าฟันอุปสรรคและมุ่งมั่นฝึกฝนจนกลายมาเป็นนักมวยหญิงแกร่งที่กำลังทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง นั่นคือการครอง 3 เข็มขัดแชมป์ ONE Championship ที่ไม่เคยมีสตรีคนไหนทำได้มาก่อน
"นาทีสุดท้าย" เสียงตะโกนดังจากข้างสังเวียนผืนผ้าใบ หญิงร่างเล็กแต่กำยำด้วยกล้ามเนื้อ ออกอาวุธหมัด-ศอก-เข่า-เตะ ใส่คู่ซ้อมนักมวยชายร่างใหญ่แบบไม่ยั้ง แรงกระแทกถึงกับทำให้เขาชะงักนิ่งเป็นพัก ๆ
เสียงแตรดังเป็นสัญญาณหมดยกซ้อม นักสู้หญิงเดินโซเซมาข้างเวทีแล้วทิ้งตัวลงใช้แขนพาดเชือก พี่เลี้ยงและคู่ซ้อมรีบเข้ามานวดเฟ้นกล้ามเนื้อและให้น้ำ เธอมีเวลาพักแค่ 2 นาทีก็ต้องกลับขึ้นไปซ้อมชกต่อเหมือนเวลาแข่งจริง
ทำไมต้องฝึกหนักขนาดนี้ ณัฐวรรณ พานทอง วัย 21 ปี ฉายา "แสตมป์ แฟร์เท็กซ์" ตอบว่า "เพราะการเป็นแชมป์มันไม่ยาก แต่รักษาแชมป์มันยากกว่า"

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำพูดที่ฟังดูคุ้นหู แต่เมื่อออกมาจากปากแสตมป์กลับทรงพลัง เพราะมันเป็นคำพูดของผู้ครองตำแหน่งแชมป์ประเภทคิกบ็อกซิ่งและมวยไทย ของวันแชมเปียนชิพ สมาคมศิลปะการต่อสู้แบบผสมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีผู้ติดตามชมทั่วโลกราว 1,700 ล้านคนใน 136 ประเทศ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 62 แสตมป์ขึ้นชกป้องกันเข็มขัดแชมป์ประเภท มวยไทย รุ่นอะตอมเวทหญิง ได้สำเร็จอีกครั้ง โดยเอาชนะ อัลม่า ยูนิคุ ผู้ท้าชิงจากออสเตรเลีย ในศึก ONE: Legendary Quest ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ผู้บรรยายชี้ว่า แม้จะเป็นศึกที่ท้าทาย เพราะฝ่ายตรงข้ามรุกหนักในช่วงยกสุดท้าย แต่แสตมป์ยังมีชั้นเชิงที่เหนือกว่า จนในที่สุดก็ชนะคะแนน ป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้
แต่เป้าหมายของเธอไม่หยุดแค่นี้ แสตมป์ต้องการคว้าเข็มขัดแชมป์ประเภท "ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม" หรือ MMA (mixed martial art) มาครองด้วย
"ถ้าหนูได้ 3 เข็มขัด--คิกบ็อกซิ่ง มวยไทย และเอ็มเอ็มเอ หนูก็กล้าพูดว่าหนูเป็นคนแรกและคนเดียวที่ได้ 3 ตำแหน่งของโลก" นักสู้หญิงรุ่นอะตอมเวท (atomweight) หรือรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 52 กิโลกรัม กล่าวก่อนขึ้นสังเวียนไปซ้อมต่อ
จากเด็กถูกรังแก สู่นักมวยแกร่ง
แม้วันนี้เธอจะขึ้นชกด้วยท่วงท่าที่คล่องแคล่วและลีลาการออกอาวุธที่ดุดัน แต่ช่วงวัยเยาว์ "เด็กหญิงแสตมป์" เคยผ่านช่วงเวลายากลำบาก จากการถูกเพื่อนในโรงเรียนรังแกเมื่ออายุ 5 ขวบ
"ตอนเด็ก ๆ เป็นคนตัวเล็ก" เธอเล่าอาย ๆ "เพื่อนชอบแกล้ง ชอบหยิกอะไรอย่างนี้"
แสตมป์เล่าว่าตอนนั้นเธอน้ำหนักเพียง 22 กิโลกรัม เรียกได้ว่าเป็น "คนแคระ" ในหมู่เพื่อน เธอมักกลับมาบ้านพร้อมรอยเขียวช้ำ เมื่อพ่อถามว่า "ทำไมไม่สู้เขาบ้าง" เธอได้แต่ตอบพ่อในใจว่าจะไปทำอะไรเขาได้ เพราะคนที่รังแกตัวสูงใหญ่กว่า
ด.ญ.แสตมป์ทนเป็นฝ่ายโดนรังแกอยู่ราว ๆ 3 เดือน วันหนึ่งเธอก็บอกกับพ่อว่า "หนูอยากต่อยมวย" ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนทันทีเพราะพ่อของเธอเป็นนักมวยและเปิดค่ายมวยเล็ก ๆ แสตมป์จึงเติบโตมาพร้อมกับการเห็นพ่อ และลูกพี่ลูกน้องซ้อมมวยอยู่ตลอด

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"ลุง อา และพ่อเป็นคนฝึกพื้นฐานเรา ทั้งการยืนมวย ตั้งการ์ด ออกหมัด การเตะ"
ฝึกมวยได้ไม่ถึงปี เธอได้ขึ้นสังเวียนแรกในกิจกรรมงานวันเด็กใกล้บ้าน และคว้าชัยชนะมาโดยที่คู่ต่อสู้ยังไม่ได้ทำอะไร
"เขายังไม่ทันต่อยเราเลย ระฆังดังเก๊ง จับตีเข่า เขาก็น็อกแล้วก็ร้องไห้ไปเลย"
นักมวยไร้คู่ชก
นับตั้งแต่ขึ้นชกในวัย 6 ขวบ แสตมป์ต่อยมวยมาตลอด ด้วยฝีมือบวกกับ "ลูกอึดลูกทน" ที่เป็นจุดเด่นของเธอ ทำให้เธอชกชนะเกือบทุกครั้งจนแทบหาคู่ชกไม่ได้ สุดท้ายต้องยอม "ต่อ" ให้ด้วยการ "แบกน้ำหนัก แบกความสูง" หรือการชกกับนักมวยในรุ่นน้ำหนักมากกว่า
"เขากินเราไม่ลง หาคู่ต่อยไม่ได้ก็เริ่มเข้าสู่ขาลง คือจัดกับแสตมป์ไม่ได้นะ...ไม่มีใครกล้าสู้"
เมื่อซ้อมหนักแต่ไร้คนสู้ ก็ไม่เห็นอนาคตในเส้นทางนี้ พ่อกับแม่จึงตัดสินใจให้แสตมป์ยุติการเป็นนักมวยเด็กเมื่อเธออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และให้ลูกสาวหันไปทุ่มเทกับการเรียนแทนการชกมวย
8 ปีผ่านไปโดยไม่ได้ก้าวเท้าขึ้นสังเวียน ช่วงที่ว่างเว้นจากการชกมวย แสตมป์เติบโตและใช้ชีวิตเหมือนเด็กสาวทั่วไป เริ่มรักสวยรักงาม และสนใจเพื่อนผู้ชายบ้าง แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อแสตมป์ได้กลับมาสวมนวมอีกครั้งตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"ผู้ใหญ่บ้านจะจัดมวยประจำปี เขาก็คุยกับลุงว่าเอาแสตมป์มาต่อยได้หรือเปล่า"
เจ้าของ 2 เข็มขัดแชมป์วันแชมเปียนชิพหัวเราะดังก่อนพูดต่อว่า "ช่วงนั้นอ้วน น้ำหนัก 53-54 กิโลกรัม แต่ไขมันเยอะ" พร้อมกับสารภาพว่าที่ตัดสินใจขึ้นชกเพราะ "อยากลดความอ้วน"
วาสนานำพา
หลังการคืนสังเวียนในครั้งนั้น แสตมป์ก็มีรายการแข่งขันป้อนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่นานนัก เส้นทางนักชกของเธอก็ถึงทางตันอีกครั้งด้วยสาเหตุเดียวกับที่เคยเจอเมื่อครั้งเป็นนักมวยเด็ก คือ หาคู่ชกไม่ได้ จึงเริ่มคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่จะกลับมาเอาดีด้านการเรียน
แต่เหมือนโชคชะตากำหนดมาให้เธออยู่บนสังเวียน วันหนึ่งครูฝึกมวยซึ่งเป็นคนระยองบ้านเดียวกับเธอและไปทำงานอยู่ที่ค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ในพัทยา จ. ชลบุรี ติดต่อมาว่า "เสี่ยบรรจง" หรือ บรรจง บุษราคัมวงษ์ ผู้ก่อตั้งค่ายฯ อยากได้นักมวยหญิงมาปั้นเพื่อขึ้นต่อย MMA

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
เมื่อปรึกษากับครอบครัวแล้ว เธอตัดสินใจตอบรับข้อเสนอเพราะต้องการเป็นนักมวยอาชีพต่อไป แสตมป์ยังจำคำพูดที่เสี่ยบรรจงกล่าวกับเธอตอนพบกันครั้งแรกได้ว่า "ถ้าไม่มีวาสนาด้วยกัน ก็คงไม่ได้มาเจอกัน"
ปั้นนักมวยบ้าน ๆ เป็นนักสู้สากล
ค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ หรือ แฟร์เท็กซ์ยิม (Fairtex Gym) เริ่มต้นจากธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ซ้อมมวยไทยและเสื้อยืด ก่อนตั้งค่ายมวยแห่งแรกในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2518 ปัจจุบันมีหลายสาขารวมถึงในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
เปรม บุษราคัมวงษ์ บุตรชายของเสี่ยบรรจง เป็นผู้ดูแลกิจการค่ายมวยของครอบครัว เขาเป็นผู้ที่ดูแลการฝึกซ้อมและพัฒนาทักษะของแสตมป์อย่างใกล้ชิด เปรมยอมรับว่าตอนเจอสาวนักสู้คนนี้ เขาไม่ค่อยเห็นแววเท่าไหร่
"แสตมป์เป็นนักมวยที่ไม่ค่อยมีทักษะ ไม่ได้ขึ้นเกรดแนวหน้า เรียกว่าเป็นมวยต่อยตามต่างจังหวัด" เขาให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยที่ค่ายมวยสาขาพัทยา

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"แต่พัฒนาการของเขาถือว่าก้าวไปเยอะ ไม่ว่าจะเป็นความนิ่ง การใช้ไหวพริบ และความขยัน"
แฟร์เท็กซ์ให้แสตมป์ฝึกซ้อมเท่าเทียมผู้ชาย เริ่มจากช่วงเช้าวิ่ง 1 ชั่วโมง และซ้อมบนเวที 2 ชั่วโมง จากนั้นพักกลางวัน แล้วกลับมาซ้อมต่อในช่วงบ่ายอีก 2 ชั่วโมง ทำอย่างนี้ 6 วันต่อสัปดาห์ ให้หยุดวันอาทิตย์
แต่ด้วยความที่ทางค่ายต้องการปั้นแสตมป์เป็นนักมวย MMA ช่วงเย็นเธอจึงต้องฝึกซ้อมศาสตร์การต่อสู้บราซิลเลียนยิวยิตสู หรือ BJJ และมวยปล้ำด้วย
ทายาทรุ่นที่ 2 ของค่ายแฟร์เท็กซ์ระบุว่า เข็มขัดที่ 3 ในวันแชมเปียนชิพเป็นความหวัง แต่ก็ "เป็นอะไรที่ยาก" เพราะไม่เพียงสังเวียน MMA มีคู่ต่อสู้ที่เก่งและมากประสบการณ์หลายคน แต่แสตมป์ยังต้องขึ้นชกป้องกันเข็มขัดแชมป์ 2 เส้นในระหว่างทางด้วย

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"ทุกคนต้องหาวิธี หาไอเดียต่าง ๆ มาเอาชนะ ดังนั้น ไม่ว่ายังไง แสตมป์จะต่อยทุกครั้งต้องฟิตเกือบ 100% ให้ได้"
พร้อมกันนั้นยังต้องติดอาวุธใหม่ ๆ เพิ่มเติมให้แสตมป์อยู่ตลอด
"ให้คู่ต่อสู้คาดเดาไม่ได้...ยิ่งเราเป็นแชมป์ต้องเรียนรู้มากกว่าคนที่จะมาชิง"
รุ่นน้อง...ผู้เจริญรอยตาม
ฟึ่บ-พลั่ก ฟึ่บ-พลั่ก เสียงหมัดกระแทกกระสอบทรายดังเป็นจังหวะ ห่างออกมาไม่ไกลจากเวทีที่แสตมป์กำลังฝึกซ้อม ณัชกมล จันทาศรี หรือนัท นักมวยหญิงอีกคนของค่าย ขมักเขม้นกับการชกด้วยสีหน้าจริงจัง
เธอเป็นแชมป์มวยไทยหญิง สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทยที่ต้องการขยับขึ้นสังเวียน MMA และตัดสินใจเข้ามาค่ายแฟร์เท็กซ์เมื่อเดือนที่แล้ว เพราะได้แรงบันดาลใจจากแสตมป์

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"พี่แสตมป์เป็นมวยหญิงที่ขยันมาก ยังไม่เคยเห็นใครซ้อมขนาดนี้มาก่อน" นัทกล่าวชื่นชมรุ่นพี่ "ชอบสไตล์พี่เขาต่อย มันดุดัน พี่เขาอดทนมาก ซ้อมหนักกว่ามวยผู้ชายด้วยซ้ำ"
อีกเหตุผลที่นัทอยากเปลี่ยนมาเป็นนักสู้ศิลปะการต่อสู้แบบผสม เพราะเป็นเส้นทางที่ "ไปได้ไกลกว่ามวยไทย" ที่ยังให้โอกาสผู้หญิงน้อย และเวทีต่อยมีจำกัด
แต่สำหรับแฟร์เท็กซ์ที่ทำค่ายมวยมาเกือบ 50 ปี เปรมกล้าพูดว่าค่ายมวยของเขาเป็นค่ายแรก ๆ ที่เปิดโอกาสให้นักสู้หญิงไทยไปสู่ระดับโลก จากที่มวยหญิงถูกตีกรอบเพียง "เวทีต่างจังหวัด" ค่าตัวมากสุด 6,000-7,000 บาท มาสู่ "มวยหลักแสน"

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"เราให้วิชาได้ แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเด็กว่าเอาจริงมากขนาดไหน เพราะตอนแรกเรามีผู้หญิง 4-5 คน แต่ก็ทนซ้อมไม่ไหว"
ลิปสติกและการเต้น
หญิงสาววัย 20 ต้น ๆ ส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องการแต่งตัวและเครื่องสำอาง นักมวยหญิงเหล็กอย่างแสตมป์ก็เช่นกัน
แม้จะมีนิสัยค่อนไปทางแก่นแก้ว เพราะแสตมป์เติบโตในหมู่บ้านที่มีเด็กผู้หญิงน้อย เธอจึงเล่นกับเพื่อนผู้ชายมาตลอด แต่แสตมป์ก็ยังรักสวยรักงามเช่นเดียวกับแม่ของเธอที่มักทาลิปสติกให้แสตมป์ก่อนขึ้นชกตั้งแต่เด็ก
"หนูขาดลิปสติกไม่ได้ ขึ้นต่อยมวยทุกครั้งต้องทาปาก ไม่รู้แหละปากฉันต้องแดงไว้ก่อน" อันเป็นที่มาของฉายา "นักมวยปากแดง"
"หนูยังเครียดอยู่เลยที่วันแชมเปียนชิพไม่ให้ทาปากขึ้นเวที"

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
ส่วนเรื่องการแต่งตัว แสตมป์ยอมรับว่าชอบแต่งตัวเหมือนผู้ชาย และเคยตัดผมสั้นแบบผู้ชายถึงขั้นมีผู้หญิงมาขอเบอร์โทรศัพท์ นอกนั้นก็จะมีแป้ง มีครีมไว้ประทินโฉมบ้าง
งานอดิเรกที่ชอบรองจากการชกมวย คือ การเต้น เธอเคยอัดคลิปตัวเองเต้นโคเวอร์แดนซ์เพลงเกาหลีแล้วเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ได้รับความนิยมจนเกิดแฮชแท็ก #StampDance นักมวยหญิงยังใช้การเต้นเป็นการแสดงสร้างสีสันเปิดเวทีประจำตัวด้วย
อย่ายอมเขา...มีศักดิ์ศรีในตัวเอง
นับแต่คว้าเข็มขัดแชมป์ประเภทมวยไทยเมื่อ ก.พ. 2562 ตารางขึ้นชกของแสตมป์ถือว่าค่อนข้างถี่เมื่อเทียบกับนักมวยสากล เธอมีกำหนดขึ้นสังเวียนทุกเดือน บางเดือนถึง 2 ครั้ง

ที่มาของภาพ, ONE Championship
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 62 แสตมป์ขึ้นชกป้องกันเข็มขัดประเภท มวยไทย รุ่นอะตอมเวทหญิง กับอัลม่า ยูนิคุ ผู้ท้าชิงจากออสเตรเลีย ในศึก ONE: Legendary Quest ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
ผู้บรรยายชี้ว่า แม้จะเป็นศึกที่ท้าทาย เพราะฝ่ายตรงข้ามรุกหนักในช่วงยกสุดท้าย แต่แสตมป์ยังมีชั้นเชิงที่เหนือกว่า จนในที่สุดก็ชนะคะแนน ป้องกันตำแหน่งเอาไว้ได้
การต่อสู้ที่แสตมป์เฝ้ารอและตื่นเต้นมากที่สุดในตอนนี้คือเวทีแรกในประเภท MMA ซึ่งจะชกเปิดตัวในศึก ONE: DREAMS OF GOLD วันศุกร์ที่ 16 ส.ค. 62 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานีวันที่ โดยพบกับ "อาช่า โรก้า" นักสู้สาววัย 20 จากอินเดีย และอยู่อันดับ 62 ของมวยหญิงโลก ถือเป็นก้าวแรกสำคัญของแสตมป์ เพื่อทำตามความฝันคว้า 3 เข็มขัดของรายการนี้
หลายคนชื่นชมแสตมป์ว่า "เป็นคนเก่ง" และอีกหลายคนบอก "อิจฉา" แต่แสตมป์ยังไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนเก่งอย่างที่คนอื่นมอง

ที่มาของภาพ, TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
"ถ้าเท่ หนูคิดว่าหนูเท่ แต่หนูไม่ได้เก่งอะไร แค่ฝึกฝน ขยัน ย้ำคิดย้ำทำ เวลาออกอาวุธเลยเป็นธรรมชาติ"
แม้ว่าเธอยังจำภาพตัวเองที่ร้องไห้และโดนเพื่อนแกล้งได้ดี แต่ในวันนี้ "แสตมป์ แฟร์เท็กซ์" พอจะพูดได้เต็มปากว่า เธอก้าวพ้นความอ่อนแอมาแล้ว และอยากฝากถึงเด็กคนอื่น ๆ ที่อาจกำลังประสบปัญหาถูกรังแกเหมือนเธอ
"เราต้องอย่ายอมเขา มีศักดิ์ศรีในตัวเองบ้าง เราสู้ให้เขารู้ว่าฉันมีกำลังสู้ แค่ฉันไม่สู้เธอเท่านั้นเอง"










