You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ตำรวจสั่งชายฝรั่งเศสถอดวิดีโอล้อเพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย" หลังยอดคนดูพุ่ง "1 ล้าน ใน 24 ชม."
"ผมต้องขอโทษต่อคณะ คสช. และประชาชนชาวไทยในสิ่งที่กระผมได้กระทำลงไปในการร้องเพลงล้อเลียนคณะ คสช.จึงกราบขอโทษมา ณ ที่นี้"
นี่คือข้อความที่ นายยัน ฮีริค มาฉัล ชาวฝรั่งเศสโพสต์ทางหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. หลังจากก่อนหน้านี้เขาได้โพสต์วิดีโอที่ตัวเองร้องเพลงแปลงเนื้อร้องของเพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย"ผลงานการแต่งเนื้อร้องของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี
วิดีโอเพลงแปลงนี้ แพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน และส่งผลให้ในเวลาต่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไป "เยี่ยมเยียน" ที่บ้านพัก แล้วสั่งให้เขาลบวิดีโอดังกล่าว และโพสต์ข้อความขอโทษนี้
"ล้านวิวภายในไม่ถึง 24 ชม."
กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากนายมาฉัล โพสต์วิดีโอความยาว 34 วินาที ซึ่งเป็นภาพเขาร้องเพลงซึ่งมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า "เราจะทำผิดสัญญา ขอเวลาอีกนาน ๆ แล้วระบบเผด็จการจะอยู่ค้ำฟ้า..."
นายมาฉัล โพสต์ทางเฟซบุ๊กว่า "1 ล้าน ผมคาดไม่ถึงว่าบทเพลงหยอกล้อบทเพลงของรัฐบาลทหาร ซึ่งไม่ใช่เพลงแรกในลักษณะนี้ จะมียอดชมมากขนาดนี้ภายในเวลาเพียงหนึ่งวัน !"
- สศจ. : เพื่อนชี้ สมศักดิ์ อาการดีขึ้น ใช้มือข้างซ้ายเข้าเฟซบุ๊กมาหลายเดือนแล้ว
- ลุงสนามหลวง : การหายตัวไปและเสียชีวิตของนักกิจกรรมที่วิจารณ์สถาบันกษัตริย์สร้างความหวาดกลัวให้แก่กลุ่ม "คนหมิ่นเจ้า" ในต่างแดน
- ฟังปฏิกิริยา 3 "บุคคลต้องห้ามทางอินเตอร์เน็ต"
- วอชิงตันโพสต์ ระบุประชาธิปไตยจอมปลอมของไทย ยังไม่คู่ควรกับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ
นายมาฉัล เขียนต่อว่า หลังวิดีโอถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้รับคำขอเป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊กกว่า 1,000 ราย
แรงบันดาลใจ
ชายชาวฝรั่งเศสวัย 46 ปี เผยกับบีบีซีไทย ว่าเขาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมา 15 ปี โดยทำธุรกิจพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งจะปิดทำการสำนักงานในกรุงเทพฯ ไปเมื่อต้นปีนี้
เมื่อถามถึงสาเหตุที่เขาทำวิดีโอเสียดสีรัฐบาลทหารไทย นายมาฉัล เล่าว่าได้รับแรงบันดาลใจหลังจากได้ทราบผลการเลือกตั้ง และการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีมติเห็นชอบให้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ซึ่งนายมาฉัล มองว่าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับเนื้อเพลงในบทเพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย"ที่มีใจความสำคัญว่า "ทหารขอเวลาอีกไม่นาน" เพื่อทำให้แผ่นดินไทยกลับคืนสู่ความปกติสุขอีกครั้ง
นายมาฉัล ยืนยันว่า จุดประสงค์ของการทำวิดีโอนี้คือเพื่อความบันเทิง
เสียงวิจารณ์
ในโพสต์ทางเฟซบุ๊กของเขา เขาระบุว่า แม้วิดีโอได้รับความสนใจและมีการแชร์ต่อ ๆ กันเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีส่วนน้อยที่แสดงความไม่พอใจ และมีการส่งข้อความต่อว่าเขาทางอินบ็อกซ์ส่วนตัว
"มันไม่ใช่วิดีโอชิ้นแรกที่ผมโพสต์ในลักษณะนี้ แต่ผมเดาว่าวิดีโอที่ยอดวิวแตะ 10,000 วิว ไปไม่ถึงผู้ที่เกลียดชัง แต่วิดีโอที่ยอดวิวแตะหลักล้านไปถึง"
นายมาฉัล ระบุว่า เสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่ที่เขาได้รับคือ "ทำไมคุณถึงเกลียดชังประเทศที่ไม่ใช่แม้แต่ประเทศของคุณเอง" "ไม่รักก็ออกไป" และ "หากคุณเป็นแขกของประเทศนี้ก็ควรอยู่ในที่ทางของตัวเอง"
นายมาฉัล เขียนชี้แจงต่อกระแสวิจารณ์ดังกล่าวว่า " 1) การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและระบอบการปกครองไม่ได้หมายถึงความเกลียดชังประเทศ ผมรักประเทศไทย ผมแค่ไม่ได้รักผู้นำเผด็จการ และการทำรัฐประหาร 2) ผมรู้ที่ทางของตัวเองในที่ที่เป็นทางการต่าง ๆ ที่ทำงาน หรือที่สาธารณะ แต่ในหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเป็นพื้นที่ของผม ที่ผมโพสต์ความคิดเห็นส่วนตัว หากคุณไม่ชอบสิ่งที่ผมโพสต์ ก็ไม่มีใครบังคับให้คุณกดติดตาม ผมไม่ได้ยัดเยียดใส่หน้าคุณ"
อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ Mark Val แสดงความเห็นต่อโพสต์ดังกล่าวว่า "เมื่อคุณพูดว่า 'ถ้าไม่ชอบสิ่งที่ผมโพสต์ ก็ไม่มีใครบังคับให้กดติดตาม' แต่วิดีโอนี้เปิดเป็นสาธารณะ และหากมีการแชร์กับเพื่อน มันก็จะถูกยัดเยียดใส่หน้าเพื่อนของพวกเขา...จำกัดไว้แค่เพื่อนของคุณ ทำให้มันเป็นส่วนตัว"
ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายเขียนให้กำลังใจนายมาฉัล
ตำรวจเยี่ยมบ้าน
หลังจากนายมาฉัล โพสต์ข้อความขอโทษ คสช. และคนไทย ที่ทำวิดีโอล้อเลียนดังกล่าว ในเวลาต่อมาเขาได้โพสต์อีกข้อความว่า "ข้อความก่อนหน้านี้ค่อนข้างสั้น เพราะตำรวจ 2 นาย ที่มาเยี่ยมเยียนผมไม่ยอมกลับไปจนกว่าผมจะโพสต์มัน..."
จากนั้นเขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ว่า "เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความสุภาพ ไม่ได้แสดงความมุ่งร้าย พวกเขาแค่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย"
นายมาฉัล อธิบายว่า หน้าที่ดังกล่าวก็คือ การทำให้เขาลงชื่อในบันทึก "ข้อตกลง" ซึ่งมีเนื้อหาว่าเขายอมรับว่าการโพสต์คลิปวิดีโอล้อเลียน คสช.เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และจะไม่กระทำอีก รวมทั้งให้เขาทำคลิปแสดงความขอโทษต่อรัฐบาลและประชาชนชาวไทยต่อพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้น
นายมาฉัล ยอมรับว่า ได้เซ็นชื่อในข้อตกลงดังกล่าว เพราะ "ประการแรก ผมจะไม่สู้ในการต่อสู้ที่ผมไม่มีทางชนะ และมีแต่จะทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมาย หรือการถูกยกเลิกวีซ่า หรือทั้งสองอย่าง"
"ประการที่สอง ผมมีแผนจะหยุดพักจากการโพสต์เรื่องการเมืองอยู่แล้วหลังจากคลิปล่าสุดกลายเป็นกระแสโด่งดังเกินความคาดหมายของผม คลิปดังกล่าวทำให้คนหัวเราะมากกว่าทำให้ไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม มันทำให้บางคนโกรธเคือง และผมก็ไม่ได้มีความสุขจากสิ่งนั้น ความพึงพอใจของผมคือการเป็นคนตลกและกล้าแสดงออก ซึ่งยากจะทำได้เมื่อผู้คนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ผมเลือกที่จะรอให้อะไร ๆ เย็นลงก่อน เพื่อที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในทางที่สร้างสรรค์มากกว่านี้"
นายมาฉัล บอกกับบีบีซีไทยว่า เขายังปรารถนาที่จะอาศัยอยู่ในประเทศไทยต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า การกระทำในครั้งนี้ของเขาอาจเป็นการล้ำเส้น และสิ่งที่เขารู้สึกกังวลในขณะนี้ไม่ใช่การคุกคามจากตำรวจ แต่เป็นกระแสต่อต้านจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลที่โกรธแค้น ซึ่งล่าสุดมีเพจเฟซบุ๊กหนึ่งได้โพสต์ข้อความตำหนิการกระทำของนายมาฉัลอย่างรุนแรง อีกทั้งผู้จัดการเพจยังมีการนำภาพถ่ายและใบอนุญาตทำงานของเขามาเผยแพร่ด้วย